กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่ในอากาศนั้น... มันคือกลิ่นของความตาย
หลินจื่ออวี่ลืมตาขึ้น ลมหายใจของนางสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วลำคอ ราวกับเพลิงนรกที่แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก นางยังจำความรู้สึกยามที่น้ำแกงพิษนั่นไหลผ่านลำคอ รสชาติฝาดเฝื่อนที่ฉาบด้วยความหวานลวงตาของน้ำผึ้งป่า สัมผัสแห่งความทรมานที่ทำให้ทุกอณูในร่างกายแตกสลายยังคงแจ่มชัด
ทว่า... ร่างกายนี้กลับไม่รู้สึกถึงความตาย กลับกัน ความรู้สึกหนักอึ้งของกล้ามเนื้อและการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วอย่างมีจังหวะบอกให้นางรู้ว่านางยังมีชีวิต
"ฮองเฮาเพคะ... พระองค์ทรงประทานน้ำแกงบำรุงครรภ์มาให้ด้วยพระองค์เอง ท่านรีบเสวยเถิดเพคะ เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียก่อน"
เสียงแหลมเล็กของนางกำนัลข้างกายเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงบนโสตประสาท หลินจื่ออวี่ค่อยๆ ยันกายขึ้นจากเตียงไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ภาพเบื้องหน้าคือห้องบรรทมที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทุกฝีเข็มบนม่านปักลายหงส์ ทุกชิ้นส่วนของเครื่องเรือนไม้ประดู่ขัดเงา ล้วนเป็นสิ่งที่นางเคยครอบครองก่อนจะถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏและถูกประหารอย่างไร้ความปรานี
นางกวาดสายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวนวลในมือของนางกำนัลสาวที่ก้มหน้าก้มตาเงียบงัน... *ชิวจวี๋* เด็กสาวที่นางเคยไว้วางใจที่สุด ทว่าคนผู้นี้เองที่เป็นคนวางยาพิษในถ้วยยาของนางเมื่อสามปีก่อน
'สามวัน...' หลินจื่ออวี่ทวนคำในใจ ความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา นี่คือเหตุการณ์ก่อนวันที่นางจะถูกใส่ร้ายว่าลอบวางยาพิษฮองเฮาเพียงสามวัน
"เจ้าบอกว่า... ฮองเฮาประทานมาให้เองอย่างนั้นหรือ?" เสียงของนางแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่ทำให้นางกำนัลที่ก้มหน้าอยู่ถึงกับตัวสั่นเทา
"เพคะ... พระนางตรัสว่าเห็นพระสนมดูซีดเซียว จึงเกรงว่าพระองค์จะทรุดโทรมจากการบำรุงครรภ์"
หลินจื่ออวี่แค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับไร้ซึ่งความเอ็นดู นางหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างามดุจหงส์ที่กำลังสยายปีก แม้ในยามตกอับในชาติก่อน นางก็ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี แต่ในชาตินี้... ศักดิ์ศรีเหล่านั้นจะเป็นดั่งอาวุธที่นางจะใช้ฟาดฟันศัตรูให้ย่อยยับ
นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชิวจวี๋ กลิ่นกายของเด็กสาวตรงหน้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ซึ่งหากเป็นคนทั่วไปคงแยกไม่ออก แต่สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญพิษวิทยาจนถึงขั้นไร้คู่แข่งอย่างนาง กลิ่นนั้นคือ 'เกสรดอกหอมหมื่นลี้ผสมกับผงพิษจากแมลงปีกแข็ง' ซึ่งจะออกฤทธิ์กัดกร่อนผนังมดลูกอย่างช้าๆ
"ขอบใจเจ้ามาก" หลินจื่ออวี่เอ่ยเสียงเรียบพลางยื่นมือไปรับถ้วยยา "วางไว้ตรงนั้นเถิด อีกสักครู่ข้าจะดื่มเอง"
"แต่พระสนม... ฮองเฮากำชับว่าต้องเสวยทันที..."
"เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้า หรือเจ้ากล้าตัดสินใจแทนข้ากันแน่ ชิวจวี๋?"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กดดันด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น ทำให้ชิวจวี๋ตัวแข็งทื่อ นางรีบคุกเข่าลงทันที "หม่อมฉันมิกล้าเพคะ!"
"เช่นนั้นก็ถอยออกไป ข้าต้องการพักผ่อน"
เมื่อคนในห้องออกไปจนหมดสิ้น หลินจื่ออวี่จึงทรุดตัวลงนั่ง สายตามองถ้วยยาที่ยังคงมีไอความร้อนระเหยออกมา นางหยิบเข็มเงินที่ซ่อนอยู่ในปลายแขนเสื้อขึ้นมาแล้วจุ่มลงในน้ำแกงเพียงครู่เดียว เมื่อดึงขึ้นมา ปลายเข็มที่เคยเงาวับกลับกลายเป็นสีดำสนิท
"ช่างใจร้อนเสียจริง" นางพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้ข้าหวนกลับมา... ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องราวซ้ำรอยเดิมอีกเป็นอันขาด"
นางไม่ได้ทิ้งถ้วยยานั้น นางกลับนำมันเทลงในกระถางต้นโบตั๋นที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างเพียงเล็กน้อย ก่อนจะคว้าพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยลายมือที่หนักแน่นและเด็ดขาด
'สิ่งที่ข้าสูญเสียไปในอดีต ข้าจะทวงคืนด้วยดอกเบี้ยที่สาสม'
ขณะที่กำลังจะพับกระดาษ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านนอก ก่อนที่เงาที่สูงใหญ่ดุจขุนเขาจะปรากฏตัวขึ้นผ่านม่านหน้าต่าง ลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาจนผ้าม่านปลิวไสว เปิดเผยใบหน้าของบุรุษผู้มีนัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวและอาภรณ์สีนิลที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์กองทัพเหนือ
ฉินอ๋องจางลี่เฉิง... บุรุษที่นางเคยผลักไส ทว่าในวาระสุดท้ายของชีวิตกลับเป็นคนเดียวที่พยายามบุกฝ่ากองทัพเพื่อมาช่วยนาง
เขาไม่รอให้นางอนุญาต เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคามราวกับเสือร้ายที่กำลังเข้าประชิดเหยื่อ สายตาคมกริบของเขากวาดมองทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ถ้วยยาที่ถูกเททิ้งไปครึ่งหนึ่ง
"จื่ออวี่... เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?" จางลี่เฉิงเอ่ยเสียงต่ำพลางก้าวเข้ามาใกล้จนนางสามารถสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา "เจ้าส่งจดหมายถึงข้าโดยใช้ตราประทับลับของตระกูลหลิน... เจ้าต้องการให้ข้าทำลายหลักฐาน หรือต้องการให้ข้าทำลายชีวิตใครในวังหลวงนี้กัน"
หลินจื่ออวี่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวเหมือนในอดีต มีเพียงความมุ่งมั่นที่เร่าร้อนดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ท่านอ๋อง ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านทำลายใคร" นางขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของแม่ทัพเหนือถึงกับสั่นคลอน "ข้าต้องการเพียงแค่ให้ท่านร่วมมือกับข้า... เพื่อเปลี่ยนชะตาของแผ่นดินนี้"
มือหนาของจางลี่เฉิงคว้าข้อมือนางไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงความรุนแรง หากแต่เป็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าดุดัน เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจรดรินอยู่ข้างหู
"เจ้าเปลี่ยนไปมาก... หลินจื่ออวี่" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและแรงดึงดูด "เจ้าไม่ใช่นางสนมผู้อ่อนแอคนเดิมที่ข้าเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว บอกข้ามา... ใครกันที่ทำให้เจ้ากลายเป็นปีศาจที่งดงามเช่นนี้"
ก่อนที่นางจะได้เอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าของทหารราชองครักษ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงของขันทีคนสนิทของฮองเฮาที่ตะโกนก้อง
"พระสนมหลิน! ฮองเฮามีพระราชโองการลับ ให้พระสนมออกมาต้อนรับทันที!"
จางลี่เฉิงหันไปมองทางประตู นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด เขาดึงตัวนางเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังชิดกับแผงอกกว้าง ก่อนจะกระซิบข้างหู "ดูเหมือนว่า... เกมที่เจ้าเริ่มเอาไว้ จะเริ่มต้นเร็วกว่าที่ข้าคิดนะ"
เขาปล่อยมือจากนางและเดินหายไปในเงามืดของมุมห้องราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น ทิ้งให้นางยืนเผชิญหน้ากับความโกลาหลที่กำลังจะมาเยือนเพียงลำพัง
ประตูห้องถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับกลิ่นอายแห่งความตายที่อบอวลมากับเหล่านางกำนัลและราชองครักษ์ที่ถือดาบอาญาสิทธิ์ในมือ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หงส์เพลิงหวนคืน" ในจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมครั้งใหม่นี้นะคะ
กุนซือหญิงผู้หวนคืน: กับดักพิษในวังหลวง•ตอนที่ 1
ฟื้นจากกองเพลิง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืน: กับดักพิษในวังหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
