กลิ่นฉุนของปูนซีเมนต์ผสมใหม่ยังไม่จางหายดี แต่อากาศภายในโถงหอประชุมกลางเมืองกลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก รวิศยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าเสาคอนกรีตรับน้ำหนักต้นหลัก สายตาของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มองสำรวจความเรียบร้อยทั่วไป นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำลังไล้สัมผัสตามแนวรอยต่อของเนื้อปูนที่เรียบเนียนผิดธรรมชาติ
สำหรับคนทั่วไป มันคือรอยต่อของการเทปูนที่อาจเกิดจากรอยต่อกะเวลา แต่สำหรับคนที่เคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายจากความผิดพลาดในอดีต รวิศอ่านมันออกราวกับภาษาโบราณที่กำลังกรีดร้อง
รอยร้าวเส้นบางเฉียบราบบนผิวคอนกรีต ยาวไม่ถึงคืบ ทว่ากลับทอดตัวในมุมองศาที่ท้าทายทุกทฤษฎีกลศาสตร์วิศวกรรม
"คุณกำลังยืนอยู่บนความเพ้อฝันที่พร้อมจะพังทลายลงมาทับหัวทุกคนในวันเปิดใช้งานจริงนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของไซต์งานยามวิกาล รวิศไม่ได้หันกลับไปทันที เขายังคงจ้องมองรอยร้าวนั้น ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันคู่สนทนาที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้
"ความเพ้อฝัน หรือวิสัยทัศน์ที่คุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะจินตนาการกันแน่คะ... อ้อ ขอโทษที ฉันลืมไปว่าวิศวกรสมองกลอย่างคุณ เคריดแต่มุมมองที่ถูกตีเส้นบรรทัดไว้โดยตำราเก่าๆ"
น้ำเสียงติดจะเยွยหยันเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มและรองเท้าส้นสูงที่เคาะพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะมั่นคง พิมพ์มาดา สถาปนิกสาวผู้สร้างชื่อจากการฉีกทุกกฎการออกแบบ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างเขา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงเฉี่ยวไม่ได้แสดงความเกรงกลัวต่อสายตาคมกริบที่หันกลับมามองแม้แต่น้อย เธอกอดอก หลัวมองรวิศด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย
รวิศหันเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยกว่าหนึ่งช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์แปลนปะปนกับกลิ่นอับชื้นของอาคาร เป็นความต่างที่ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างโลกของโครงสร้างที่ไร้หัวใจและโลกของจินตนาการที่ไร้ขอบเขต
"ความเพ้อฝันที่คุณพูดถึง มันกำลังรับน้ำหนักโครงสร้างหลังคาโค้งฟรีฟอร์มน้ำหนักแปดสิบตัน พิมพ์มาดา" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าแฝงความเฉียบคมระดับที่สามารถบาดผิวหนังได้ "แบบแปลนที่คุณส่งให้ทางบริษัทรับเหมา... คุณจงใจลดขนาดเหล็กเสริมแกนเสาลงร้อยละสิบห้า เพื่อให้เส้นสายทางสถาปัตยกรรมมันดูบางเบาและพลิ้วไหวตามจินตนาการของคุณใช่ไหมครับ"
พิมพ์มาดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาไหววูบไปชั่วพริบตาก่อนจะถูกกลบด้วยรอยยิ้มหยันตามเดิม เธอก้าวเข้าไปใกล้รอยร้าวบนเสาต้นนั้นอีกก้าวหนึ่ง จนไหล่แทบจะชนกัน
"คุณรวิศกำลังกล่าวหาว่าฉันเอาชีวิตคนมาแลกกับความงามของงานศิลปะงั้นหรือคะ? โครงสร้างตรงนั้นคำนวณด้วยระบบซอฟต์แวร์จำลองแรงลมล่าสุด มันยืดหยุ่นและรองรับได้มากกว่าที่คุณคิด... หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าถ้ามันสำเร็จ คุณจะกลายเป็นแค่ไอ้ทึ่มผู้ยึดติดกับตัวเลขที่ตกรุ่นไปแล้ว"
"ผมไม่ได้กลัวความล้มเหลวของตัวผมเอง" รวิศก้าวเข้าไปประชิดเธออีกนิด บังคับให้สถาปนิกสาวต้องแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา "แต่ผมกลัวว่าความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลของคุณ จะทำให้ชื่อของพิมพ์มาดาต้องจารึกไว้ในหน้าข่าวอาชญากรรมหน้าหนึ่ง... ตึกนี้ไม่ได้พังเพราะแรงลม แต่มันกำลังจะพังเพราะอีโก้ของคุณเอง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา บทสนทนาที่เฉือดเฉือนหยุดชะงักลงเมื่อแรงสั่นสะเทือนบางเบาแล่นผ่านฝ่าเท้าขึ้นมา ทั้งสองคนนิ่งเงียบ ตั้งใจฟังเสียงก้องกังวานจากโครงสร้างอาคาร
ไม่ใช่เสียงของลม ไม่ใช่เสียงของปูนที่กำลังเซ็ตตัว
แต่มันคือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังก้าวเข้ามาทางโถงทางเข้ามืดสนิทที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถชั้นใต้ดิน
รวิศขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคว้าข้อศอกของพิมพ์มาดาโดยสัญชาตญาณ ดึงเธอให้ถอยไปหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ที่เกิดรอยร้าว พร้อมกับยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากเป็นเชิงห้ามส่งเสียง พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่าแรงบีบที่มั่นคงจากอุ้งมือของวิศวกรหนุ่มทำให้เธอยอมสงบปากสงบคำและซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเขาแต่โดยดี
เงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสลัว หนึ่งในนั้นถือกระเป๋าเอกสารโลหะใบย่อม เดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานสนามของหัวหน้าผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ตั้งอยู่กลางโถง
"หาให้ทั่ว เอกสารการประเมินโครงสร้างฉบับจริงที่ไอ้วิศวกรนั่นแก้ไว้ ต้องอยู่ในนี้... นายใหญ่สั่งมาว่า ถ้าพิมพ์มาดามันยังดื้อด้านไม่ยอมเซ็นรับรองแบบแปลนปรับลดงบของบริษัทธีรดล เราก็ต้องทำให้หลักฐานทั้งหมดมันหายไปซะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบสั่งดังพอให้คนที่ซ่อนอยู่หลังเสาได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
รวิศก้มมองพิมพ์มาดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความพยศ มือเรียวของเธอเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรวิศก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แสงไฟวาบสีฟ้าสว่างจ้าขึ้นในความมืดท่ามกลางความเงียบงัน และก่อนที่เขาจะทันได้กดปิด เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็หยุดชะงักลงทันที พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังสะท้อนไปทั่วโถงหอประชุม
"เฮ้ย! ใครอยู่ตรงนั้นวะ!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากแรกไปพร้อมกับความลับที่กำลังถูกเปิดโปงนะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ต่อต้านกฎฟิสิกส์•ตอนที่ 1
รอยร้าวแรก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ต่อต้านกฎฟิสิกส์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
