เชฟสาววิญญาณแกร่งกับสามีเกษตรกรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 1

มื้อสุดท้ายที่กลายเป็นจุดเริ่มต้น

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณยังไม่ออกไปจากบ้านหลังนี้ภายในสามวินาที ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและลักทรัพย์" น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเยือกเย็น เฉียบคม และมีพลังกดดันบางอย่างจนทำให้ป้าสะใภ้ร่างท้วมที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่กลางห้องโถงถึงกับชะงักค้าง เผลอลดมือลงโดยอัตโนมัติ รินรดากวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย สมองเพชรของเชฟระดับแถวหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นของไม้เก่า ฝุ่นละอองที่ลอยวนในอากาศ และภาพของบ้านเรือนไทยปูนกึ่งไม้ที่ทรุดโทรมใกล้พัง นี่ไม่ใช่ห้องครัวสเตนเลสสตีลเงาวับระดับมิชลินสตาร์ที่เธอยืนอยู่เมื่อไม่กี่นารีก่อน ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่ความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตกกำลังบอกว่า... เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกัน ผู้เพิ่งเสียชีวิตด้วยความตรอมใจหลังจากสามีจากไป และกำลังจะถูกญาติฝ่ายสามีฮุบที่ดินแปลงสุดท้ายมรดกชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ "นังริน! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน!" ป้าทิพย์แผדเสียงแหลมสูงด้วยความตกใจปนความโกรธเกรี้ยว นางถลึงตาใส่ร่างบางที่เพิ่งลุกขึ้นยืนจากเสื่อเก่าๆ บนพื้น "บ้านหลังนี้และที่ดินห้าไร่นี่เป็นของตาคม สามีแกตายไปแล้ว แกเป็นแค่สะใภ้หัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น! เอกสารพินัยกรรมฉบับนั้น แกต้องเซ็นโอนให้ลูกชายฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" ข้างกายป้าทิพย์ มีชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมพุงพลุ้ยนามว่า ‘ประเสริฐ’ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังถือกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นเข้ามาใกล้ พร้อมกับปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตาของสองแม่ลูกคู่นี้เป็นประกายโลภโมจิสันอย่างชัดเจน พวกเขาจ้องมองรินรดาราวกับแร้งที่กำลังรุมทึ้งซากสัตว์ รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเย้ยหยันที่ส่งไปถึงดวงตา ในโลกเก่า เธอคือนักรบในสงครามห้องครัว เป็นเชฟสาวมือหนึ่งผู้ผ่านการบริหารจัดการร้านอาหารมูลค่าหลายร้อยล้านและกวาดล้างหุ้นส่วนจอมคดโกมานักต่อนัก คนระดับเธอหรือจะมาตกม้าตายให้ป้าแก่กับลูกชายสมองทึบฮุบสมบัติไปได้ง่ายๆ "พินัยกรรม?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง เธอค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้สองแม่ลูกทีละก้าว การเคลื่อนไหวสง่างามราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "ป้าทิพย์คะ... สามีฉันเพิ่งเสียชีวิตไปได้แค่เจ็ดวันศพยังไม่ทันเผา พวกคุณรีบร้อนมาบังคับให้ฉันเซ็นโอนที่ดินตอนตีห้าแบบนี้ ไม่คิดว่ามันน่าเกลียดไปหน่อยหรือคะ?" "แก!" ประเสริฐทนไม่ไหว เงื้อมือขึ้นทำท่าจะตบสั่งสอนนังสะใภ้ปากดี แต่รินรดารวดเร็วกว่า เธอยกมือขึ้นคว้าข้อมือของชายหนุ่มไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบิดข้อมือตามจุดยุทธศาสตร์ทำให้ประเสริฐต้องร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด หน้าตาบิดเบี้ยวทันที "โอ๊ยๆๆ มือฉัน! ป้าช่วยด้วย นังบ้าDINนี่มันแรงเยอะมาจากไหนวะ!" "จำไว้ว่าที่นี่คือบ้านของฉัน ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องทรัพย์สินของรินรดาคนนี้ จะต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพง" รินรดาปัดมือชายหนุ่มทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วจ้องหน้าทั้งสองคนนิ่ง "ไสหัวออกไปซะ! ถ้าภายในสิบวินาทียังเห็นเงาหัวพวกคุณอยู่ในเขตบ้านฉัน ฉันจะปล่อยหมา... อ้อ ไม่สิ ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกยามวิกาลและทำร้ายร่างกายให้ติดคุกหัวโตแน่" ป้าทิพย์หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ นางไม่เคยเห็นนังเด็กนี่ดุดันและน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน ปกติรินรดาเป็นคนเงียบขรึม หัวอ่อน และเจ้าน้ำตา แต่วันนี้แววตานั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนคนได้ทุกเมื่อ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังริน! แกคิดว่าขู่ฉันแล้วฉันจะกลัวเรอะ ที่ดินนี่แกไม่มีปัญญาทำกินหรอก อีกสามวันฉันจะพาคนมาขับไล่แกออกไปตามกฎหมายแน่!" ป้าทิพย์ชี้หน้าคาดโทษด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะรีบหิ้วปีกลากลูกชายตัวแสบถอยร่นออกนอกประตูบ้านไปอย่างทุลักทุเล เมื่อเสียงฝีเท้าของสองแม่ลูกลับหายไป ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่บ้านไม้หลังเก่า รินรดายืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายนี้แม้จะผอมบางและขาดสารอาหาร แต่โครงสร้างพื้นฐานถือว่าใช้ได้ แค่ต้องได้รับการฟื้นฟู ทว่าปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้คือ "ความยากจน" และ "ท้องที่กำลังส่งเสียงร้องประท้วง" [ติ๊ง! ระบบห้องครัวอัจฉริยะและมิติลับเกษตรกรรม ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ] เสียงจักรกลใสๆ ดังขึ้นในหัวของรินรดา พร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา ภาพหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติแสดงพื้นที่ดินอุดมสมบูรณ์นับร้อยไร่ในมิติลับ พร้อมคลังวัตถุดิบอาหารระดับพรีเมียม เมล็ดพันธุ์พืชหายาก และอุปกรณ์ครัวครบครัน รินรดากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ ก่อนริมฝีปากอิ่มจะแยย้มรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างอดไม่ได้ "มีมิติลับแบบนี้... ชีวิตใหม่ในชนบทของฉันคงไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดแล้วสินะคะ" เธอตั้งใจจะเดินไปสำรวจห้องครัวเพื่อหาวัตถุดิบพื้นบ้านมาทำอาหารเช้าประทังชีวิต ทว่าทันใดนั้นเอง... ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ท่ามกลางความเงียบยามรุ่งสาง รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ใครกันที่จะมาหาเธอในยามวิกาลเช่นนี้? เธอค่อยๆ เดินไปแง้มประตูออกช้าๆ แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าบ้าน ไหล่กว้างหนาในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ ใบหน้าคมคายดุดัน นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยความห่วงใยเจือความระแวง นั่นคือ "ภูผา" ชายหนุ่มเจ้าของไร่ข้างเคียง อดีตทหารหน่วยรบพิเศษผู้ปลดประจำการมาใช้ชีวิตสันโดษ คนที่ชาวบ้านต่างลือกันว่าน่ากลัวและเข้าถึงยากที่สุด ภูผายื่นห่อใบตองส่งให้เธอ กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวเหนียวร้อนๆ และสมุนไพรป่าโชยเตะจมูกทันที ก่อนที่เขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง "ฉันได้ยินเสียงเอะอะ... เธอกินอะไรหรือยัง? พอดีฉันทำข้าวต้มเครื่องหมูสับป่ามาฝาก..." ยังไม่ทันที่ภูผาจะพูดจบประโยค ประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นด้วยความตกใจของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "คุณภูผา! คุณรินรดา!แย่แล้วค่ะ! มีคนพบศพ... พบคนนอนหมดสติอยู่ริมลำธารหลังไร่ อาการสาหัสมาก เหมือนถูกวางยาพิษ!" รินรดานิ่งอึ้ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบตากับภูผาที่หันขวับมามองเธอทันทีด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกล้าในพริบตาเดียว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเปิดประตูสู่โลกใบใหม่นี้ร่วมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาววิญญาณแกร่งกับสามีเกษตรกรผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%