สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 5

สมการความรู้สึก

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์พ่นแสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนกับแว่นสายตาไร้กรอบของกรณ์ แว่นตานั้นเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ทำให้เขามองโลกผ่านตัวเลขและตารางพิกัดความเครียด ในขณะที่รวินท์ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า ห่างกันเพียงโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ที่กั้นอาณาเขตระหว่างวิศวกรรมโครงสร้างกับงานสถาปัตยกรรม ภาพถ่ายสำเนาเอกสารลงนามบนหน้าจอนั้นยังคงค้างเติ่งอยู่ ลายเซ็นต์วัดหวาดไหวแต่หนักแน่นของพ่อเธอ—อดีตสถาปนิกใหญ่ผู้ล่วงลับ—ปรากฏหราอยู่เคียงข้างชื่อของบริษัทพัชรวิศวกรรม ในโครงการก่อสร้างเมื่อสิบปีก่อน โครงการที่ล่มสลายลงพร้อมกับรอยร้าวในครอบครัวของเธอ “คุณกำลังคำนวณอะไรอยู่หรือครับ คุณกรณ์” รวินท์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันจนอากาศในห้องประชุมเล็กแทบจะกลายเป็นของแข็ง น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค กรณ์ค่อย ๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นมองตรงไปยังเธอ ราวกับกำลังวิเคราะห์แรงเฉือนและจุดรับน้ำหนักของคานคอนกรีตที่กำลังจะถล่มลงมา “ผมไม่ได้กำลังคำนวณโครงสร้างตึกหรอกครับ คุณรวินท์” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยตอบ เขายกมือขึ้นประสานกันไว้บนตัก “แต่ผมกำลังคำนวณ ‘ความน่าจะเป็น’ ในพฤติกรรมของคุณ” รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววไม่พอใจที่ถูกมองเป็นเพียงสมการทางคณิตศาสตร์ “ฉันไม่ใช่ตัวแปรในสมการของคุณนะ คุณกรณ์” “ถ้าคุณไม่ใช่ตัวแปร ทำไมอัตราการกะพริบตาของคุณถึงเพิ่มขึ้นจากสิบสองครั้งต่อนาที เป็นยี่สิบสี่ครั้งทันทีที่คุณเห็นลายเซ็นนั้นบนหน้าจอ?” กรณ์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งอารมณ์ร่วม ราวกับแพทย์กำลังวินิจฉัยโรค “และทำไมปลายนิ้วมือข้างขวาของคุณถึงจิกเข้าที่ข้อศอกซ้ายแน่นจนผิวเปลี่ยนเป็นสีขาว... สำหรับผมแล้ว มนุษย์เราซื่อตรงที่สุดก็ต่อเมื่อร่างกายกำลังตอบสนองต่อความตื่นตระหนก” รวินท์สูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอผละจากการกอดอกแล้ววางมือลงบนโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชา “คุณเป็นคนแบบนี้เสมอเลยสินะครับ... อะแฮ่ม... คุณกรณ์” เธอเกือบเผลอหลุดคำพูดประชดประชันออกไป แต่กลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปาก “มองทุกอย่างเป็นเหตุและผล คิดว่ามนุษย์เป็นแค่ก้อนมวลสารที่มีแรงดึงดูดและแรงผลักดันทางจิตวิทยา แต่คุณเคยลองใช้หัวใจรู้สึกจริง ๆชีพบ้างไหมครับ... ว่าภายใต้ความนิ่งขรึมและท่าทีเยือกเย็นของคุณ มันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?” คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องหยุดชะงัก กรณ์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาที่เคยนิ่งสนิทไหววูบราวกับผิวน้ำที่มีก้อนหินตกลงไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เขาก็กลับมาควบคุมความรู้สึกทั้งหมดไว้ได้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาทึบ “ความรู้สึกเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ครับ คุณรวินท์” กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาสร้างแรงกดดันให้รวินท์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง “ในทางวิศวกรรม สิ่งใดที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งนั้นคือ ‘ความเสี่ยง’ และผมไม่เคยปล่อยให้โครงการไหนพังลงเพราะความรู้สึกส่วนตัว” “แม้ว่าความเสี่ยงนั้นจะเกี่ยวข้องกับความจริงในอดีตที่ถูกปกปิดไว้หรือครับ?” รวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้น “พ่อของฉัน... เขาเกี่ยวข้องอะไรกับพัชร และเอกสารฉบับนี้ทำไมถึงไปอยู่ในเครื่องของคุณ?” กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย จนได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ รวินท์ไม่ได้ถอยหนี แม้หัวใจของเธอจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้สร้างความโรแมนติก แต่มันคือการปะทะกันของสนามพลังงานสองขั้วที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง “ถ้าคุณอยากรู้ความจริง...” กรณ์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย เสียงกระซิบของเขานุ่มนวลจนน่ากลัว “คุณต้องพิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่า คุณมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรับแรงกระแทกได้ โดยไม่แตกสลายไปเสียก่อน” รวินท์เงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันไม่ใช่กระจกที่จะแตกได้ง่าย ๆ อย่างที่คุณคิดหรอกครับ... คุณกรณ์” ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยคำพูดใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กัน ตามด้วยการเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของพัชร หัวหน้าโครงการผู้กุมรอยยิ้มอันเป็นมิตรไว้บนใบหน้าเสมอ แต่แววตากลับซ่อนความระแวงไว้อย่างมิดชิด “คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจัง” พัชรกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับกวาดสายตาสำรวจความใกล้ชิดระหว่างคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแฝงความหมายบางอย่าง “หวังว่าคงไม่ได้กำลังถกเถียงกันเรื่อง ‘ข้อตกลงเก่า’ เมื่อสิบปีก่อนหรอกนะครับ” คำว่า “ข้อตกลงเก่า” ทำให้กรณ์และรวินท์ชะงักพร้อมกัน รวินท์หันขวับไปมองพัชรทันที ขณะที่กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พัชรเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชำเลืองมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงแสดงภาพเอกสารลงนามที่มีลายเซ็นพ่อของรวินท์อยู่ รอยยิ้มบนใบหน้าของพัชรค่อย ๆ จางหายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉยที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม “ดูท่าว่า... ความลับที่พวกเราพยายามฝังกลบเอาไว้ใต้ฐานรากของตึกหลังนี้ คงจะได้เวลาขุดขึ้นมาตรวจสอบความแข็งแรงกันใหม่อีกครั้งเสียแล้วล่ะครับ” พัชรกล่าวเบา ๆ ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบอีกซองหนึ่งวางลงบนโต๊ะตรงหน้ารินทร์ “และผมคิดว่า คุณรวินท์น่าจะอยากอ่านเอกสารฉบับจริง... ไม่ใช่แค่สำเนาในหน้านั้น” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขรหัสลับแห่งหัวใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%