พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 1

ใบหย่าที่วางไว้บนโต๊ะ

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นอายของไวน์แดงราคาแพงที่รินทิ้งไว้จนเจือจางในแก้วคริสตัล บนโต๊ะอาหารยาวสไตล์หลุยส์ซึ่งประดับด้วยเทียนไขเล่มใหญ่ที่ละลายจนหยดย้อย กลิ่นอายของความพยายามที่สูญเปล่า มันช่างหอมหวานและขมขื่นในคราวเดียวกัน รินรดากวาดสายตามองความเงียบงันของห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยเชื่อมั่นอย่างโง่งờมว่ามันคือ "วิมานแห่งความรัก" นาฬิกาโบราณบนผนังส่งเสียงตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง... วันที่ห้าสิบสองของปีนี้ และเป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม ไม่มีเสียงไขกุญแจประตู ไม่มีข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ มีเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบพร้อมข้อความตารางงานของบริษัท ที่บ่งบอกว่าสามีทางพฤตินัยของเธอ—คิรากร—กำลังจมดิ่งอยู่กับตัวเลข ผลกำไร และความสำคัญของงานเลี้ยงรับรองธุรกิจที่ไหนสักแห่งในค่ำคืนนี้ โดยหลงลืมไปอย่างสิ้นเชิงว่า ผู้หญิงที่จดทะเบียนสมรสและรอคอยเขาอยู่ที่นี่ กำลังนั่งกอดความว่างเปล่าเอาไว้แนบอก รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีนวลเนื้อนุ่มขยับไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ความอ่อนหวานที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าของเธอตลอดสามปีที่ผ่านมา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉย เย็นชา และเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยไม่ได้มีหยาดน้ำตาคลอเบ้าอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงประกายแสงแห่งความตาสว่าง ที่ส่องประกายวาววับในความมืดสลัว เธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องนอนใหญ่ เปิดลิ้นชักชั้นในสุด หยิบกระดาษแผ่นสำคัญขึ้นมา... ใบหย่าที่เธอเซ็นชื่อกำกับไว้อย่างเรียบร้อยด้วยหมึกสีดำสนิท ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งรอยสั่นเทาของเรียวปาก รินรดากล่าวกับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของตนเอง "สามปีที่ฉันใช้ชีวิตเป็นตัวเลือก... พอแค่นี้ค่ะคิรากร" เธ้าวางกระดาษแผ่นนั้นลงตรงกลางโต๊ะทำงานของเขา ทับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตสัญลักษณ์แห่งพันธะสมพันธไมตรีที่บ่วงรัดเธอไว้กับความเจ็บปวดมานานแสนนาน ก่อนจะหันหลังให้กับห้องนอนที่เคยอบอวลด้วยความทรงจำอันแสนเจ็บชวด กระเป๋าเดินทางใบย่อมถูกลากผ่านห้องโถงออกไปอย่างไร้เสียงสะท้อนระคนอาลัย เวลาผ่านไปเกือบตีสอง เสียงปลดล็อกรหัสประตูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคิรากร ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยเนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการประชุมข้ามคืน กลิ่นอายของบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงลอยคลุ้งตามการเคลื่อนไหว ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย เขากวาดสายตาคมกริบมองความมืดมิดภายในห้องรับแขก ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้ว... รินรดาจะต้องนั่งรอเขาอยู่ที่โซฟา พร้อมกับน้ำอุ่นแก้วโตและรอยยิ้มอ่อนโยนที่เขาเคยนึกรำคาญใจ แต่วันนี้ กลับมีความว่างเปล่าและความเงียบงันเข้าต้อนรับ คิรากรถอดสูทพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิดในใจ เขาก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังห้องนอนใหญ่โดยไม่คิดจะเรียกหาภรรยา ทว่าเมื่อผลักบานประตูเข้าไป แสงไฟสลัวจากห้องน้ำเผยให้เห็นความผิดปกติบางอย่าง บนโต๊ะทำงาน... มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางเด่นเป็นสง่า พร้อมด้วยแหวนเพชรวงเกลี้ยงที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ หัวใจของคิรากรกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขารีบก้าวเข้าไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน ตัวอักษรบนใบหย่าที่ลงลายมือชื่อของ 'รินรดา' อย่างบรรจงและเด็ดเดี่ยว กระแทกเข้าเต็มสายตา จนกระทั่งลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใดถึงกับสะดุดกะทันหัน เขากวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่เธอเขียนทิ้งไว้ด้วยลายมือเรียบร้อยบรรจงที่มุมกระดาษ *“ขอบคุณสำหรับความเป็นอิสระที่คุณมอบให้ตลอดสามปีที่ผ่านมานะคะคุณคิรากร... ต่อจากนี้ ต่างคนต่างเดินเถอะค่ะ”* คิรากรขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาในอก อีโก้และศักดิ์ศรีของประธานหนุ่มพุ่งสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาแค่น "คิดจะเล่นเกมหนีตามสามีทิ้งใบหย่าเหรอ, รินรดา... เธอคิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างนั้นงั้นเหรอ?" ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เขาพยายามคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเลขาเพื่อเช็คเที่ยวบินและการเดินทางของเธอ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากระเบียงห้องนอนใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อมชั้นบน กลับดึงความสนใจของเขาให้หันขวับไปมอง คิรากรสาวเท้าเข้าไปกระชากผ้าม่านออกอย่างแรง ด้วยความคิดว่าเธออาจจะยังหนีไปไหนไม่ไกล แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปสนิท ที่หน้าประตูเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นจนแมลงวันยังบินผ่านยาก ร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบเศษ กำลังยืนกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว เด็กน้อยคนนั้น... แหงนหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา ทุกสัดส่วนบนใบหน้านั้นชัดเจนเสียจนคิรากรแทบหยุดหายใจ และก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างระหงคุ้นตาของหญิงสาวในชุดโค้ทสีดำสนิทก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืด รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอำนาจและเสน่ห์อันตรายมาให้เขา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งพังทลายลงในพริบตาเดียว "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ... คุณพ่อของลูกชายฉัน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเกมแห่งการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — เข็มฉายานิศ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%