ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักเขียนที่(ไม่)น่าคบ•ตอนที่ 1

ทริปวุ่นวายกับนายเจ้าระเบียบ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ตารางเดินทางของผมคือความศักดิ์สิทธิ์ครับคุณริน ไม่ใช่ข้อเสนอแนะที่ผมจะยอมให้ใครมาแก้ไขตามใจชอบ" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของสนามบินเชียงใหม่ อาคเนย์ขยับแว่นสายตากรอบเงินเบาๆ ก่อนจะปิดสมุดบันทึกเล่มหนาที่เต็มไปด้วยกำหนดการละเอียดยิบระดับวินาที เขาปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เหมือนกำลังอ่านความผิดพลาดในต้นฉบับนิยายทริลเลอร์ที่เขากำลังแต่ง รินรดาพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เธอไม่ได้เป็นไกด์ประเภทที่จะก้มหัวให้ลูกค้าสายเป๊ะแบบนี้มานานแล้ว มือเรียวเสยผมลวกๆ แล้วเท้าเอวประจันหน้ากับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนตัวตรงเป๊ะเหมือนหุ่นยนต์เดินได้ "คุณเนย์คะ... เอ้ย คุณเนย์ครับ! นี่มันทริปท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ไม่ใช่การเดินทางไปดูงานประชุมสภา หรือการเข้าค่ายทหารนะครับ การที่คุณล็อกเวลาไว้ว่า 'ต้องดูพระอาทิตย์ตกที่ดอยม่อนแจ่มตอน 17:42 น.' เนี่ย ผมบอกเลยว่าถ้าฝนตก หรือรถติดขึ้นมา แผนคุณก็พังพินาศตั้งแต่ต้นทางแล้วครับ" "นั่นคือเหตุผลที่ผมจ้าง 'ไกด์มืออาชีพ' ครับ" อาคเนย์ก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้สนเย็นๆ ของเขาทำให้รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง "ไม่ใช่จ้างมาเพื่อให้นั่งเถียงกันในหอพักผู้โดยสารแบบนี้ ผมมีเวลาในเชียงใหม่แค่ 4 วัน และผมต้องการเก็บทุกจุดตามตาราง หวังว่าคุณจะทำได้นะครับ ไม่ใช่ทำตัวเป็น 'ไกด์สายชิล' ที่นึกจะพาไปไหนก็ไปตามใจตัวเอง" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย เธอหยิบสมุดตารางงานของเขามาเปิดดูแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "โอเคครับคุณชาย... ในเมื่ออยากได้ความเป๊ะ ผมก็จะจัดให้" เธอพลิกหน้ากระดาษไปหน้าที่เขียนว่า 'ตลาดนัดท้องถิ่น' "ในนี้เขียนว่าคุณจะไปเดินตลาดตอนหกโมงเย็นเพื่อหาแรงบันดาลใจเขียนนิยายงั้นเหรอ? งั้นผมเปลี่ยนแผนให้ตอนนี้เลย เราจะไปที่ที่คุณจะได้ 'แรงบันดาลใจ' แบบที่ลืมไม่ลงแน่นอน" อาคเนย์ขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไง?" "ตามมาครับ ถ้าอยากได้งานเขียนระดับมาสเตอร์พีซ ก็อย่าถามมาก" รินรดาคว้ากระเป๋าเป้ใบเขื่องสะพายขึ้นบ่า แล้วก้าวฉับๆ นำทางไปที่รถกระบะโฟร์วีลสภาพผ่านศึกที่จอดรออยู่ ตลอดการเดินทางบนถนนคดเคี้ยวขึ้นดอย บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน อาคเนย์นั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคมคายคู่นั้นดูจะเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งความลาดชันของถนน ก้อนหินที่หลุดร่วง หรือกระทั่งท่าทางการขับรถของรินรดาที่ดูคล่องแคล่วจนน่าหมั่นไส้ "คุณขับรถเหมือนกำลังหนีเจ้าหนี้" อาคเนย์โพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ "ถ้าหนีเจ้าหนี้จริง ผมคงไม่ขับมาส่งคุณที่นี่หรอกครับ" รินรดาตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากถนน "ผมแค่ขับให้ทันเวลาก่อนที่ 'ไฮไลท์' ของวันนี้จะจบลง" รถกระบะจอดสนิทลงที่ริมหน้าผาแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากเส้นทางท่องเที่ยวปกติ ลมหนาวพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้า อาคเนย์ก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกประหลาดใจ เขาเตรียมจะตำหนิเรื่องสถานที่ที่ไม่ปรากฏในแผนที่ แต่แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าเปลี่ยนสีท้องฟ้าให้กลายเป็นสีส้มอมม่วงราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ไม่ใช่แค่นั้น ในระยะไกลมีฝูงนกที่กำลังบินกลับรังเหนือหุบเขาที่เขียวขจีตัดกับแสงสีทองที่อาบไล้ไปทั่วทุกตารางนิ้วของผืนป่า อาคเนย์นิ่งไป เขาหยิบสมุดบันทึกออกมาเพื่อจะจดอะไรบางอย่าง แต่กลับพบว่าตัวเองทำเพียงแค่ยืนมองนิ่งๆ ราวกับถูกสะกด "สวยใช่ไหมล่ะครับ" รินรดาเดินมายืนเคียงข้าง เธอไม่ได้มองวิว แต่กำลังมองท่าทีของเขา "กฎเกณฑ์ของคุณอาจจะสร้างระเบียบให้ชีวิต แต่มันไม่เคยสร้าง 'ความรู้สึก' ให้คนอ่านหรอกครับ ถ้าคุณไม่เปิดใจให้ความไม่คาดฝันเข้ามาบ้าง นิยายของคุณก็เป็นได้แค่รายงานข่าวสารเท่านั้นแหละ" อาคเนย์หันมามองคนข้างๆ เขาพบว่าแสงสีส้มนั้นตกกระทบลงบนใบหน้าของไกด์สาว ทำให้เธอดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสับสนในใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว "คุณกำลังพยายามจะสอนวิธีเขียนนิยายให้ผมงั้นเหรอ?" เขาถามน้ำเสียงแผ่วลง "เปล่าครับ ผมแค่กำลังสอนให้คุณ 'เป็นมนุษย์' ขึ้นมาอีกนิดไงครับคุณชาย" รินรดาหันมาสบตาเขา แววตานั้นซุกซนและท้าทายจนหัวใจของอาคเนย์กระตุกวูบ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของอาคเนย์ก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณแม่' เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมทันที "ครับแม่... ผมอยู่ที่เชียงใหม่แล้ว... ใช่ครับ... ผมจะจัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด... ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่ให้มันมาทำลายชื่อเสียงตระกูลเราเด็ดขาด" รินรดายืนนิ่งอยู่ข้างๆ เธอมองเห็นความเย็นชาที่กลับมาฉาบทับดวงตาของเขาอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่หายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดจนปลิวหาย เธอรู้สึกได้ทันทีว่าทริปนี้อาจจะมีอะไรที่มากกว่าแค่เรื่องของการท่องเที่ยว อาคเนย์วางสาย เขาหันมาหาเธอด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าเดิมราวกับคนละคน "รินรดา..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ผมว่าเราต้องคุยกันใหม่เรื่องแผนการเดินทาง เพราะดูเหมือนว่าที่ผมมาที่นี่ มันมี 'ธุระด่วน' ที่สำคัญกว่าการชมนกชมไม้ที่คุณกำลังวางแผนให้ผมเสียอีก" เขาเดินตรงมาที่เธอ บีบให้เธอต้องถอยจนแผ่นหลังชนกับตัวรถกระบะ อาคเนย์วางมือทั้งสองข้างลงบนตัวถังรถ กักขังเธอไว้ในวงแขนของเขา ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมไม้สนนั้นชัดเจน "ถ้าคุณอยากให้ทริปนี้จบลงด้วยดี... ก็เลิกทำตัวเป็นไกด์จอมยุ่ง แล้วเริ่มทำตัวเป็น 'เครื่องมือ' ที่ผมต้องการใช้เดี๋ยวนี้" รินรดานิ่งงัน หัวใจเธอเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่บอกว่า สิ่งที่เขากำลังปิดบังอยู่... มันกำลังจะเปลี่ยนชีวิตที่แสนอิสระของเธอไปตลอดกาล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นนี้ ไว้พบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักเขียนที่(ไม่)น่าคบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%