กลิ่นอับชื้นของไม้สนเก่าและกลิ่นหอมฉุนของธูปไร้ควันอบอวลเสียจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ปลุกประสาทสัมผัสของจ้าวหว่านชิงให้ตื่นตัวอย่างสมบูรณ์กลับไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น หากแต่เป็นความเย็นยะเยือกของเนื้อไม้ที่กดทับแผ่นหลัง และความเจ็บแปลบราถูกเข็มเงินนับร้อยเล่มพุ่งปักเข้าตามแนวไขสันหลัง
มือเรียวบางที่เคยตวัดมีดผ่าตัดเลาะกระดูกอย่างแม่นยำในห้องดับเพลิงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชื่อดัง ขยับเกร็งโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับเนื้อผ้าแพรปักดิ้นทองที่หนาเตอะและอับชื้นจนชุ่มเหงื่อ นี่ไม่ใช่ชุดกราวน์สีขาวสะอาดตา และนี่ไม่ใช่เตียงสแตนเลสเย็นเฉียบ
*ความมืด... และพื้นที่จำกัด*
สมองส่วนวิเคราะห์ของแพทย์นิติเวชทำงานทันทีโดยไม่ต้องรอให้สติด้านอื่นตื่นขึ้น เธอกำลังนอนอยู่ภายในพื้นที่ปิดทึบ ความกว้างไม่เกินสองศอก ความสูงที่ห่างจากปลายจมูกเพียงคืบเศษ — *โลงศพ*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่สะท้อนก้องผ่านเนื้อไม้เข้ามา แว่วเสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดระแวงของบุรุษสองคนที่ยืนอยู่เบื้องนอก
"ท่านแม่ทัพแน่ใจแล้วหรือขอรับว่านาง... เสียชีวิตสนิทแล้วจริงๆ? ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินท่านนี้เชี่ยวชาญการใช้ยาพิษยิ่งนัก หากนางแกล้งตายเพื่อหลบหนีความผิด..."
น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นทุบทำลายความสงสัยทั้งหมดลงราวกับค้อนเหล็กฟาดลงบนทั่ง น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ ราวกับกำลังเอ่ยถึงสุนัขตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์
"นางดื่มยาพิษสลายร้อยวิญญาณต่อหน้าธารกำนัล ชีพจรดับสูญ ร่างกายเย็นเฉียว ต่อให้เป็นเซียนจากสรวงสวรรค์ก็ไม่อาจดึงวิญญาณนางกลับมาจากยมโลกได้... ฝังเสีย อย่าให้เสียฤกษ์ยาม"
คำว่า *'ฝังเสีย'* ลอยเคว้งคว้างเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเสียงฝุ่นละอองที่ร่วงกราวลงมากระทบฝาโลงไม้สีชาดด้านบน จ้าวหว่านชิงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ดวงตาคู่คมที่เปิดขึ้นในความมืดสนิทเปล่งประกายคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดที่อาบยาพิษ
*ตายหรือ? ช่างเป็นคำที่น่าขันสิ้นดีสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการชันสูตรศพอย่างเธอ*
ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับกระแสน้ำป่า นางไม่ใช่จ้าวหว่านชิง แพทย์นิติเวชยุคปัจจุบันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่คือ *จ้าวหว่านชิง* ฮูหยินเอกแห่งจวนแม่ทัพผู้ถูกปรักว่าลอบวางยาพิษอนุภรรคน้องสาวต่างแม่ เพื่อแย่งชิงอำนาจในเรือนหลัง จนต้องรับพระราชทานความตายด้วยยาพิษสลายร้อยวิญญาณ
"ช่างเป็นการฆาตกรรมอำพรางที่หละหลวมเสียจริง..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอמהลอดไรฟันออกมาเบาหวิว
ในฐานะนิติเวชแพทย์อันดับหนึ่ง นางไม่เคยเชื่อเรื่องวิญญาณอาฆาต มีเพียงฆาตกรที่ซ่อนเร้นและหลักฐานที่ถูกมองข้าม ยาพิษสลายร้อยวิญญาณที่คนพวกนั้นภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วก็คือสารประกอบจากพืชตระกูลสตรีกนีนผสมยางน่องที่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้หัวใจเต้นช้าลงจนแทบหยุดนิ่งและสูญเสียการตอบสนองชั่วคราว หากเป็นคนทั่วไป... คงขาดอากาศหายใจตายในโลงนี้ไปจริงๆ แล้ว
แต่น่าเสียดาย... ที่ร่างกายนี้บังเอิญได้รับสารพิษในปริมาณที่จำกัดเกินไป ประกอบกับความรู้ด้านชีวเคมีสมัยใหม่ที่จ้าวหว่านชิงครอบครอง นางจึงกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติและควบคุมการหายใจให้อยู่ในภาวะจำศีล ชะลออัตราการเผาผลาญพลังงานเพื่อเอาชีวิตรอดจากความตายได้อย่างแนบเนียนที่สุด
*แกร๊ก...*
เสียงจอบเล่มแรกกระทบลงบนฝาโลงไม้ด้านนอก ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ฝุ่นผงร่วงเข้าตา จ้าวหว่านชิงไม่รอช้า นางยกสองมือขึ้นยันฝาโลงไม้สีชาดที่หนาหนักเอาไว้ กล้ามเนื้อทุกมัดถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ร่างเดิมจะบอบบางจากการถูกกักบริเวณและกลั่นแกล้ง แต่วิชาการแพทย์สมัยใหม่และเทคนิคการใช้แรงโน้มถ่วงช่วยให้สามารถทุ่นแรงได้อย่างน่าอัศจรรย์
*ปัง!*
เสียงฝาโลงไม้หนักอึ้งกระเด็นหลุดออกจากร่องด้วยแรงถีบอันทรงพลัง ฝุ่นดินและเศษใบไม้ร่วงกราวลงมากลบใบหน้าขาวซีดราวกับศพกระดาษ ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมาในสุสานร้างท้ายจวน ร่างระหงในชุดไว้ทุกข์สีขาวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ราวกับภูตผีปีศาจที่ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกภูมิ
เสียงอุทานด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นพร้อมกัน สองบ่าวรับใช้ที่กำลังถือจอบขุดหลุมฝังศพถึงกับเข่าทรุด กองจอบในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ผ... ผี! ฮูหยิน... ฮูหยินฟื้นคืนชีพ!"
จ้าวหว่านชิงก้าวขาเรียวยาวก้าวลงจากโลงไม้สีชาดอย่างมั่นคง ปลายเท้าแตะสัมผัสพื้นดินเย็นเยียบ นางยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัวด้วยท่าทีสงبเยือกเย็น ราวกับสตรีสูงศักดิ์ที่กำลังเดินชมสวนดอกไม้ในยามบ่าย หาใช่ผู้ที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากหลุมศพไม่ ดวงตาคู่คมกวาดตามองบ่าวทั้งสองด้วยแววตาวิเคราะห์ราวกับกำลังประเมินสภาพศพบนโต๊ะผ่าตัด
"ผีที่ไหนจะมีลมหายใจอุ่นเช่นนี้เล่า" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้บ่าวทั้งสองตัวสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ "กลับไปบอกสามีผู้ประเสริฐของพวกเจ้า ว่าของขวัญชิ้นแรกที่เขาส่งมาให้... ข้าชิมแล้ว รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว"
นางก้าวเดินผ่านร่างทั้งสองที่นอนกองกับพื้นโดยไม่ชายตาแลแม้แต่น้อย กลิ่นอายความตายที่ติดตัวมาทำให้บรรยากาศรอบกายเยือกเย็นลงถนัดตา ความทรงจำ ทักษะ และความแค้นของร่างเดิมผสานเข้ากับมันสมองอันเฉียบคมของแพทย์นิติเวชสาวอย่างสมบูรณ์แบบ เกมการแก้แค้นในเรือนหลังแห่งนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ทว่า ในขณะที่จ้าวหว่านชิงกำลังก้าวเท้าพ้นจากเขตสุสานร้าง ลมพัดกรรโชกแรงราวกับพายุเข้า กลิ่นหอมจางของชาอู่หลงชั้นดีลอยปะปนมากับกลิ่นคาวเลือดที่คุ้นเคย
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดของพุ่มไม้ใหญ่ บุรุษในชุดคลุมสีดำปักลายพยัคฆ์เงินขลิบทอง ร่างสูงสง่าทว่าแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนอากาศรอบบริเวณแทบหยุดนิ่ง ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่นาง ประกายตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานราวกับพญามัจจุราชที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนในกำมือ
"ฟื้นจากความตายได้ด้วยฤทธิ์ยาพิษเพียงหยิบมือ... ชายาของข้า ช่างมีความสามารถเกินความคาดหมายจริงๆ"
หลี่จวินหรงแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ค่อยๆ ยื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ท่ามกลางความเงียบงันของราตรีที่แขวนชีวิตของคนทั้งคู่ไว้บนเส้นด้ายแห่งอำนาจและการนองเลือด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
หัตถ์พิษสังหาร ฮูหยินผู้พลิกตำรานรก•ตอนที่ 1
ฟื้นจากโลงไม้สีชาด
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์พิษสังหาร ฮูหยินผู้พลิกตำรานรก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
