"ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการประมวลผลคำว่า 'ตรรกะ' กรุณาใช้มันคิดก่อนจะขีดเส้นบ้าๆ นี่ลงบนแบบแปลนของฉันค่ะ คุณอคิราห์"
เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะกระจกใสของห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้าดังรัวเป็นจังหวะ มันไม่ใช่เสียงเคาะเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่มันคือเสียงประณามหยามเหยียดที่ถูกส่งตรงมาจากอัลฟาหนุ่มผู้เปรียบเสมือนศูนย์รวมความสมบูรณ์แบบและความน่ารำคาญในเวลาเดียวกัน รณกรขยับกรอบแว่นสายตากลมรีเล็กน้อย นัยน์ตาสีสนิมกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับกระดาษร่างแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่กางอยู่ตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนดูแคลน
อคิราห์ลอยชายพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของโอเมก้าหนุ่ม เจ้าตัวยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ี่สะทกสะทฮานต่อสายตาคมกริบที่พร้อมจะเชือดเฉือนเขาเป็นชิ้นๆ
"ตรรกะของคุณมันแข็งกระด้างเกินกว่าจะหายใจร่วมโลกกับมนุษย์ค่ะ คุณรณกร" อคิราห์โต้กลับด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งยวน ประกายในดวงตาสีอำพันฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน "สถาปัตยกรรมไม่ได้เกิดมาจากโค้ดบิตและไบต์ที่เรียงหน้ากระดานอย่างไร้จิตวิญญาณ มันคือศิลปะ คือพื้นที่หายใจ และแปลนที่ฉันร่างขึ้นมา... มันออกแบบมาเพื่อมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ไร้หัวใจแบบคุณ"
"มนุษย์ที่ไหนเขาใช้บันไดวนแบบไม่มีราวจับเชื่อมต่อกับพื้นที่ทำงานส่วนกลาง แค่คิดเรื่องแรงโน้มถ่วงกับอัตราการเกิดอุบัติเหตุ โค้ดของฉันก็รัน error ขึ้นมาเตือนในหัวเป็นร้อยรอบแล้วค่ะ" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทางเนี้ยบกริบตั้งแต่ปลายปกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนไปจนถึงรองเท้าหนังขัดเงาวยิ่งขับเน้นความเย่อหยิ่งของเจ้าตัวให้เด่นชัดขึ้นไปอีก "ถ้าโปรジェクトนี้พังไม่เป็นท่าเพราะงานศิลปะเพ้อเจ้อของคุณ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่เขียนอัลกอริทึมลบชื่อคุณออกจากบริษัทให้พ้นทาง"
"อุ๊ย... กลัวจังเลยค่ะ" อคิราห์แสร้งยกมือขึ้นทาบอกด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ ก่อนจะผละตัวออกจากขอบหน้าต่างแล้วก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับรณกรลดลงฮวบฮาบ กลิ่นฟีโรโมนอ่อนจางราวกับดอกไม้ป่าหลังฝนตกโชยปะทะจมูกของอัลฟาหนุ่ม แม้ว่ารณกรจะฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นกายและเปิดเครื่องฟอกอากาศในห้องทำงานจนกลิ่นแทบเจือจาง แต่สัญชาตญาณดิบภายในก็ยังคงตื่นตัวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล "ปากเก่งแบบนี้ ระวังเถอะค่ะ... สักวันคุณอาจจะกลายเป็นคนคลั่งรักงานศิลปะเพ้อเจ้อของฉันจนโงหัวไม่ขึ้น"
รณกรนิ่งงันไปชั่ววินาทีเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันที่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ความตึงเครียดในอากาศเปลี่ยนสถานะอย่างกะทันหัน จากสนามรบทางความคิดกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด รณกรขยับถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อดึงสิทธิ์การควบคุมตัวเองกลับคืนมา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก
"เพ้อเจ้อพอกันทีค่ะ" รณกรสะบัดเสียงใส่เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความหวั่นไหว "ธันวาเพิ่งส่งอีเมลกำชับมาเมื่อห้านาทีก่อนว่า ถ้าพวกเรายังตกลงเรื่องการบูรณาการระบบสมาร์ทโฮมเข้ากับโครงสร้างหลักไม่ได้ ภายในวันศุกร์นี้เราเตรียมตัวโดนเรียกเข้าห้องเย็นยกแผนกได้เลย และฉันไม่มีทางเอาชื่อเสียงระดับท็อปของแผนกไอเดนทิฟฟายไปทิ้งน้ำเพราะอีโก้บ้าๆ ของสถาปนิกปากดีอย่างคุณแน่"
อคิราห์หุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของธันวา แววตาสีอำพันฉายความแข็งกร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง หัวหน้าโครงการคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้อำนาจกดขี่และจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้พวกเขามานาน การถูกบังคับให้มาร่วมหัวจมท้ายกันในโปรเจกต์ช้างชนช้างนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเกมการเมืองในออฟฟิศที่ธันวาจงใจจัดฉากให้พวกเขากัดกันเองเพื่อรอวันล่มสลาย
"ถ้าไม่อยากโดนไอก้อนเนื้อไร้น้ำยาอย่างธันวาเหยียบหัว คุณก็หุบปากแล้วฟังข้อเสนอของฉันซะสิคะ" อคิราห์ถอนหายใจยาว ดึงตัวกลับมาอยู่ในระยะปลอดภัยก่อนจะโยนรีโมทคอนโทรลลงบนโต๊ะ "เปิดหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขึ้นมา ฉันจะแสดงให้เห็นว่าทำไม 'งานศิลปะเพ้อเจ้อ' ของฉัน ถึงทำให้ระบบบ้าๆ ของคุณฉลาดขึ้นได้อีกสามเท่า"
รณกรหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจนัก แต่มือเรียวยาวก็ยอมเอื้อมไปกดรีโมทตามคำสั่ง แสงสีฟ้าจากโปรเจกต์เตอร์สาดส่องลงบนผนังห้องประชุม เผยให้เห็นโมเดลสามมิติของอาคารสำนักงานอัจฉริยะที่ถูกออกแบบอย่างประณีต โครงสร้างโค้งมนรับกับระบบเน็ตเวิร์กที่ถูกจำลองขึ้นมาเป็นเส้นใยแสงสีทองวิ่งวนไปทั่วทั้งตึก มันคือความงดงามที่ผสานระหว่างเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง จนแม้แต่คนหัวรั้นอย่างรณกรก็ยังต้องแอบยอมรับในใจลึกๆ ว่าโอเมก้าตรงหน้ามีฝีมือสมคำร่ำลือจริงๆ
"เห็นไหมคะ?" อคิราห์โน้มตัวเข้ามาใกล้ ชี้ปลายนิ้วเรียวไปยังจุดเชื่อมต่อของระบบบนหน้าจอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังจนน่าประหลาด "ฉันไม่ได้ทำลายตรรกะของคุณ แต่ฉันกำลังขยายขอบเขตมันออกไปต่างหาก ถ้าเราปรับองศานี้ลงอีกห้าองศา... สายCablesทั้งหมดจะถูกซ่อนไว้ใต้พื้นผิวอย่างไร้รอยต่อ และเซนเซอร์ AI ของคุณก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกลัวเรื่องมุมอับสายตา"
รณกรนิ่งเงียบไป สมองอัจฉริยะกำลังประมวลผลข้อมูลชุดใหม่ที่ถูกป้อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ช่องโหว่ที่เขาเคยพบหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความสมบูรณ์แบบที่เกินความคาดหมาย เขากลืนน้ำลายลงคออึกลึกหนึ่ง ยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่าการร่วมมือกับคนคนนี้อาจจะไม่ใช่หายนะอย่างที่คิด... แต่มันอาจจะเป็นความหายนะต่อหัวใจของเขาเองเสียมากกว่า
ทว่า ก่อนที่รณกรจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การอนุญาต
ร่างสูงโปร่งของธันวา ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก สายตากวาดมองคนทั้งสองที่ยืนประชิดกันเกินความจำเป็นด้วยแววตารู้ทัน
"ดูท่าทางพวกคุณจะปรึกษากันได้ออกรสออกชาติกันดีนี่ครับ หวังว่าผลงานบนโต๊ะคงจะไม่ทำให้ผมต้องผิดหวังเหมือนหน้าตาของพวกคุณในตอนนี้นะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ถือวิสาสะเดินเข้ามาหยิบกระดาษแบบแปลนขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ "เพราะถ้าโปรเจกต์นี้พัง... ผมนี่แหละจะเป็นคนเซ็นอนุมัติไล่พวกคุณออกด้วยตัวเอง"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกกับกระต่ายพระจันทร์นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักคุณ•ตอนที่ 1
โค้ดลับกับสถาปนิกมือดี
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!