แปลนรักฉบับเนี้ยบ: ขอพื้นที่หัวใจให้ยัยสถาปนิก•ตอนที่ 1

พิมพ์เขียวที่ล่มไม่เป็นท่า

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"เส้นผ่านศูนย์กลางของคานตัวนี้ คลาดเคลื่อนไปสามเซนติเมตรค่ะคุณทาย" เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนเปลือยดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ไซต์งาน รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งถือม้วนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ อีกข้างดันแว่นกันแดดขึ้นไปพักไว้บนกลุ่มผมยาวที่รวบเป็นมวยสูงอย่างแน่นหนา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเฉี่ยวฉกาดจ้องเขม็งไปยังโครงสร้างเหล็กดัดโค้งกลางห้องโถงที่ควรจะเป็นห้องสตูดิโอศิลปะ แต่มันกลับบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดของปิกัสโซที่กำลังเมาค้าง เพทายไม่ได้ขยับตัวออกจากเก้าอี้พับสนาม เธอนั่งไขว่ห้างในชุดเอี๊ยมยีนส์เปื้อนสีอะคริลิกหลากสีสัน บนตักมีสมุดสเกตช์เล่มหนา มือเรียวคีบดินสอถ่านไว้หลวมๆ ดวงตากลมโตคู่คมช้อนขึ้นมองสถาปนิกสาวคนเก่งที่บริษัท 'Aura Space' ส่งมาคุมงานด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่รินรดาเคยพบ "สามเซนติเมตรเองค่ะคุณสถาปนิก ตัวเลขน้อยนิดแค่นี้ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกด้วยล่ะคะ" เพทายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือแววเย้าแหย่ที่ทำเอาเส้นเลือดขมับของรินรนกระตุกยิกๆ "สามเซนติเมตรในงานโครงสร้าง มันหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตคนนะคะคุณทาย ไม่ใช่งานศิลปะที่คุณจะนึกอยากป้ายสีตรงไหนก็ป้ายได้ตามใจชอบ!" รินรดาก้าวฉับๆ เข้าไปยืนประชิดหน้าโครงสร้างเหล็ก พร้อมตวัดสายตากลับมามองเจ้าของบ้านที่ยังคงนั่งลอยชาย "ฉันเอาพิมพ์เขียวนี้ให้คุณเซ็นอนุมัติไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทุกเส้น ทุกมุม ถูกคำนวณด้วยหลักวิศวกรรมที่แม่นยำที่สุด แต่สิ่งที่คุณทำกับมันคืออะไรคะ... เอาสีสเปรย์มาพ่นทับเส้นบอกระยะเนี่ยนะ!" "ก็ฉันมองว่ามันแข็งทื่อเกินไป" เพทายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวบางของศิลปินสาวขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ ของเฟรชมินต์และกลิ่นสีน้ำมันลอยมาแตะจมูก "บ้านหลังนี้ฉันเป็นคนอยู่ ฉันไม่ได้อยากได้ห้องสี่เหลี่ยมทึบตันที่ไร้จิตวิญญาณแบบตู้คอนเทนเนอร์นะคะริน... เอ๊ย ขอโทษค่ะ คุณรินรดา" รินรดากลืนน้ำลงคออย่างฝืดเคือง ไม่ใช่เพราะเกรงกลัว แต่อากาศรอบตัวมันเหมือนจะเบาบางลงอย่างกะทันหันเมื่อใบหน้าหวานจัดของเพทายโน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ชนิดที่หลอกล่อให้คนมองหลงทางได้ง่ายๆ หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายกำลังทำลายผลงานชิ้นเอกของเธอ "เรียกฉันว่าคุณรินรดาค่ะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาพื้นที่ส่วนตัวและกำแพงความเย่อหยิ่งเอาไว้ให้มั่น "แล้วก็กรุณาทำความเข้าใจใหม่นะคะว่า การออกแบบพื้นที่ใช้สอยไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ชั่ววูบ ถ้าคุณอยากได้งานศิลปะนามธรรมเพียวๆ เชิญไปซื้อผ้าใบแล้วละเลงในห้องนอนตัวเองค่ะ แต่อย่าเอาโครงสร้างบ้านของฉันมาเป็นแคนวาสระบายอารมณ์!" เพทายหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่มันช่างน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของสถาปนิกสาว "ปากร้ายจังเลยนะคะ... สงสัยเวลาออกแบบตึก คงต้องใช้ไม้บรรทัดเหล็กวัดแม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองด้วยแน่เลย" "มันเรื่องของฉันค่ะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน หน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอแดดที่ทะลุผ่านโครงหลังคาชั่วคราวลงมา หรือเพราะสายตาพินิจพิเคราะห์ของคนตรงหน้าที่มองเธอราวกับกำลังทะลุทะลวงอ่านความคิดในหัว "สรุปคือ คุณจะรื้อโครงสร้างตรงนี้ออกแล้วทำใหม่ตามแบบ หรือจะให้ฉันยกเลิกสัญญาคุมงานแล้วให้บริษัทไปฟ้องร้องเรื่องค่าเสียหายที่คุณแก้แบบโดยพละการคะ?" รินรดาประกาศกร้าวพร้อมกอดอกแน่น สายตาจ้องเขม็งรอคำตอบที่บ่งบอกความรับผิดชอบ แต่เพทายกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ศิลปินสาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัญชาตญาณเตือนให้รินรดารีบถอยหนี แต่เรียวขาเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นปูน เพทายโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อ น้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจทิ้งจังหวะช้าๆ ทำเอาหัวใจที่รินรดาพยายามควบคุมด้วยหลักคณิตศาสตร์กระโดดข้ามจังหวะไปอย่างสิ้นเชิง "ถ้าฉันบอกว่า... ฉันยอมให้คุณรื้อโครงสร้างทั้งหมดทิ้ง..." เพทายเว้นวรรค ปลายเลิ็บเรียวแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทของรินรดา "แลกกับการที่คุณต้องมานั่งดูฉันวาดรูปสดๆ ในห้องนี้ทุกวันจนกว่าบ้านจะเสร็จ... คุณจะว่ายังไงคะ, คุณสถาปนิกคนเก่ง?" รินรดากลั้นหายใจ สมองประมวลผลสะดุดกึก กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเพทายอบอวลอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว และก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากด่ากราดเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก *แอ๊ด...* เสียงประตูเหล็กชั่วคราวหน้าไซต์งานถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า และเสียงทักทายที่ดังทะลุความเงียบ "พี่ทาย! แนนเอาแบบแปลนชุดใหม่ที่พี่สั่งแก้มาให้— เอ๊ะ... ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรรึเปล่าคะเนี่ย?" รินรดาสบตากับหญิงสาวผู้มาใหม่ที่กำลังกะพริบตาปริบๆ มองท่าทางหมิ่นเหม่ระหว่างเธอกับเพทาย และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เพทายก็กระซิบประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายไว้ก่อนจะผละตัวออกไปยืนยิ้มร่า "คิดคำตอบให้ดีนะคะ... เพราะเกมนี้ ฉันเป็นคนถือพู่กันค่ะ" กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับเนี้ยบ: ขอพื้นที่หัวใจให้ยัยสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%