สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 15

ข่าวลือในออฟฟิศ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงกดยกเลิกข้อความในแอปพลิเคชันสนทนากลุ่มของฝ่ายประมาณราคา ดังติดต่อกันสามครั้งบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะทำงานของรวินท์ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด ซึ่งมีน้ำหนักมากพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวเธอหนาทึบราวกับอากาศก่อนฝนตก ในโลกของงานออกแบบ สถาปนิกและวิศวกรเปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามที่ถูกบังคับให้อยู่บนวงโคจรเดียวกัน รวินท์ใช้ชีวิตอยู่กับเส้นโค้ง ความรู้สึก และช่องว่างที่เปิดรับแสงสว่าง ขณะที่กรณ์ถูกหล่อหลอมด้วยตัวเลข แรงเฉือน และความแม่นยำระดับมิลลิเมตร พวกเขาปะทะกันมานับครั้งไม่ถ้วนบนโต๊ะประชุม แต่ไม่มีการปะทะครั้งไหนที่สร้าง "แรงกระแทก" ใต้ผิวน้ำได้รุนแรงเท่ากับข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดในเวลานี้ ข่าวลือที่ว่า... เส้นกั้นระหว่างงานกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของพวกเขากำลังพังทลายลง "กาแฟแก้วนี้ดูเหมือนจะจืดไปหน่อยนะครับคุณรวินท์ หรือว่าปัญหาโครงสร้างของตึก A จะทำให้ต่อmรับรสของคุณเปลี่ยนไปเสียแล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงาน รวินท์เงยหน้าขึ้น ช้าๆ สายตาของเธอปะทะเข้ากับดวงตาสนิมเหล็กที่มักจะเรียบเฉย แต่วันนี้กลับพกพาประกายความระแวดระวังบางอย่างไว้อย่างมิดชิด กรณ์ยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนจากการถือม้วนแบบแปลนโครงสร้างหนาเตอะ รวินท์วางปากกาในมือลง ช้าๆ และมั่นคง เธอยังไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่เลือกที่จะสำรวจท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า "ถ้าปัญหาโครงสร้างตึก A แก้ไขได้ง่ายเหมือนกับการควบคุมข่าวลือในออฟฟิศนี้ ป่านนี้เราคงได้พักผ่อนยาวไปแล้วล่ะค่ะ... เอ๊ย... ครับ" เธอกลืนคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมลงคออย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงสติกลับมาควบคุมสรรพนามและน้ำเสียงให้เป็นมืออาชีพที่สุด กรณ์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คุณดูจะกังวลกับข่าวลือมากกว่าความปลอดภัยของคานรับน้ำหนักเสียอีกนะครับ รวินท์" "เพราะฉันรู้ว่าคานรับน้ำหนักคำนวณด้วยฟิสิกส์ แต่วิธีที่คนในออฟฟิศนี้ใช้นินทา คำนวณด้วยอคติและจินตนาการ ซึ่งมันคาดเดายากกว่าเยอะครับ" รวินท์จงใจใช้คำลงท้ายที่ถูกต้องตามระเบียบ แต่สายตาคมกริบของเธอกำลังท้าทายเขาทางอ้อม บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานของเธอเริ่มกลายเป็นจุดสนใจของพนักงานคนอื่นอย่างเงียบๆ เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดที่เคยดังระรัวค่อยๆ เบาลง หางตาของรวินท์มองเห็นเลขาฯ หน้าห้องของฝ่ายทรัพยากรบุคคลกำลังแสร้งทำเป็นจัดแฟ้มเอกสารอยู่ใกล้ตู้เก็บของ แต่หูตั้งใจฟังทุกคำสนทนา กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะของเธออีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นกระดาษพิมพ์เขียว กลิ่นกาแฟดำเข้มข้น และกลิ่นอายความเยือกเย็นแบบผู้ชายที่ผ่านโลกมาโชกโชน—ลอยเข้ามาแตะจมูก รวินท์ผะแผ่วลมหายใจเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าการยืนใกล้เขาในเวลานี้ ยิ่งเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟข่าวลือ แต่เธอก็ไม่ใช่ประเภทที่จะถอยหนีเพียงเพราะสายตาคนอื่น "ปล่อยให้พวกเขาพูดไปสิครับ" กรณ์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย เสียงของเขาเบาลงจนมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน "คนพวกนั้นไม่เข้าใจหรอกว่า แรงดึงดูดระหว่างวัตถุสองชิ้น มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ... แต่มันเกิดจากมวลและระยะห่างที่เหมาะสม" รวินท์ชะงักไปชั่วขณะ คำพูดของเขามีความหมายสองแง่สองง่ามที่แฝงไว้ด้วยปรัชญาทางวิศวกรรม แต่นัยยะทางอารมณ์กลับพุ่งตรงมาที่หัวใจเธอบาดลึก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาความหมายที่แท้จริงภายใต้หน้ากากความเย็นชา แต่มันกลับว่างเปล่าและลึกล้ำเสียจนน่ากลัว "คุณกำลังเปรียบฉันเป็นวัตถุที่มีมวลเหรอคะ... เอ่อ... ครับ" รวินท์เกือบหลุดปากอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดที่ถูกเขาควบคุมเกมสนทนา "ผมกำลังบอกว่า..." กรณ์เว้นจังหวะ สายตาของเขาคมกริบขึ้น "บางทีแรงดึงดูดที่เราพยายามปฏิเสธ อาจจะเป็นโครงสร้างเดียวที่ค้ำจุนตึกหลังนี้ไม่ให้พังทลายลงมาต่างหาก" ก่อนที่รวินท์จะทันได้ตอบโต้อะไร ประตูห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ถัดไปก็เปิดผางออกมา พัชร ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอกสารในมือถูกกำจนยับยู่ยี่ สายตาดุดันของหัวหน้าโครงการกวาดมองมาระหว่างรวินท์และกรณ์ที่ยืนประชิดกันเกินความจำเป็น บรรยากาศรอบตัวพัชรแผ่รังสีความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน "ถ้าพวกคุณว่างพอที่จะมาถกเรื่องแรงดึงดูดกันในเวลางาน..." พัชรกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาจับจ้องไปที่กรณ์ก่อนจะเลื่อนมาที่รวินท์ "ผมคิดว่าควรเอาเวลาไปดูเอกสารชิ้นนี้ดีกว่า... ผลการตรวจสอบฐานรากตึก A รอบล่าสุดเพิ่งส่งมาถึงผม และมันมีบางอย่างที่ 'ผิดปกติ' อย่างมาก" รวินท์หันไปมองพัชรทันที ความรู้สึกระแวดระวังพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่บรรยากาศส่วนตัวเมื่อครู่ เธอก้าวถอยหลังออกจากโต๊ะทำงานเพื่อเว้นระยะห่างจากกรณ์ตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดในเกมการเมืองของบริษัท กรณ์ยังคงยืนนิ่ง สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่กรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยบ่งบอกว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ความผิดปกติแบบไหนครับ คุณพัชร" พัชรเดินเข้าใกล้ทั้งคู่ กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ไม่ใช่ความผิดพลาดทางวิศวกรรมธรรมดา... แต่เป็นบันทึกการคำนวณที่ถูกแก้ไขโดยจงใจ และรอยปากกานั้น... เป็นลายมือของคนในทีมเราเอง" พัชรโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของรวินท์ เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะดังทึบ แต่มันกลับดังก้องในความเงียบของออฟฟิศ รวินท์ก้มมองซองเอกสารนั้น หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นมุมหนึ่งของกระดาษที่โผล่อออกมา เป็นเอกสารการคำนวณโครงสร้างที่เธอจำได้แม่นยำ—เอกสารที่เธอเคยส่งให้กรณ์ตรวจสอบเมื่อสามวันก่อน และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไรเพิ่มเติม พัชรก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดหน้าจอที่มีข้อความภาพถ่ายหน้าจอ (Screenshot) จากแชทกลุ่มลับของพนักงานในออฟฟิศ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องซุบซิบชู้สาวธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นภาพถ่ายลับของเธอกับกรณ์ขณะยืนคุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมข้อความบรรยายใต้ภาพที่ทำให้รวินท์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ * 'สถาปนิกยอมขายตัว เพื่อให้วิศวกรเซ็นผ่านแบบโครงสร้างที่มีปัญหาจริงหรือ?' * รวินท์เงยหน้าขึ้นมองกรณ์ทัน.ที ทว่าดวงตาสนิมเหล็กของชายหนุ่มในยามนี้ กลับไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันกำลังจดจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือของพัชรด้วยประกายตาที่วับวามและอันตรายอย่างยิ่งยวด—ประกายตาของคนที่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าไปใน "กับดัก" ที่ถูกวางไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบททดสอบของความรู้สึกไปกับตัวละครเหล่านี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%