เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท "เอ็กซ์ตร้า สตรัคเจอร์ แอนด์ ดีไซน์" ดังสนั่นก้องกังวาน แต่สำหรับรวินท์แล้ว มันเป็นเพียงคลื่นเสียงอื้ออึงในสุญญากาศ เธอยืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ เส้นกราฟ 3 มิติของโครงสร้างอาคารที่เธอใช้เวลานอนไม่หลับแรมเดือนออกแบบ ค่อยๆ เลื่อนผ่านไปอย่างไร้ความหมาย แววตาของคณะกรรมการบริหารและตัวแทนจากกลุ่มทุนต่างพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ
ภารกิจการพรีเซนต์โครงการ "ดิ เอมเมอรัลด์ สกาย" มูลค่าหลายพันล้านผ่านพ้นไปได้ด้วยดี... ชัยชนะที่เหนื่อยล้าที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ
รวินท์ก้มลงเก็บแท็บเล็ตและเอกสารประกอบการบรรยายลงในกระเป๋าอย่างเชื่องช้า นิ้วมือของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากฤทธิ์ของอะดรีนาลีนที่ค่อยๆ ลดระดับลง ความกดดันอันหนักอึ้งที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์สลายตัวไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและอาการปวดร้าวบริเวณต้นคอ ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องประชุม ทว่าเธอกลับพบใครบางคนยืนรออยู่ตรงมุมมืดใกล้ทางออก
กรณ์... วิศวกรโครงสร้างผู้ได้ชื่อว่าเป็น "เครื่องจักรไร้หัวใจ" ของบริษัท เขายืนกอดอกพิงผนังกระจกฝ้า แว่นกรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนวับวาว ใบหน้าคมสันเรียบเฉยตามวิสัย ไม่มีความยินดีหรือรอยยิ้มแสดงออกบนใบหน้านั้น แม้ว่าความสำเร็จในวันนี้จะหมายถึงอนาคตของโปรเจกต์ที่เขารับผิดชอบร่วมกับเธอก็ตาม
"คุณทำได้ดี... ในส่วนของสุนทรียศาสตร์" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ไม่มีคำชมเชยเกินกว่าเหตุตามมาตรฐานของเขา
รวินท์หยุดยืนตรงหน้าเขา เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผ่านเลนส์แว่น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนแรง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะรักษาภาพลักษณ์ความมั่นใจไว้ได้ "ขอบคุณครับ... สำหรับคำชมที่ตระหนี่ถี่เหนียวเสียเหลือเกิน คุณกรณ์"
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยความเงียบงันที่ประตูกั้นจากความวุ่นวายภายนอก ไม่มีใครยอมขยับตัวไปไหน จนกระทั่งกรณ์เป็นฝ่ายทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
"คุณหน้าซีดมาก รวินท์" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนโทนลงเล็กน้อย ความเยือกเย็นถูกลดทอนลงเหลือเพียงความสังเกตการณ์ "นั่งพักก่อนไหม ก่อนที่คุณจะล้มลงไปตรงนี้"
"ฉันไม่เป็นไร แค่..." รวินท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอาการวิงเวียนที่ตีรวนขึ้นมาในอก ปมในอดีตเรื่องความคาดหวังของครอบครัวที่คอยตามหลอนและผลักดันให้เธอต้องสมบูรณ์แบบอยู่เสมอโถมเข้ามาซัดซ้ำในวินาทีที่เธอหมดแรง "แค่รู้สึกว่า... ชัยชนะครั้งนี้มันไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิดเลยสักนิด"
กรณ์ขยับตัวเข้าใกล้เธออีกก้าว ระยะห่างที่เคยถูกตีเส้นด้วยอีโก้และความขัดแย้งทางวิชาชีพถูกลดทอนลง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเปราะบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ในโลกของวิศวกรรม ทุกอย่างต้องมีสมการรองรับ แรงเค้นต้องมีจุดรับน้ำหนัก แต่สำหรับหัวใจของมนุษย์... ไม่มีสูตรใดคำนวณความร้าวรานภายในนี้ได้เลย
"ความสมบูรณ์แบบที่คุณไขว่คว้า มันกินพื้นที่ในชีวิตคุณไปมากขนาดนั้นเลยหรือ" กรณ์เอ่ยถามเบาๆ คล้ายพึมพำกับตัวเอง ประโยคคำถามที่เฉียบคมและบาดลึก สะท้อนบาดแผลจากความสูญเสียในวัยเด็กของเขาเอง—บาดแผลที่สอนให้เขารู้ว่า ยิ่งเราพยายามควบคุมทุกสิ่งมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งสูญเสียมันไปเร็วกว่าเดิมเท่านั้น
รวินท์เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความถือดีบัดนี้กลับไหววับ ความอ่อนแอที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่งมาเนิ่นนานพังทลายลงในชั่วพริบตา น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ถ้าฉันไม่ทำ... แล้วใครจะยอมรับฉันล่ะ กรณ์" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะหลุดคำสารภาพที่ซ่อนเร้นออกมา "ฉันเหนื่อย... เหนื่อยเหลือเกินที่ต้องเป็นคนเก่งในสายตาของทุกคนตลอดเวลา"
คำพูดนั้นทำให้นัยน์ตาของวิศวกรหนุ่มไหววับ ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยแสดงความเห็นอกเห็นใจใครง่ายๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสข้อศอกของเธอเบาๆ เพื่อประคองร่างที่กำลังเซเล็กน้อย การสัมผัสที่แผ่วเบาแต่หนักแน่น รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้ตัวเองพิงน้ำหนักลงกับความช่วยเหลือของเขา ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในห้วงเวลาที่กำแพงป้องกันตัวถูกทลายลง เผลอแสดงด้านที่อ่อนแอที่สุดให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต
ในความเงียบสงบของห้องประชุมที่ว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกสอดประสานกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน ความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่มีต่อกันและกันกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางซากปรักหักพังของความเครียดและอุดมการณ์ที่เคยปะทะกันอย่างรุนแรง
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความเปราะบางอันงดงามนี้กลับถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหัน
*กริ๊ก... เสียงล็อกประตูจากด้านนอกดังขึ้นเบาๆ*
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ รวินท์หันขวับไปมองยังประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท ขณะที่กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น แววตาเปลี่ยนกลับมาคมกริบและระแวดระวังทันที
ไฟในห้องประชุมดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างอยู่ และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังฉากกั้น พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ เย็นเยียบ และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัยของพัชร หัวหน้าโครงการผู้กุมความลับดำมืดของบริษัท
"ชมฉากรักอันแสนซาบซึ้งนี้จบลงพอดี..." พัชรกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับชูแฟลชไดรฟ์สีดำในมือขึ้นช้าๆ "น่าเสียดายนะคุณกรณ์ คุณรวินท์... ที่ข้อมูลโครงสร้างลับชุดนี้ กำลังจะถูกส่งไปอยู่บนโต๊ะของคู่แข่งในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านแรงกดดันและบททดสอบทางจิตวิญญาณนี้ไปพร้อมกับตัวละครนะครับ
สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 10
ชัยชนะที่แลกมาด้วยความเหนื่อยล้า
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหัวใจกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!