"ถ้าไอ้กันต์มันมาเป็นรูมเมตเทอมนี้... กูยอมดรอปแล้วไปกางเต็นท์นอนใต้สะพานลอยหน้ามอดีกว่าครับเติร์ด!"
เสียงโวยวายของธนภัทร หรือที่ใครๆ ในคณะสถาปัตย์ต่างพากันเรียกว่า 'โซ่' คนนี้ กำลังดังลั่นห้องรับแขกของหอพักสตรี(เปลี่ยนเป็นชาย) ยอดฮิตหลังมหาวิทยาลัย สองมือบางขยี้หัวตัวเองจนเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนฟูฟ่องไม่เป็นทรง เอกสารสัญญาเช่าห้องพักราคาประหยัดที่เพิ่งเซ็นไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วถูกกำจนยับยู่ยี่คามือ เหมือนกับสภาพจิตใจของผมในตอนนี้ที่มันพังไม่เป็นท่า
"เว่อร์ตลอดมึงอ่ะโซ่ ห้องพักราคาดี ทำเลทอง ใกล้คณะ แถมหารครึ่งแบบนี้ หายากยิ่งกว่างạcูมีเขาอีกนะเว้ย"
เติร์ด เพื่อนสนิทตัวดีส่งเสียงกลั้วหัวขынมาจากปลายสาย โซ่กรอกตามองบนใส่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมองไม่เห็นก็ตามทีเถอะ
"แกไม่รู้หรอกเติร์ด! หมอนั่นมัน... มันคู่อริตัวฉกาจของฉันเลยนะเว้ย ตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ปีสาม เราเคยสงบศึกกันได้นานเกินสามวันซะที่ไหนเล่า ชาตินี้ถ้าฉันไม่เอาคืนเรื่องแย่งทุนโปรเจกต์ปีที่แล้ว ฉันไม่ยอมนอนร่วมชายคาเดียวกันกับไอ้คุณชายวิศวะหน้าหล่อแต่นิสัยเสียแน่นอน!"
"เอาน่า... ถือว่าทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรขันตอนเถอะเพื่อนรัก เผื่ออยู่ๆ กันไป อาจจะเปลี่ยนจากคู่กัดเป็นคู่ชีวิต... อุ๊ย!"
"เติร์ด! อยากโดนฉันบินไปตบกบาลสักทีก่อนนอนไหมครับ?" โซ่แหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ให้ตายเถอะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย
แผนการชีวิตในเทอมนี้ของผมควรจะเป็นไปอย่างสงบสุข แท็กทีมกับแก๊งเพื่อนแบกเป้ไปลุยเดี่ยวถ่ายรูปสตรีทที่เชียงใหม่ช่วงวันหยุดยาว แต่ทว่า... ความจริงอันโหดร้ายกลับตบหน้าฉาดใหญ่ เมื่อเจ้าของหอพักหน้าตาใจดีคนนั้นดันส่งกุญแจสำรองพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้ พร้อมกับประโยคที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน
*“อ๋อ... พอดีคุณกันต์เขาเพิ่งโทรมาคอนเฟิร์มว่าตกลงหารค่าห้องกับหนูโซ่แล้วนะจ๊ะ เห็นบอกว่ารู้จักกันดี น่ารักน่าเอ็นดูกันทั้งคู่ น้าเลยจัดการลงชื่อให้เรียบร้อยจ่ะ”*
รู้จักกันดีกับผีสิครับยาย! รู้จักกันในฐานะที่อยากจะกระโดดถีบหน้าแข้งกันทุกครั้งที่เดินสวนกันในโรงอาหารกลางต่างหากล่ะ!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตดังขึ้นขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่าน โซ่สะดุ้งเล็กน้อย ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏชื่อของบุคคลที่เพิ่งนินทาไปหมาดๆ
**Kant.T: ถึงไหนแล้ววะตัวเล็ก รูมเมตที่ดีเขาควรมาช่วยกันจัดห้อง ไม่ใช่ยืนเอ๋ออยู่หน้าลิฟต์นะครับ**
ไอ้... ไอ้คุณกันต์! มันรู้ได้ยังไงว่าผมยืนอยู่ตรงนี้?
โซ่หันขวับไปมองรอบตัวด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าที่ปลายทางเดินยาวของชั้นสี่ ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีดำสนิทกางเกงยีนส์เซอร์ๆ กำลังยืนพิงกรอบประตูห้อง 309 มือหนากำลังถือกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เขา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เห็นทีไรก็ชวนให้เลือดขึ้นหน้าทุกที
ให้ตายเถอะครับ รัศมีเดือนคณะวิศวะของมันนี่ทำลายล้างสูงชะมัด ยิ่งเวลามันทำหน้ากวนประสาทแบบนี้ด้วยแล้ว โซ่อยากจะหยิบอิฐมอญแถวนี้มาปาใส่หน้าจริงๆ ให้ตายสิ!
"มองหน้าแบบนี้ อยากโดนซ่อมห้องหรืออยากโดนซ่อมอะไรดีล่ะครับตัวเล็ก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซวทันทีที่โซ่เดินลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้ามาประชิดตัว
"ใครตัวเล็กวะไอ้กันต์! ฉันสูงตั้งร้อยเจ็ดสิบห้าพิกัดนะเว้ย!" โซ่แหวสวนทันควัน พยายามยืนยืดอกเต็มที่เพื่อข่มส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนติเมตรของอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู
"ครับๆ ร้อยเจ็ดสิบห้า... รวมส้นรองเท้าผ้าใบเสริมส้นรุ่นฮิตด้วยใช่ไหมล่ะ" กันต์ยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะถือวิสาสะยึงกระเป๋าเดินทางจากมือบางมาถือไว้เสียเองอย่างหน้าตาเฉย "หลบไป, ตัวภาระยืนขวางทางเข้าห้องอยู่ได้"
"นี่! ใครภาระไม่ทราบ ยื่นมานะ กระเป๋าฉัน ฉันถือเองได้!" โซ่พยายามยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าคืน แต่มีหรือที่แรงคนตัวเล็กกว่าจะสู้แรงหนุ่มวิศวะสายออกกำลังกายได้ กันต์เพียงแค่ยกกระเป๋าชูขึ้นเหนือหัว มืออีกข้างดันหน้าผากมนของโซ่เบาๆ ให้ถอยออกไป
ภาพระยะประชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้โซ่ชะงักไปชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยๆ ในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบทำให้เห็นแพขนตาดกหนาและดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาบางอย่าง... แววตาที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้หนุ่มสถาปัตย์ปากแจ๋วอย่างเขาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อๆ
"เตี้ยแล้วยังดื้ออีก..." กันต์กระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมหูของคนตัวเล็กจนโซ่รู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "ถ้ายังดื้อใส่มากๆ ระวังจะโดนทำโทษไม่ให้นอนเตียงนี้นะครับ... คุณรูมเมต"
โซ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายออกเต็มแรง รีบก้าวฉับๆ เดินหนีเข้าห้องพักไปก่อนที่ใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเองจะทรยศความรู้สึกออกไปมากกว่านี้
ให้ตายเถอะครับ... นี่เพิ่งเริ่มต้นวันแรกเองนะ ทำไมหัวใจของผมมันถึงได้ทำงานหนักขนาดนี้วะเนี่ย!
ภายในห้องพักโทนสีขาวสะอาดตาที่มีเตียงนอนสองเตียงวางขนานกัน โซ่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงริมหน้าต่าง ยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความกลุ้มใจ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงล็อกประตูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของกันต์ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
กันต์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเตียงของโซ่ที่ผมนั่งอยู่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโซ่ นิ่งนานราวกับต้องการจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"มองอะไรเล่า! ถอยไปเลยนะไอ้กันต์!" โซ่โวยวายเสียงสั่น หลบสายตาพราวระยิบระยับคู่นั้นอย่างทำอะไรไม่ถูก
กันต์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคนตัวเล็กออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้โซ่ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
"ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป... ชีวิตในมหาวิทยาลัยของนายจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วล่ะครับโซ่" กันต์กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู ก่อนจะผละตัวออกแล้วพูดประโยคสุดท้ายที่ทำเอาโซ่แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี "เตรียมตัวรับมือกับรูมเมตคนนี้ให้ดีก็แล้วกัน... เพราะฉันไม่มีทางปล่อยให้นายหนีฉันพ้นหรอก"
[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมออกเดินทางไปกับผม "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนแรกนี้นะครับ]
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 1
รูมเมตใหม่...หายนะชัดๆ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!