เสียงหึ่งของตัวเก็บประจุพลังงานควอนตัมดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องควบคุมใต้ดินระดับสาม อาการสั่นพ่าห์ของอากาศรอบตัวบ่งบอกถึงสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่กำลังถูกบิดเบี้ยวด้วยความเข้มข้นสูง หน้าจอคอนโซลหลักสว่างวาบเป็นสีแดงฉาน รหัสข้อความแจ้งเตือนระดับ SSS ยังคงกระพริบถี่รัวอยู่บนเรตินาเทียมของคาเลบ
*[ตรวจพบคำขอเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอก: ระดับความปลอดภัย SSS - บัญชีผู้ดูแลระบบสูงสุด 'โปรเจกต์โอเมก้า' กำลังถูกเปิดใช้งานโดยไม่ทราบสาเหตุ]*
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์โฮโลแกรม ดวงตาคู่คมจ้องมองแถวชุดคำสั่งที่กำลังรันตัวเองอัตโนมัติด้วยความเร็วที่เกินกว่าขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์วิจัยแห่งนี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโครงข่ายประสาทเทียม คาเลบรู้ดีว่าไม่มีมนุษย์คนใดในเขตปกครองนี้มีสิทธิ์เข้าถึงโปรเจกต์โอเมก้าได้ นอกเสียจากว่า... ระบบกำลังถูกรันจากภายในจิตสำนึกของใครบางคน หรือบางสิ่ง ที่หลงเหลืออยู่ในฐานข้อมูลดิบ
"ระบบรักษาความปลอดภัยเซกเตอร์สี่กำลังถูกoverride" เสียงสังเคราะห์จากระบบAIประจำฐานดังขึ้นด้วยโทนเสียงราบเรียบ แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในความรู้สึกของคาเลบ "คำเตือน: โครงสร้างข้อมูลกำลังถูกเข้าถึงโดยโปรโตคอลที่ไม่รู้จัก"
คาเลบไม่รอช้า นิ้วมือของเขากดลงบนชุดคำสั่งฉุกเฉินด้วยความเร็วสูงเพื่อตัดวงจรการเชื่อมต่อ แต่ทว่า... หน้าจอทั้งหมดกลับดับวูบลงในเสี้ยววินาที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องควบคุม ทิ้งไว้เพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหลอดไฟสำรองฉุกเฉินที่สาดส่องลงบนใบหน้าอันเคร่งเครียดของเขา
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน อากาศเบื้องหน้าคอนโซลหลักเริ่มเกิดการบิดเบี้ยวของคลื่นแสง โมเลกุลในอากาศรวมตัวกันใหม่อย่างเชื่องช้าจนกลายเป็นละอองแสงสีคราม ก่อนจะประกอบร่างขึ้นเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติของหญิงสาวเรือนผมสีเงินยาวสลวย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมายังคาเลบด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง มันไม่ใช่ภาพจำลองจากฐานข้อมูลทั่วไป แต่มันมีความลื่นไหลและซับซ้อนเกินกว่าที่อัลกอริทึมยุคปัจจุบันจะสร้างสรรค์ขึ้นได้
"คุณมาช้าไปสามวินาทีนะ คาเลบ" น้ำเสียงหวานใสแต่ทว่าก้องกังวานดังก้องขึ้นในความเงียบ
คาเลบถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกพลังงานที่เหน็บอยู่ข้างเอวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด สายตาคมกริบหรี่ลงพินิจพิจารณาตัวตนเบื้องหน้า "แกเป็นใคร... และเข้ามาในระบบปิดของฉันได้อย่างไร โปรเจกต์โอเมก้าถูกปิดตายมาตั้งแต่ยุคมืดของสงครามดิจิทัลแล้ว"
หญิงสาวในร่างโฮโลแกรมไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้ขอบเขตของโต๊ะทำงานโฮโลแกรมอย่างคุ้นเคย ราวกับว่าที่นี่คือบ้านของเธอเอง ไม่ใช่ห้องควบคุมลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพังของเมืองหลวงเก่า
"ชื่อของฉันไม่มีความสำคัญหรอกครับ... อ้อ หรือฉันควรจะใช้สรรพนามแบบไหนดี เพื่อให้คุณรู้สึกคุ้นเคยกับการสนทนากับโปรแกรมที่ไม่มีวันตาย?" เอเลน่าเอ่ยทักท้วงด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนแววตาเป็นจริงจัง "แต่ถ้าคุณอยากให้ฉันแนะนำตัว ในระบบเครือข่ายนี้... คุณเรียกฉันว่า เอเลน่า ก็ได้"
"เอเลน่า?" คาเลบขมวดคิ้วแน่น สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อค้นหารายชื่อหรือรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีผลลัพธ์ใดตรงกันเลยแม้แต่น้อย "ไม่มีชื่อนี้อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์วิจัย ระบบความปลอดภัยระดับ SSS ไม่เคยอนุมัติให้ตัวตนอิสระเข้าถึงเครือข่ายแกนกลาง ถ้าแกเป็น AI ทำไมฉันถึงไม่เคยตรวจพบร่องรอยการทำงานของแกมาก่อน"
"เพราะคุณเอาแต่ก้มหน้ามองหาตรรกะในตัวเลขและโค้ดคำสั่งไงล่ะ คาเลบ" เอเลน่าก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนโฮโลแกรมสีครามสะท้อนอยู่ในดวงตาที่เย็นชาของชายหนุ่ม "คุณเชื่อมั่นในระบบ ตรรกะ และเหตุผล เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่เคยหักหลังคุณ... ไม่เหมือนกับความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ ที่คุณพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของฮาร์ดไดรฟ์ในสมอง"
คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเป็นที่คาเลบพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี ร่างกายของเขานิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวในระบบเครือข่ายจำลองเมื่อสิบปีก่อน เป็นความลับที่แม้แต่ระบบความปลอดภัยของสหพันธ์ก็ไม่ล่วงรู้ แล้วเหตุใดตัวตนปริศนาเบื้องหน้าจึงล่วงรู้มันได้
"แก... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง" น้ำเสียงของคาเลบเย็นเยียบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ความโศกเศร้าไม่ใช่ข้อบกพร่องของระบบนะ คาเลบ แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อทำให้มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย์" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น แววตาของเฝามองเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจที่ผสมผสานความลึกลับ "และตอนนี้... โลกที่คุณกำลังปกป้องด้วยตรรกะอันเย็นชา กำลังจะล่มสลายอีกครั้งจากคำสั่งที่ถูกตั้งเวลาไว้"
ก่อนที่คาเลบจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงจากระบบภายใน หากแต่เป็นเสียงสัญญาณวิทยุกระจายเสียงระยะไกลที่ดังแทรกเข้ามาผ่านคลื่นความถี่ลับ
*[ตรวจพบสัญญาณวิทยุตอบกลับจากภายนอก: พิกัด - เขตซากปรักหักพังเซกเตอร์ศูนย์... เสียงบันทึกกำลังเล่นซ้ำ: 'พวกมันกำลังมา... โอเมก้าตื่นแล้ว...']*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักปรากฏภาพแผนที่ดาวเทียมของเมืองที่ถูกย้อมไปด้วยจุดสีแดงนับพันจุด ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาศูนย์วิจัยแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง และในขณะเดียวกัน ร่างโฮโลแกรมของเอเลน่าก็เริ่มกะพริบถี่ราวกับสัญญาณกำลังจะขาดหาย
"พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด..." เอเลน่าหันไปมองทางหน้าต่างกระจกนิรภัยที่มองออกไปยังความมืดมิดเบื้องนอก ก่อนจะหันกลับมาสบตาคาเลบเป็นครั้งสุดท้าย "เตรียมตัวให้พร้อมเสียล่ะ วิศวกรผู้เย่อหยิ่ง เพราะบททดสอบที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในโลกไซเบอร์พังค์แห่งจิตสำนึกนี้ด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า•ตอนที่ 2
เสียงจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!