เสียงปืนนัดสุดท้ายที่เจาะผ่านกระจกหลังรถกระบะเก่าคร่ำคร่า ไม่ได้ทำให้เรย์สบถออกมาสักคำ... เพราะเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ
ความตายกำลังไล่หลังมาในรูป องศาของกระสุนเจาะทะลุเบาะหนังเทียม และกลิ่นดินปืนที่อบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องโดยสาร สภาพรถตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเศษเหล็กเคลื่อนที่ ยางหลังด้านขวาแบนสนิทจนส่งเสียงบดถนนดังสนั่น แต่ไอ้พวกลูกน้องของธันวาดูจะไม่คิดปล่อยให้เขาไปไกลกว่านี้แน่ ทางด่วนสายเก่าที่ถูกทิ้งร้างกลายเป็นสนามประลองความตาย และเรย์รู้ดีว่าถ้าเขาเลี้ยวผิดซอยอีกแค่ครั้งเดียว ชีวิตนักสืบอิสระของเขาคงต้องปิดฉากลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ
*เอี๊ยด—!*
เรย์หักพวงมาลัยรถจนสุดแรงเกิด พุ่งทะยานเข้าไปในย่านตึกแถวเก่าแก่ย่านชานเมืองที่ซ่อนตัวอยู่หลังคลังสินค้า ท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาปรอยๆ เขาดับไฟหน้ารถ ปล่อยให้มันไหลเข้าไปจอดสงบนิ่งอยู่หลังตรอกแคบๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น
หัวใจของเรย์เต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก เสื้อเชิ้ตสีขาวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่าควัน เขายกมือขึ้นปาดเลือดสดๆ ที่ซึมอยู่ตรงขมับ ลมหายใจหอบกระชั้นแต่สายตาคมกริบทอประกายความดื้อรั้นออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
"ตามมาสื้อ..." เขากัดฟันกรอด พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะผลักประตูรถแล้วก้าวขาลงไปท่ามกลางสายฝน
เป้าหมายของเขาตอนนี้ไม่ใช่การหนีออกนอกเมือง แต่คือการหาที่ซ่อนตัวชั่วคราวเพื่อรอจังหวะสวนกลับ และตึกแถวสามชั้นทาสีเทาเข้มที่ดูโดดเด่นสะอาดตากว่าตึกรอบข้างหลังนั้น ก็สะดุดตาเขาเข้าพอดี ป้ายหน้าตึกไม่ได้บอกว่าเป็นร้านค้า แต่มันมีรหัสผ่านอิเล็กทรอนิกส์ติดอยู่ข้างประตู
เรย์กวาดสายตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์ของรถผู้ตามมาเริ่มดังแว่วมาจากปากซอย เวลาของเขาเหลืออีกไม่ถึงนาที นิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบเขม่ากดลงบนแผงรหัสสุ่มๆ ตามสัญชาตญาณนักสืบ—หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก...
*ติ๊ด! เสียงสัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับกลอนประตูที่ปลดล็อกออกเองอย่างน่าอัศจรรย์*
เรย์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปด้านในแล้วกระชากประตูปิดล็อกทันที เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมๆ กับความเงียบสงบที่เข้ามาแทนที่เสียงรอบด้าน ทว่า... กลิ่นอายภายในห้องนี้กลับไม่ใช่กลิ่นอับของตึกร้าง แต่มันคือกลิ่นหอมละมุนของโรสแมรี่ เนยแท้ และไวน์แดงคุณภาพเยี่ยม
นี่ไม่ใช่บ้านร้าง... นี่มันเซฟเฮาส์ระดับไฮ엔ด์ชัดๆ
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาเหยียบพื้นห้องครัวของผมด้วยรองเท้าเปื้อนโคลนแบบนั้น?"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของเคาน์เตอร์ครัวบิลต์อินสไตล์โมเดิร์น เรย์สะดุ้งสุดตัว มือข้างที่ถือปืนพกสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะยกขึ้นเล็งไปยังต้นเสียงทันที
ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์หรู ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงกำลังยืนถือมีดเชฟด้ามยาว ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมกริบมองมาที่เขาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเขากำลังมองเห็นแมลงสาบไต่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ
"วางปืนลงซะ... แล้วไสหัวออกไปจากห้องของผม ก่อนที่ผมจะแจ้งข้อหาบุกรุก" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่ากลัว ชายหนุ่มเจ้าของเซฟเฮาส์และเชฟฝีมือฉกาจก้าวเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ช้าๆ ทว่ามั่นคง ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัว
เรย์หรี่ตามองเชฟหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา หัวสมองที่หมุนเร็วจี๋ประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ไร้รอยยับ ความสะอาดสะอ้านของสถานที่ และความเย่อหยิ่งที่แผ่ออกมาจากตัวตนของอีกฝ่าย บอกให้รู้ว่าไอ้หมอนี่ไม่ใช่พวกสมุนของธันวาแน่นอน แต่เป็นเจ้าของบ้านที่ซวยโคตรๆ ที่ดันมาเจอแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเขา
"ถ้าไม่อยากให้เลือดเปื้อนพื้นห้องครัวราคาแพงของคุณ ผมแนะนำให้คุณหุบปากแล้วช่วยเงียบๆ ไว้ก่อน..." เรย์กัดฟันพูดเสียงกระซิบ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้เนื้อตัวจะสะินไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน "ข้างนอกนั่น... มีคนนับสิบกำลังพยายามจะเป่าหัวผมอยู่ ถ้าคุณไม่อยากโดนลูกหลงจนสมองกระจายติดผนัง ก็ทำตัวเป็นพลเมืองดีแล้วช่วยซ่อนผมไว้ซะ!"
คินหยุดเดิน ห่างจากปลายกระบอกปืนของเรย์ไม่ถึงสองก้าว กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเชฟหนุ่มโชว์ปะทะเข้ากับจมูกของเรย์ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด คินกวาดสายตามองสำรวจสภาพสะบักสะบอมของแขกแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยแผลที่ขมับ คราบเขม่าบนเสื้อ และร่องรอยความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอวดดีนั่น
มุมปากหยักสวยของเชฟหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"แล้วทำไมผมต้องช่วยคุณ?" คินเอ่ยถามเสียงเรียบ ทอดสายตามองปืนในมือเรย์ราวกับมันเป็นแค่ของเล่นเด็ก "บ้านหลังนี้เป็นเขตหวงห้าม และความสะอาดคือความสงบสุขเดียวที่ผมต้องการ... ส่วนคุณ คือความสกปรกที่เดินได้"
"ปากจัดชะมัด..." เรย์สวนกลับทันควัน หน้าตาบูดบึ้งขึ้นมาทันที "ถ้าผมรอดไปได้นะ ผมจะรีวิวร้านอาหารของคุณให้ติดลบสิบดาวเลยคอยดู!"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบกระจกด้านนอกเป็นฉากหลัง ทั้งสองคนยืนจ้องหน้ากันนิ่ง ไดอะล็อกเฉือดเฉือนและเคมีอันตรายที่ปะทะกันกลางอากาศทำให้ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ในวินาทีที่เรย์กำลังจะอ้าปากเถียงกลับอีกประโยค เสียงฝ่าเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตึก พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปึงปังและเสียงตะโกนหยาบคายที่เล็ดลอดเข้ามา
*"เปิดประตูวะ! กูรู้ว่ามึงหลบอยู่ข้างใน!"*
สีหน้าของเรย์เปลี่ยนสีไปในพริบตาเดียว เขารีบหันขวับไปมองที่ประตูหน้า ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคินที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น
คินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างรำคาญใจ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเรย์ที่ถือปืนอยู่ด้วยความเร็วที่เรย์คาดไม่ถึง แรงบีบที่หนักแน่นทำให้ปืนในมือเกือบหลุดร่วง
"ตามมา..." เชฟหนุ่มกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ดึงร่างชุ่มเลือดของเรย์ให้พุ่งตามเข้าไปในห้องครัวด้านในสุดโดยไม่รอคำอนุญาต
และก่อนที่ประตูหน้าจะถูกพังเข้ามาด้วยแรงถีบของกลุ่มชายชุดดำ คินก็เหวี่ยงร่างของเรย์เข้าไปในห้องเก็บวัตถุดิบความเย็นจัด พร้อมกับก้าวตามเข้ามาแล้วกระชากประตูปิดสนิท ทิ้งความมืดมิดและลมหายใจที่กระชั้นชิดของกันและกันไว้ในพื้นที่แคบๆ เพียงไม่กี่ตารางเมตร...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ดาร์กไนท์" นะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด•ตอนที่ 1
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวตึงกับเชฟปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!