สถาปัตยกรรมแห่งความเงียบงัน•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนพิมพ์เขียว

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
"ถ้าตัวเลขสามร้อยล้านบาทนี้ถูกหั่นทิ้งไปตามข้อเสนอของคุณ สถาปัตยกรรมของ Apex Tower จะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากกล่องคอนกรีตไร้วิญญาณที่พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อเมื่อเผชิญกับแรงลมปะทะระดับห้า" เสียงของรวินันท์ดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัท สถาปนิกสาวในชุดสูทสีชาโคลเข้ารูปยืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ ปลายเรียวนิ้วที่สวมแหวนเงินเรียบง่ายแต้มอยู่บนเส้นกราฟโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกขีดเส้นแดงคาดทับไว้อย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบกวาดมองผู้บริหารรอบโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในที่ประชุมแห่งนี้ ปรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ ณ หัวโต๊ะ ปลายศอกข้างหนึ่งท้าวพนักเก้าอี้ ปลายนิ้วเรียายาวเคาะเบาๆ ลงบนแฟ้มเอกสารงบประมาณราวกับกำลังนับจังหวะลมหายใจของคนที่กำลังจะขาดอากาศ ดวงตาสีนิลคู่คมมองเธอกลับด้วยความนิ่งสนิท—ความนิ่งที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นและอำนาจเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่ได้แสดงความโกรธเคืองแม้แต่น้อยต่อท่าทีที่เต็มไปด้วยความพยศและเย่อหยิ่งของเธอ "คุณรวินันท์กำลังใช้ 'อารมณ์ศิลปิน' มาเป็นตัวประกันให้อำนาจการตัดสินใจทางธุรกิจของผมหรือเปล่าคะ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความราบเรียบ แต่ทุกพยางค์กลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล ปรินทร์ขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟนีออนจากเพดานสะท้อนกับกรอบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม "ตึกหลังนี้ไม่ใช่ผลงานประติมากรรมที่จะตั้งโชว์ไว้ให้คนกราบไหว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่มันคือการลงทุนมูลค่าหมื่นล้านที่ต้องคืนทุนทุกบาททุกสตางค์ภายในห้าปี เหล็กเสริมแรงที่คุณใส่เข้ามาเกินความจำเป็นสิบเปอร์เซ็นต์นั่น... มันคือตัวเลขกำไรที่หายไปในบัญชีของผม" รวินันท์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับจนสะท้อนเงาร่างระหงของเธอชัดเจน รัศมีแห่งความดื้อรั้นและมั่นใจในศักดิ์ศรีพุ่งปะทะกับบรรยากาศกดดันรอบตัวได้อย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณปรินทร์อยากได้ตึกที่คืนทุนเร็วขนาดนั้น ทำไมไม่จ้างผู้รับเหมาสร้างตึกแถวริมทางด่วนล่ะคะ? จะมาจ้างบริษัทสถาปนิกรางวัลระดับนานาชาติอย่างเราทำไมตั้งแต่แรก?" รวินันท์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักกลยุทธ์การเงิน "ชีวิตคนนับพันที่จะต้องเข้ามาทำงานในตึก Apex Tower ทุกวัน ไม่มีค่าพอที่จะแลกกับกำไรส่วนเกินสิบเปอร์เซ็นต์ในบัญชีธนาคารของคุณเลยหรือไงคะ?" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ผู้ร่วมประชุมคนอื่นๆ ต่างกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว เพราะต่างรู้ดีว่าไม่มีใครเคยกล้าต่อปากต่อคำกับปรินทร์ด้วยถ้อยคำที่เชือดเฉือนถึงเพียงนี้มาก่อน ปรินทร์ไม่โต้ตอบทันที เขายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเด, ภายใต้ความนิ่งงันนั้น กลับมีประกายบางอย่างไหววับอยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้น เป็นความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหงุดหงิดระคนความทึ่งในความพยศของสถาปนิกสาวตรงหน้า รวินันท์ไม่ได้เป็นแค่คนที่ทำงานเก่ง แต่เธอยังรู้จุดอ่อนของเขา—รู้ว่าคำพูดไหนจะสามารถแทงทะลุเกราะป้องกันอันหนาทึบของนักลงทุนเลือดเย็นคนนี้ได้ "คุณกำลังทำให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ, รวินันท์" ปรินทร์เอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำดึงบรรยากาศให้ดิ่งลึกลงไปอีก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ภายใต้สูทคัตติ้งเนี้ยบก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายยาสูบและไม้จันทน์หอมลอยเข้ามาแตะนาสิกของเธอ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา รวินันท์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติ เธอยืนหยัดอยู่กับที่ ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยภายใต้เสื้อสูทจะเริ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกจากระยะประชิดที่อันตรายนี้ "ฉันทำงานบนพื้นฐานของตรรกะและความปลอดภัยค่ะ ปรินทร์... ไม่ใช่เกมการเงินที่คุณจะเอาชีวิตคนมาเดิมพันเพื่อแลกกับตัวเลขสวยๆ ในรายงานประจำไตรมาส" เธอกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่น "ตรรกะเหรอ..." ปรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ "งั้นเรามาลองพิสูจน์ตรรกะของคุณกันหน่อยไหมล่ะคะ ว่าระหว่างความหยิ่งทะนงในอุดมการณ์ของคุณ กับความจริงที่ว่า... คุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเซ็นอนุมัติงบนี้ให้ฉัน อะไรจะพังก่อนกัน" คำพูดสองแง่สองง่ามที่แฝงไว้ด้วยนัยยะท้าทาย ทำให้รวินันท์รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง ความโกรธผสมผสานกับความปรารถนาอันแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เธอเกลียดรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของเขา เกลียดแววตาที่มองทะลุปรุโปร่งราวกับอ่านความคิดของเธอได้ทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกัน... แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองก็กำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบเชียบและรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ก่อนที่รวินันท์จะทันได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันทำลายบรรยากาศที่กำลังระอุถึงขีดสุดลงอย่างกะทันหัน ประตูห้องประชุมเปิดอ้าออกโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปร่งของกานต์ คู่แข่งทางธุรกิจและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ทะเยอทะยาน ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ในมือของเขามีแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งที่เปิดหน้าจอแสดงข้อมูลลับบางอย่าง "ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาประชุมซีเรียสนะครับท่านปรินทร์" กานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะกวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนประชิดกันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "พอดีผมมี 'หลักฐานชิ้นใหม่' ที่เพิ่งได้มาจากสำนักงานเขต เกี่ยวกับผลการทดสอบดินใต้พื้นที่ก่อสร้าง Apex Tower... ซึ่งผมคิดว่า คุณรวินันท์คงไม่อยากให้ท่านปรินทร์ได้เห็นมันก่อนจะเซ็นสัญญานะครับ" รวินันท์ชะงักไปทันที สีหน้าของเธอเผือดสีลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'ผลการทดสอบดิน' ในขณะที่ปรินทร์หันกลับไปมองกานต์ด้วยแววตาเย็นเยียบที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในสถาปัตยกรรมแห่งความเงียบงันนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตยกรรมแห่งความเงียบงัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%