กลิ่นอายของโลหิตและควันไฟยังคงอลวนอยู่ในประสาทสัมผัส ราวกับความตายเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อลมหายใจก่อนหน้านี่เองค่ะ
ซูจินเฟิงสะดุ้งเฮือกขึ้นจากเตียงนอนไม้จันทน์หอม มือเรียวที่เคยกำกระบี่โชกเลือดจนกระดูกนิ้วแทบแหลกสลาย บัดนี้กลับเรียบเนียนไร้รอยแผลเป็น แต่สัมผัสสะท้านเยือกที่ฝ่ามือยังคงชัดเจน นางกวาดสายตาคมปลาบดั่งคมกระบี่กวาดมองไปรอบห้องนอนประจำเรือนตระกูลซู ม่านมุ้งแพรไหมสีชาดปักลายหงส์คู่เมฆา กระถางกำยานทองเหลืองส่งกลิ่นหอมหวานเอียนชวนเวียนหัว ทุกสิ่งทุกอย่างช่างคุ้นตา... คุ้นจนน่าสะพรึงกลัว
"คุณหนู... บ่าวต้มรังนกบำรุงครรภ์มาให้เจ้าค่ะ ดื่มเสียหน่อยเถิดนะเจ้าคะ จะได้มีเรี่ยวแรงต้อนรับท่านพี่... เอ่อ หมายถึงคุณชายรองที่กำลังจะเดินทางกลับมาจากชายแดน"
เสียงของ 'ชุนฮวา' สาวใช้คนสนิทดังขึ้นพร้อมกับถาดกระเบื้องเคลือบในมือ รอยยิ้มที่อีกฝ่ายพยายามปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อปกปิดความพิรุธ ช่างดูน่าสมเพชเวทนาในสายตาของคนที่เพิ่งผ่านนรกภูมิมาหมาดๆ
ซูจินเฟิงไม่ได้รับถ้วยกระเบื้องนั้นทันที นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีฉายชัดขึ้นในหน่วยตา นางจำได้แม่นยำ... อีกสามสิบห้าวันต่อจากนี้ จวนตระกูลซูอันเกรียงไกรจะมอดไหม้กลายเป็นจุลด้วยเพลิงอธรรม ผู้คนนับร้อยในตระกูลต้องตายอย่างทรมานท่ามกลางกองเพลิงที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล และผู้ที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ก็คือคนที่ชุนฮวากำลังเอ่ยปากสรรเสริญเยินยออยู่ ณ วินาทีนี้
สตรีผู้โง่เขลา ยอมจำนนต่อความรักจอมปลอม ยอมแม้กระทั่งมอบกองกำลังทหารในมือให้สามีชั่วช้าเพื่อเหยียบย่ำเกียรติยศ ได้ตายไปในกองเพลิงวันนั้นแล้ว เหลือเพียง 'ซูจินเฟิง' อดีตแม่ทัพผู้เหี้ยมโหด หวนคืนบัลลังก์แห่งความแค้นด้วยลมหายใจที่ยืมมาจากยมโลก
"รังนกถ้วยนี้... เจ้าใส่ 'ผงสลายวิญญาณ' ไปมากน้อยเพียงใดแล้วล่ะ ชุนฮวา?"
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นจนถึงขั้วหัวกระดูกเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ร่างระหงขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์นอนสีขาวพลิ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนสาวใช้ตัวสั่นเทา ถาดกระเบื้องในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้น เสียงแตกกระจายดังสนั่น กลิ่นหอมหวานของรังนกผสมยาพิษเจือจองกลิ่นคาวสนิมจางๆ คละคลุ้งไปทั่วห้อง
ชุนฮวาหน้าถอดสี คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก "คะ... คุณหนูตรัสบ้าอะไรเจ้าคะ บ่าว... บ่าวจะกล้าทำร้ายท่านได้อย่างไร ท่านพี่... คุณชายรองเป็นสามีของท่านนะเจ้าคะ!"
ซูจินเฟิงก้าวลงจากเตียงช้าๆ ปลายเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นไม้เย็นเฉียบ นางก้มลงมองสาวใช้ที่กำลังตัวสั่นงันท่ามกลางเศษกระเบื้องแตก แววตาของนางไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา
"สามีงั้นหรือ?" ซูจินเฟิงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "บุรุษที่ร่วมมือกับองค์ชายรองและตระกูลหลิว เพื่อสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลซู บุรุษที่รอเวลาให้ข้าตั้งครรภ์ทายาทสายเลือดตระกูลซูเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง สมควรได้รับคำว่า 'สามี' จากข้าด้วยหรือ?"
ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูผู้แสนอ่อนหวานและโง่เขลาในวันวาน บัดนี้จึงมีรัศมีน่าสะพรึงกลัวดั่งพญามารที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากขุมนรก นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การขู่ขวัญ
"เจ้า... เจ้าจำได้..." ชุนฮวาเสียงสั่นเครือ ละทิ้งการเสแสร้งโดยสิ้นเชิง
"จำได้สิ จำได้ดีจนกระทั่งอยากจะถลกหนังหน้าพวกเจ้าทีละคนมาทำเป็นพรมเช็ดเท้า!" ซูจินเฟิงก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายนิ้วเชยคางของสาวใช้ทรยศขึ้นมาบังคับให้สบตา นางแย้มยิ้มงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ "แต่เจ้าวางใจเถอะ ข้ายังไม่รีบฆ่าเจ้าในตอนนี้ ความตายมันง่ายดายเกินไปสำหรับพวกเจ้า ข้ายังมีบัญชีอีกหลายร้อยบัญชีที่ต้องสะสางกับคนตระกูลหลิวและพวกสุนัขรับใช้ในราชสำนัก"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบยามวิกาลก็ดังขึ้นที่นอกเรือน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่มั่นคง แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ท่ามกลางความตกตะลึงของชุนฮวา ซูจินเฟิงกลับนิ่งสงบ นางปรายตามองไปยังบานประตูไม้ที่ปิดสนิท
"เปิดประตูสิ ชุนฮวา" ซูจินเฟิงกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูสาวใช้ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "แขกผู้สูงศักดิ์ที่ข้ากำลังรอคอย... มาถึงแล้ว"
ชุนฮวากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก นางค่อยๆคลานไปเปิดประตูเรือนอย่างหวาดผวา เมื่อบานประตูไม้ถูกผลักออก แสงจันทร์สาดส่องกระทบกับร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองชายขอบ เส้นผมสีรัตติกาลถูกรวบขึ้นด้วยกنيهหยกเขียวล้ำค่า ใบหน้าหล่อเหลาดุดันคมคายราวกับเทพเซียนสลัก ทว่าริมฝีปากหยักลึกกลับประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนอันตราย
'องค์ชายสาม' ฉีหลี่หยาง
บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม เย็นชา และไร้หัวใจที่สุดในราชสำนัก บุรุษผู้ที่ในชาติภพก่อน ยอมควบม้าฝ่ากองเพลิงนับพันล้านเพื่อเข้ามาโอบกอดศพของนางไว้แนบอก พร้อมกับล้างบางศัตรูทุกลมหายใจเพื่อแก้แค้นให้นาง ก่อนที่เขาจะกระอักเลือดตายตามนางไปบนกองซากศพ
ฉีหลี่หยางก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในเรือน กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นหอมเย็นของจันทน์หอมลอยมาแตะจมูก นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องที่เสียหาย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของซูจินเฟิงที่ยืนตระหง่านราวกับหงส์เพลิงผู้รอวันสะบัดปีก
"ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาขัดจังหวะการชำระหนี้เลือดของพระชายาในอนาคตกระมัง?" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นด้วยความระคนขบขัน ทว่าแววตาที่มองนางกลับล้ำลึกและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ซ่อนเร้น
ซูจินเฟิงไม่หลบสายตา นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทระงนปรากฏบนเรียวปากอิ่ม
"หม่อมฉันกำลังรอพระองค์อยู่พอดีเพคะ..." ซูจินเฟิงก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดินอย่างไร้ความเกรงกลัว กระซิบเสียงเบาแนบชิดข้างหูเขาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกัน "บนกระดานหมากกระดานนี้... พระองค์พร้อมจะเดินหมากตานี้ร่วมกับหม่อมฉัน เพื่อเผาทุกสิ่งให้เป็นจุลแล้วหรือยังเพคะ, ท่านอ๋อง?"
ฉีหลี่หยางชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มกว้างขึ้นด้วยความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวาวโรจน์ด้วยความกระหายอำนาจและความปรารถนาอันล้ำลึก
"เพื่อเจ้าแล้ว... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินสังหารฟ้าดิน ข้าก็ยินดีจะทำ..."
ฉีหลี่หยางกระซิบตอบเสียงพร่า พร้อมกับยื่นมืออีกข้างมารับ 'ป้ายคำสั่งลับกองกำลังทหารทมิฬ' ที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง ซึ่งซูจินเฟิงเพิ่งดึงออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงบนฝ่ามือของเขาอย่างเยือกเย็น...
--------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาทวงแค้นไปพร้อมกับหงส์เพลิงผู้หวนคืนนี้นะคะ
เงาอัคคีทวงบัลลังก์เลือด ภายในสามสิบห้าวันก่อนที่จวนตระกูลซูจะมอดไหม้•ตอนที่ 1
เปลวเพลิงที่ย้อนคืน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอัคคีทวงบัลลังก์เลือด ภายในสามสิบห้าวันก่อนที่จวนตระกูลซูจะมอดไหม้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
