เสียงสัญญาณเตือนจากกลไกดิจิทัลล็อกที่ดังขึ้น `ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด... แกร็ก!` เปรียบเสมือนเสียงระเบิดเวลาที่ทำลายเกราะกำบังอันเปราะบางของรินรดาให้พังครืนลงมาในเสี้ยววินาที
ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวที่เธอเพิ่งประกาศกร้าวว่าเป็น “อิสรภาพ” อย่างถือวิสาสะ กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงที่คุ้นเคย แผ่ซ่านเข้ามาในบรรยากาศอึมครึม รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนแสงและมีน้ำตาคลอหน่วยอยู่เสมอตลอดสามปีในสถานะ “ภรรยาไร้ค่า” บัดนี้กลับแห้งผากและแข็งกร้าวขึ้นอย่างไร้ความปรานี
“คุณเข้ามาได้ยังไง คิรากร!” น้ำเสียงของเธอไม่ได้สั่นเครืออย่างที่เขาเคยได้ยินจนชินชา หากแต่ราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยรังสีแห่งความรังเกียจที่ถูกขับออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
คิรากรชะงักไปเล็กน้อย ดวงคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักขนาดกะทัดรัดที่ไร้เงาความหรูหราฟู่ฟ่าเช่นเดียวกับเพนต์เฮาส์ของเขา ไร้ซึ่งร่องรอยของข้าวของเครื่องใช้ที่เขาเคยซื้อให้ ไร้แม้กระทั่งความอบอุ่นที่เขาเคยคิดว่ามันจะอยู่ตรงนั้นไปตลอดกาล... จนกระทั่งวันที่เธอยื่นใบหย่าใส่หน้าเขาอย่างไร้เยื่อใย
“รหัสผ่านวันครบรอบของเรา... เธอยังไม่ได้เปลี่ยนมันนี่ริน” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาในอกด้วยท่าทีหยิ่งผยองตามนิสัยเดิม “คิดว่าหนีออกจากบ้านฉันแล้วจะบินสูงได้งั้นเหรอ หางแถวอย่างเธอจะไปอยู่รอดได้สักกี่น้ำ”
รินรดาไม่โต้เถียง เธอกลับยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของคนมอง มันไม่ใช่รอยยิ้มออดอ้อนที่เขาเคยรังเกียจ แต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงพลังดุจดั่งราชินีผู้กุมชัยชนะ
“นั่นสินะคะ... ฉันคงบินได้ไม่สูงเท่าคุณหรอกค่ะท่านประธานคิรากร แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้ฉันต้องตกลงไปในโคลนตม ฉันก็มีความสุขมากกว่าการต้องทนหายใจอยู่ใต้เงาของคนที่เห็นคุณค่าของฉันเป็นแค่เศษฝุ่น!”
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย อีโก้ค้ำคอที่สั่งสมมาทั้งชีวิตไม่ยอมให้ผู้หญิงที่เคยเป็นเบี้ยล่างกล้ามาผยองใส่เขาเช่นนี้ ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวหญิงสาวในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับความนุ่มหยุ่นของร่างบาง
“ปากดีนักนะรินรดา! คิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะท้าทายฉันได้งั้นเหรอ สามปีที่ผ่านมาฉันตามใจเธอมากเกินไปใช่ไหม เธอถึงได้ลืมไปว่าบนเตียง... ใครกันแน่ที่เป็นคนคุมเกม!”
กลิ่นอายความดุดันและเร่าร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขากระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่าง แต่รินรดาหาได้หวาดกลัวไม่ เธอกลับเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาท้าทายไร้ความเกรงกลัวทำให้คิรากรแทบคลั่ง
“ปล่อยค่ะ! อย่าเอาความมักมากและสันดานดิบของคุณมาใช้ที่นี่ ที่นี่ไม่มีทาสรับใช้ชื่อรินรดาอีกต่อไปแล้ว!”
“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอเป็นอิสระจากฉันจริง!”
คิรากรคำรามต่ำในลำคอด้วยความโมโหระคนปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างไร้เหตุผล ร่างสูงรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ด้วยแขนข้างเดียว ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาตัวยาวกลางห้องอย่างไม่เบามแรงนัก รินรดาหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจแต่ยังไม่ทันได้ขยับหนี ร่างหนาก็ตามทาบทับลงมาตรึงเธอไว้ใต้ร่างราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหลุดพ้น
ริมฝีปากหยักลึกประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวและแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาหลายวัน รินรดาสบถในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีและใช้สองมือทุบตีแผ่อกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้บ้าคลั่งได้
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดิบเถื่อนและลงทัณฑ์ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิความเร่าร้อนขึ้นทีละน้อย เมื่อความหอมหวานจากซอกคอระหงและสัมผัสอันคุ้นเคยปลุกเร้าไฟสวาทที่มอดไหม้ให้โหมกระพือ คิรากรพرمจูบซับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจของหญิงสาว ความอ่อนโยนที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นถูกดึงออกมาใช้โดยไม่รู้ตัว มือหนาสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อเนื้อนุ่ม ลูบไล้ผิวเนียนละเอียดที่ร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิง
“ค... คิรากร... ปล่อยนะ…” เสียงทักท้วงของเธอขาดห้วงไปเมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขาแตะสัมผัสจุดอ่อนไหว ความรู้สึกวาบหวามและเจ็บปวดตีรวนกันจนแยกไม่ออก ร่างกายของเธอกบฏต่อจิตใจ มันทรยศด้วยการตอบสนองสัมผัสอันคุ้นเคยที่เคยผูกพันกันมานับครั้งไม่ถ้วน
ลมหายใจหอบกระชั้นประสานเสียงกันในความเงียบสงบยามบ่าย แสงแดดที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาไม่สามารถลดทอนความเร่าร้อนบนโซฟาตัวนั้นลงได้เลย คิรากรตักตวงความหวานล้ำจากร่างกายของเธอราวกับคนกระหายน้ำ ขณะที่รินรดาทำได้เพียงจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความปวดร้าวและห้วงอารมณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ปลายทางแห่งความสัมพันธ์ที่ควรจะขาดสะบั้น กลับถูกผูกมัดด้วยพันธะสวาทที่ร้อนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง คิรากรซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่ไม่แพ้กัน ชายหนุ่มกดจูบหนักๆ ลงบนผิวเนื้อนุ่มอย่างหลงใหล ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
“ไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลแค่ไหน... รินรดา... เธอก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของฉันหรอก”
รินรดานอนนิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาสองข้างปิดสนิท ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินลงข้างขมับ ความแค้นและความเจ็บปวดในอกไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับยิ่งถูกจุดประกายให้ลุกโชนขึ้นไปอีก เธอยอมแลกความอัปยศนี้ด้วยความตั้งใจบางอย่าง... ความตั้งใจที่จะเหยียบย่ำหัวใจของเขาให้เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าที่เธอเคยได้รับร้อยเท่าพันทิพย์!
แต่ทว่า... ในจังหวะที่คิรากรกำลังจะผละกายลุกขึ้นเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สายตาคมของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเล็กมุมห้อง ลายมือหวัดๆ ของเอกสารทางการแพทย์ที่โผล่พ้นแฟ้มสีน้ำตาลออกมาเตะตาเข้าอย่างจัง
เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดูด้วยความถือดี
ตัวอักษรบนกระดาษผลตรวจสุขภาพและใบรับรองการตั้งครรภ์ระบุชื่อ “นางสาวรินรดา” ชัดเจนแจ่มแจ้ง พร้อมกับอายุครรภ์ที่ปาเข้าไปสัปดาห์ที่แปด... ช่วงเวลาคาบเกี่ยวพพอดีกับคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะยื่นใบหย่า!
ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องทันที หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักได้ว่า... เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา และตั้งใจจะหอบสายเลือดของตระกูลไปจากเขาอย่างเงียบเชียบ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนอันสะใจในตอนนี้นะคะ
พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า•ตอนที่ 3
อิสระที่แลกด้วยหยาดน้ำตา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาทบงการรักคืนใจเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!