เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมไม้โอ๊กหนาหนักดังสะท้อนก้องในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันทีราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง รวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน สายตาของเธอกวาดมองตัวเลขงบประมาณที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาหมึกสีแดงฉานอย่างไม่ไยดี มันไม่ใช่แค่การตัดทอนตัวเลข แต่มันคือการฆ่าทอนจิตวิญญาณของโครงสร้างที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการออกแบบมันขึ้นมา
"ผมเกรงว่าแนวคิดเรื่องการเปิดพื้นที่โล่ง (Atrium) แบบไร้เสาค้ำยันกลางอาคารของคุณรวินท์ จะกินงบประมาณส่วนเหล็กเสริมโครงสร้างมากเกินความจำเป็นไปราวสี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ" พัชรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววตาแห่งความเห็นอกเห็นใจ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขาแฝงความเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด "ในฐานะหัวหน้าโครงการ ผมต้องมองภาพรวมความคุ้มค่าทางธุรกิจ มากกว่างานศิลปะที่จับต้องไม่ได้ ตัดทอนส่วนนี้ออกซะ แล้วใส่เสารับน้ำหนักมาตรฐานเข้าไปแทน ทุกอย่างจะจบลงด้วยดีและอยู่ในงบ"
รวินท์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอกำลังจะอ้าปากโต้แย้ง อธิบายถึงหลักการกระจายน้ำหนักและสุนทรียศาสตร์ที่ถูกคำนวณมาอย่างดีแล้ว ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ดังแทรกขึ้นจากมุมมืดของห้อง
"ถ้าตัดส่วนนั้นออก อาคารหลังนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับกล่องปูนทึบตันไร้ชีวิตชีวาที่รอวันพังทลายเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดเจ็ดริกเตอร์ขึ้นมาจริงๆ หรอกครับ"
ทุกคนในห้องสะดุ้ง กรณ์ ซึ่งนั่งไขว่ห้างเงียบเชียบมาตลอดการประชุม ปรับตัวตรงขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองผู้บริหารทุกคนก่อนจะหยุดอยู่ที่พัชร รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี้ยวยาก
พัชรขมวดคิ้วมุ่น "คุณกรณ์ครับ ในฐานะวิศวกรโครงสร้าง คุณน่าจะเข้าใจเรื่องงบประมาณและข้อจำกัดทางธุรกิจดีกว่าใคร การดันทุรังทำตามใจสถาปนิก มันทำให้บริษัทเสียประโยชน์มหาศาลนะ"
"ผมคือนักคำนวณความปลอดภัย ไม่ใช่นักบัญชีครับคุณพัชร" กรณ์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทแต่ทรงพลังจนพัชรถึงกับชะงัก "และจากการคำนวณเชิงวิศวกรรมขั้นสูงล่าสุดของผม โครงสร้างตามแบบร่างของคุณรวินท์ไม่ได้เกินงบเพราะความฟุ่มเฟือย แต่มันคือ 'ราคาขั้นต่ำสุด' ที่ต้องจ่าย เพื่อแลกกับความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์หลายร้อยชีวิตที่จะเข้ามาใช้อาคารหลังนี้ต่างหาก"
รวินท์หันขวับไปมองหน้ากรณ์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนไม่เชื่อหูตัวเอง นี่คือผู้ชายคนเดียวกับที่เคยตำหนิเธออย่างเผ็ดร้อนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าทำงานด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่วินาทีนี้... เขากลับยืนหยัดอยู่ข้างงานศิลปะของเธอ ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เฉียบคมและทรงพลังที่สุด
"แต่..." พัชรยังคงดื้อดึง "เราไม่มีงบพอสำหรับเหล็กกล้าเกรดพิเศษนั้น..."
"ถ้าบริษัทไม่มีปัญญาจัดหาวัสดุที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยมาซัพพอร์ตงานชิ้นนี้" กรณ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอกสารการคำนวณแผ่นหนาถูกโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าพัชรเสียงดังปึก "ผมในฐานะหัวหน้าทีมวิศวกรโครงสร้าง ขอประกาศถอนตัวจากการรับรองความปลอดภัยของโปรเจกต์นี้ทั้งหมด และผมเชื่อว่า สภาวิศวกรคงอยากตรวจสอบเหตุผลที่บริษัทบังคับให้เราลดสเปกวัสดุลงต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำเช่นกัน"
ความเงียบสงบอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุม พัชรหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับ การถูกขู่ด้วยสภาวิศวกรและข้อกฎหมายความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องล้อเล่นสำหรับผู้บริหารระดับสูง สุดท้าย พัชรทำได้เพียงกัดฟันกรอด สะบัดหน้าหนีด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดเสียงสั่งการสั้นๆ
"ก็ตามใจ... ถ้าคุณยืนยันว่ามันจำเป็น งบส่วนนี้จะถูกอนุมัติ เลิกประชุม!"
เมื่อร่างของพัชรและคณะผู้บริหารเดินลับหายออกไปจากห้อง บรรยากาศจึงเริ่มกลับคืนสู่ความปกติ รวินท์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งอก ตื่นตะลึง และ... ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายเย็นชาคนนี้
กรณ์เก็บเอกสารของตนเองลงกระเป๋าอย่างใจเย็น ท่าทางของเขากลับมานิ่งขรึมและไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ อีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์ปะทะคารมเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
"ขอบคุณค่ะ... เอ่อ ขอบคุณนะครับ" รวินท์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบากว่าปกติเล็กน้อย กรณ์ชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋า เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ผมไม่ได้ช่วยคุณรวินท์หรอกครับ" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ "ผมแค่ทำหน้าที่ของวิศวกร ที่ไม่ยอมเอาชื่อเสียงและจรรยาบรรณของตัวเองไปแลกกับผลกำไรเน่าๆ ของใครบางคนเท่านั้นเอง"
แม้คำพูดจะดูห่างเหินและแข็งกระด้างเช่นเคย แต่รวินท์กลับมองเห็นร่องรอยความอ่อนโยนบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาทึบนั้น เธอยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มทำงานร่วมกันมา
"ถึงอย่างนั้น... คุณก็ปกป้องแบบร่างของฉัน" รวินท์ลุกขึ้นยืน สบตาเขาตรงๆ "ฉันมองคุณเปลี่ยนไป... คุณกรณ์"
กรณ์นิ่งงنيไป สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบของห้องประชุมที่ว่างเปล่า แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างระหว่างขั้วตรงข้ามกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายสมาธิ
กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่แวบแรกที่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา สีหน้าของวิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นก็เปลี่ยนไปในทันที ร่องรอยความตื่นตระหนกที่รวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสันนั้นอย่างชัดเจน
เขากดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กรอกเสียงลงไปสั้นๆ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเงยขึ้นมองรวินท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ โกรธเกรี้ยว และหวาดกลัว
"คุณรวินท์..." กรณ์เอ่ยเสียงพร่า ลืมมาดสุขุมเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น "เรามีปัญหาใหญ่แล้ว... เมื่อครู่นี้ ฝ่ายคลังสินค้าแจ้งว่า แบบร่างโครงสร้างฉบับจริงของคุณ ถูกบุคคลปริศนาแอบคัดลอกและส่งออกไปยังบริษัทคู่แข่งแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านแรงกดดันและบททดสอบทางจิตวิญญาณนี้ไปพร้อมกับตัวละครนะครับ
สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 8
รอยต่อของความไว้วางใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!