"กล่องกระดาษใบเดียว... นี่คือราคาที่บริษัทจ่ายให้สำหรับการทำงานถวายหัวมาสามปีอย่างนั้นหรือครับ?"
ผมถามออกไปพลางจ้องมองซองจดหมายสีขาวนวลในมือ เสียงของผมราบเรียบจนน่าตกใจ แต่มันคือความเย็นเยียบที่เกิดจากความเดือดดาลจนถึงขีดสุด ฝ่ายบุคคลตรงหน้าขยับแว่นสายตา เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผม ราวกับว่าการสบตากับคนตกงานเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเวลา
"คุณรินทร์ครับ บริษัทไม่ได้ไล่คุณออกเพราะผลงาน แต่เป็นเพราะความเหมาะสม... และบางที การรู้จักสถานะของตัวเองก็เป็นทักษะที่พนักงานควรมีไว้บ้างนะครับ"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำร้ายผมเท่ากับรอยยิ้มหยันที่มุมปากของคนตรงหน้า ผมพยักหน้าช้าๆ เก็บกล่องใส่ของใช้ส่วนตัวที่บรรจุเศษเสี้ยวชีวิตการทำงานตลอดสามปีลงในถุงผ้า ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจมันแหลกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
อากาศข้างนอกตึกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นของประเทศในช่วงเย็นย่ำอบอวลไปด้วยกลิ่นไอความหรูหราที่ผมไม่มีวันเอื้อมถึง ผมยืนอยู่ตรงทางออก บีบสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่แล้ว... ภาพตรงหน้ากลับทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
รถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันหรูจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตู วรุฒ ทายาทเจ้าของบริษัทอสังหาฯ คู่แข่ง กำลังก้าวลงจากรถด้วยชุดสูทสั่งตัดราคาหลายแสน เขากำลังโอบเอวใครบางคนเดินลงมา
'เมย์'... แฟนสาวที่ผมคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน มหาวิทยาลัยที่ใครๆ ต่างดูแคลนว่าไม่มีอนาคต เธอกำลังแย้มยิ้มอย่างมีความสุขภายใต้การปกป้องของวรุฒ ในมือของเธอถือกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ที่ผมแทบไม่ต้องฝันถึง
"รินทร์?" เมย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตากับผม รอยยิ้มของเธอเจื่อนลงเพียงชั่ววูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน
"บังเอิญจังเลยนะครับ" วรุฒเหยียดยิ้มกว้าง เขาก้าวเข้ามาหาผมช้าๆ ทิ้งระยะห่างอย่างเย่อหยิ่งพลางปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้อของเขา "พอดีผมเพิ่งชวนเมย์ไปดินเนอร์ที่โรงแรมหรูของตระกูลเรา... ลืมไปเลย ว่าคุณเพิ่ง 'ว่างงาน' หมาดๆ สงสัยคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้นอีกนานเลยนะครับ"
"ปล่อยมือจากเมย์" ผมเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
"หึ! เมย์ไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะสั่งได้นะครับรินทร์" เมย์แทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนน่าใจหาย "เราเลิกกันเถอะค่ะ รินทร์ให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้... และฉันก็ไม่อยากจมปลักอยู่กับชีวิตที่ต้องคอยพะวงเรื่องค่าเช่าห้องอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่ามีดคมๆ ที่กรีดลงบนหัวใจ ความรักที่ผมเพียรพยายามรักษาไว้ตลอดสี่ปี พังทลายลงในประโยคเดียว วรุฒหัวเราะร่าก่อนจะควักธนบัตรใบละพันปึกหนาโยนลงบนถุงผ้าของผม
"นี่ค่าปลอบใจครับ ถือว่าผมสงสารคนเคยรู้จัก... ไปซื้อข้าวกินประทังชีวิตไปก่อนนะครับ แล้วถ้าหาที่ซุกหัวนอนไม่ได้จริงๆ ก็มาขอผมทำงานเป็นคนสวนได้นะครับ ผมยินดีรับพนักงานที่ 'ซื่อสัตย์' และ 'เจียมตัว' อย่างคุณเสมอ"
ความอัปยศพุ่งขึ้นสู่โสตประสาท ผมยืนนิ่งท่ามกลางสายตาของพนักงานที่เดินผ่านไปมา ทุกคนมองผมด้วยสายตาสมเพชเวทนา ความเจ็บปวดในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจ แต่มันคือการถูกหยามเหยียดความเป็นมนุษย์จนถึงที่สุด
ในวินาทีที่ผมก้มลงมองกองเงินที่วางอยู่บนพื้น ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไขสันหลัง หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่ไม่มีใครเห็นนอกจากผมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ตรวจพบความปรารถนาอันแรงกล้าเพื่อการยกระดับชีวิต: ปลดล็อกระบบ 'ราชันธุรกิจเหนือดวงดาว']
[เงื่อนไข: ผู้ครอบครองต้องมีความแค้นอันเป็นพลังขับเคลื่อน]
[ระดับสถานะปัจจุบัน: ต่ำต้อยขั้นสูงสุด]
[ต้องการรับภารกิจ 'จุดเปลี่ยนโชคชะตา' หรือไม่?]
ผมสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความเจ็บปวดก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่เย็นเยียบ ผมเงยหน้าขึ้นมองวรุฒด้วยสายตาที่ทำให้เขาชะงักไปโดยไม่รู้ตัว มือของผมเอื้อมไปแตะหน้าต่างโฮโลแกรมนั้น
"ยอมรับ" ผมพึมพำ
[ระบบอัปเกรดชีวิตเริ่มทำงาน... มอบของขวัญเริ่มต้น: บัตรเครดิตระดับ Black Infinity (ไม่จำกัดวงเงิน) และความสามารถในการวิเคราะห์มูลค่าทางเศรษฐกิจระดับพระเจ้า]
วินาทีนั้น ความมั่นใจที่ผมไม่เคยมีมาก่อนก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ความต้อยต่ำ ผมเหยียบธนบัตรที่วรุฒโยนลงมาบนพื้นซ้ำลงไปอีกครั้งด้วยรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของผม แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่า
"เงินพวกนี้ ผมคงต้องคืนให้คุณนะครับวรุฒ" ผมกล่าวพลางหยิบโทรศัพท์มือถือที่แตกหน้าจอออกมา กดปุ่มบางอย่าง
ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นเหนืออาคารของบริษัทวรุฒ แรงลมพัดจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังหน้า เฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทลำใหญ่ค่อยๆ ลดระดับลงมาจอดบนลานจอดที่เขาสงวนไว้สำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดเท่านั้น ชายในชุดสูทสีดำสนิทกว่าสิบคนก้าวลงมาโค้งคำนับผม
"ท่านประธานรินทร์ครับ รถพร้อมแล้วครับ"
วรุฒหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีไก่ต้ม เมย์เบิกตากว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า เธอมองผมสลับกับเฮลิคอปเตอร์ตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
ผมหยิบบัตรโลหะสีดำสนิทที่มีประกายออร่าจางๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะตวัดมันผ่านเครื่องอ่านบัตรเคลื่อนที่ที่บอดี้การ์ดเตรียมไว้ เสียงระบบธนาคารระดับโลกดังขึ้นก้องไปทั่วบริเวณ...
'ยอดเงินในบัญชีของท่านคือ... อินฟินิตี้'
ผมยิ้มให้วรุฒที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว "คุณพูดถูกครับวรุฒ... เรื่องสถานะน่ะ ผมควรจะรู้จักมันตั้งนานแล้ว ว่าจริงๆ แล้ว ใครกันแน่ที่เป็นคนคุมเกมนี้จริงๆ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสู่จุดเริ่มต้นของอำนาจที่เหนือกว่าไปพร้อมกับผมนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ระบบอัปเกรดชีวิต: ปลดล็อกดวงดาวเหนือราชันธุรกิจ•ตอนที่ 1
จุดตกต่ำบนกองน้ำตา
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัปเกรดชีวิต: ปลดล็อกดวงดาวเหนือราชันธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
