อาญารักใต้เงาจันทร์ของท่านแม่ทัพไร้ใจ•ตอนที่ 1

รัตติกาลลวงตา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานป่าไป่จื้อคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ในอากาศ ยามที่เงาร่างระหงภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำสนิทขยับตัว ปลายน้องเรียวดุจหยกสลักก็จรดลงบนศิลาอาคมแผ่นสุดท้ายอย่างมั่นคง ลมหายใจของหลินซูเหยาผ่อนออกยาวและสม่ำเสมอ ท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าทึบเบื้องลึก ณ ชายแดนบูรพา ที่ซึ่งเสียงฝีเท้าของม้าศึกนับหมื่นกำลังบดขยี้พื้นดินจนสั่นสะเทือน เลือดในกายของนางไม่ได้ร่ำร้องด้วยความหวาดกลัว ตรงกันข้าม... มันกลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหมากเกมนี้ที่นางเป็นผู้ถือกระดาน "ท่านกุนซือ... กองทัพหน้าของแคว้นเย่ว์ภายใต้การนำของอ๋องมู่หรงเฟย ล่วงล้ำเข้ามาในเขตค่ายกลชั้นที่สามแล้วขอรับ" เสียงกระซิบแหบพร่าขององครักษ์เงาดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับประกายตาที่ฉายแววกังวลระคนหวาดหวั่น หลินซูเหยายังคงนิ่งงัน ดวงตาคู่คมดุจหงส์ภายใต้ผืนผ้าโปร่งทอดมองไปยังความเวิ้งว้างเบื้องหน้า นางไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่นิ้วเรียวยังคงหมุนวงแหวนหยกสีชาบนนิ้วชี้อย่างใจเย็น ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสามปีก่อน—วันที่ตระกูลหลินต้องรับโทษทัณฑ์จากข้อหากบฏที่พวกมันร่วมมือกันกุขึ้น—ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ขันทีหลี่กงกงและกลุ่มอำนาจมืดในวังหลวงคิดว่าพวกมันกวาดล้างตระกูลหลินจนสิ้นซากแล้ว แต่พวกมันหลงลืมไปว่า... เพลิงแค้นที่สุมอกของผู้บริสุทธิ์ สามารถแผดเผาแม้กระทั่งกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินได้ "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาลึกกว่านี้อีกนิด..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็นราวกับสายน้ำใต้ธารน้ำแข็ง แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้องครักษ์หนุ่มก้มหน้ารับคำสั่งโดยไม่กล้าทักท้วง ทางด้านทิศเหนือของผืนป่าทึบ มู่หรงเฟย อ๋องผู้บัญชาการทัพบูรพาผู้ได้ชื่อว่าเป็น "ท่านอ๋องไร้ใจ" ควบอาชาสีหมอกนิลตัวใหญ่อย่างองอาจ อาภรณ์เกราะเหล็กสีดำสนิทสลักลวดลายพยัคฆ์คำรรามสะท้อนแสงจันทร์สลัว แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวสცხერกราดมองไปรอบด้าน ความเงียบงันผิดปกติของผืนป่าแห่งนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่น แต่กลับจุดประกายความระแวดระวังถึงขีดสุด สัญชาตญาณนักรบของเขาบอกชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่ป่าธรรมชาติ แต่มันคือ "กับดัก" "หยุดทัพ!" มู่หรงเฟยยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ กองทัพนับพันนายหยุดชะงักลงทันทีอย่างไร้เสียงฝีเท้าสะเปะสะปะ สะท้อนวินัยอันยอดเยี่ยมของทหารในสังกัด กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนแม้แต่นกกาในละแวกนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงร้อง "ท่านอ๋อง... มีสิ่งผิดปกติขอรับ ทิศทางที่เราควรมุ่งหน้าไปเมื่อครู่ คล้ายกับวนกลับมายังจุดเดิมเป็นรอบที่สามแล้ว" รองแม่ทัพก้าวเข้าไปรายงาน สีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ มู่หรงเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบมองต้นไม้ใบหญ้าที่รายล้อม ปลายนิ้วหนากร้านศึกสัมผัสกริชหยกที่เหน็บอยู่ข้างเอว ความนิ่งเงียบของศัตรูเบื้องหลังความมืดนี้ไม่ได้ทำให้เขาลนลาน ตรงกันข้าม... มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย "คิดจะใช้ค่ายกลลวงตาขังข้าไว้ที่นี่หรือ... ช่างสามหานัก" มู่หรงเฟยแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจพญาอินทรีหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นแสงเรืองรองจางๆ คล้ายเส้นใยอัคนีปรากฏขึ้นบนพื้นดินรอบด้าน "แยกย้ายกำลังพลเป็นสี่สาย ใช้กำลังภายในทำลายจุดอับสายตาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เสีย ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่า สุนัขรับใช้ตัวไหนที่บังอาจมาเล่นสนุกกับกองทัพบูรพาของข้า!" ลึกเข้าไปในเงาไม้ หลินซูเหยารับรู้ได้ทันทีถึงแรงสั่นสะเทือนของการโคจรพลังภายในที่กำลังพยายามทำลายค่ายกลที่นางใช้เวลาวางแผนมานานแรมเดือน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของสตรีผู้ซ่อนเร้น นางไม่ตกใจเลยสักนิดที่อ๋องมู่หรงเฟยจะมองออกว่านี่คือค่ายกลลวงตา เพราะหากชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งบูรพาพินิจไม่ออก นางคงต้องผิดหวังเสียมากกว่า "ท่านอ๋องผู้นี้... สมคำร่ำลือจริงๆ" นางพึมพำกับตนเองเบาๆ ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อเตรียมรับมือกับการเคลื่อนไหวขั้นต่อไป ทว่า... ในวินาทีที่นางกำลังจะดีดกระดิ่งเงินเพื่อพลิกแพลงค่ายกลตลบหลัง กลิ่นอายกดดันอันคุ้นเคยและรุนแรงสายหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาประชิดตัวนางด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ! ฉับพลันนั้นเอง ปลายดาบคมกริบสีเงินยวงก็จ่อเข้าที่ลำคอระหงของหลินซูเหยาโดยไม่ทันตั้งตัว ความเย็นเฉียบของคมดาบตัดผ่านผิวเนื้อจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบจี๊ด "บังอาจนัก... กล้าดีอย่างไรมาเล่นสนุกบนเส้นทางของกองทัพหลวง" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุดันราวกับราชสีห์คำรรามดังขึ้นชิดริมหู พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่คว้าเข้าที่เอวบางของนางและกดตรึงร่างของนางไว้กับลำต้นไม้ใหญ่โดยไม่มีช่องว่างให้ดิ้นรน หลินซูเหยาเบิกตากว้างเล็กน้อยเป็นครั้งแรก ความตกใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่นางสะกดมันไว้ได้อย่างรวดเร็วด้วยสติอันมั่นคง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่จ้องมองลงมาด้วยแววตาดุดันและคาดคั้น รัศมีอันทรงอำนาจของบุรุษผู้กุมกองทัพแผ่ซ่านจนแทบหยุดหายใจ และในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่รดรินเข้าหากัน ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ่านร่มไม้ลงมา มู่หรงเฟยก็กระชากผ้าคลุมหน้าที่ปิดบังใบหน้าของนางออก เผยให้เห็นโฉมหน้าอันงดงามล่มเมืองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น... ทว่าทันทีที่ดวงตาของท่านอ๋องผู้ไร้ใจได้สบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยประกายความแค้นและสติปัญญาของสตรีตรงหน้า มือที่ถือดาบของเขาก็ชะงักค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งเล่ห์กลและหัวใจที่เดิมพันด้วยความแค้นในบทแรกนี้นะคะ บทต่อไปความสัมพันธ์ที่เชือดเฉือนและพายุอารมณ์กำลังจะโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิมค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาญารักใต้เงาจันทร์ของท่านแม่ทัพไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
รัตติกาลลวงตา — อาญารักใต้เงาจันทร์ของท่านแม่ทัพไร้ใจ | yayni