"แชร์ไปให้หมด! บอกให้โลกรู้ว่าอีสะใภ้เนรคุณมันทำตัวยังไงกับคนมีพระคุณ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นร้านกาแฟย้อนยุคริมถนนใหญ่ ป้าวิไลตวัดนิ้วโป้งเลื่อนหน้าจอสมาร์ทโฟนราคาแพงด้วยความสะใจ บนหน้าจอแสดงโพสต์ยาวเหยียดพร้อมรูปถ่ายหน้าร้าน 'ครัวคุณริน' ในมุมที่จงใจให้ดูทรุดโทรม มีข้อความพาดพิงรุนแรงกล่าวหาว่ารินรดา เชฟเจ้าของร้าน เป็นคนอกตัญญู เนรคุณญาติผู้ใหญ่ และที่หนักหนาที่สุดคือการใส่ร้ายว่าใช้วัตถุดิบราคาถูกใกล้เน่ามาปรุงอาหารให้ลูกค้าบริโภค
ยอดแชร์ที่พุ่งทะยานจากหลักสิบเป็นหลักร้อยในเวลาไม่ถึงชั่วโมง คืออาวุธชิ้นใหม่ที่พวกญาติจอมหิวเงินเลือกใช้ หลังจากแผนการส่งคนมาป่วนหน้าร้านถูกความเด็ดขาดของรินรดาจัดการจนราบคาบ พวกเขาจึงย้ายสนามรบมาสู่โลกดิจิทัล หวังใช้ศาลเตี้ยออนไลน์พิพากษาและพังชื่อเสียงที่เธอเพียรสร้างมาหยาดเหงื่อ
ในห้องครัวด้านหลัง รินรดายังคงนิ่งสงบ มือเรียวบรรจงซอยตะไคร้ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ไผ่ดัง *กรับๆ* เป็นจังหวะจะโคน กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรสดและข่าแก่ลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดด้านนอก เธอนิ่งฟังเสียงกระซิบกระซาบของลูกค้าโต๊ะริมกระจกที่เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูฟีดข่าวด้วยความเคลือบแคลง
"ริน..."
ภาคินก้าวเข้ามาเงียบๆ ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณของคนทำงาน สายตาคมกริบมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงโพสต์ต้นเรื่อง นัยน์ตาของวิศวกรหนุ่มไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่พร้อมจะบดขยี้คนที่บังคับอาจหาญมาล้ำเส้นภรรยาของเขา
"ปล่อยให้พวกเขาเล่นสนุกไปก่อนครับภาคิน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ วางมีดลงแล้วหันมาสบตา "คนพวกนั้นไม่เคยรู้หรอกว่า ยิ่งขุดหลุมลึกเท่าไหร่ เวลาตกลงไปมันก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น"
"ผมให้ทีมกฎหมายจัดการเก็บบันทึกหลักฐานทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ ทั้งคอมเมนต์ที่หมิ่นประมาท และบัญชีอวตารที่ถูกจ้างมาปั่นกระแส" ภาคินเดินเข้าไปใกล้ โอบเอวบางเข้าหาตัวด้วยความทะนุถนอม พร้อมใช้มืออีกข้างเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของภรรยา "แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาทำให้คุณต้องเหนื่อยใจกับเรื่องไร้สาระแบบนี้เลยนะ"
"ฉันไม่ได้เหนื่อยใจหรอกค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดคำอุทานตามความคุ้นเคยชินปาก ก่อนจะยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสามีเลิกคิ้วมองอย่างล้อเลียน "ฉันหมายถึง... ฉันแค่กำลังคิดเมนูที่จะใช้ต้อนรับ 'แขกไม่速เชิญ' ที่กำลังจะมาต่างหากล่ะคะ เอ๊ย! ครับ"
รอยยิ้มของรินรดานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในเมื่อพวกเขาอยากเล่นเกมสกปรกบนโลกออนไลน์ เธอก็จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับด้วย 'ของจริง' ที่ไม่มีฟิลเตอร์ตกแต่งใดๆ ทั้งสิ้น
บ่ายวันนั้น ข่าวลือเรื่องร้านอาหารใช้ของเน่าเสียแพร่สะพัดจนทำให้บรรยากาศรอบร้านเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าประจำบางกลุ่มลังเลที่จะเดินเข้ามา ขณะที่กลุ่มคนแปลกหน้าถือโทรศัพท์มือถือคอยชะเง้อคอมมองเข้ามาในร้านคล้ายกำลังรอจังหวะทำคอนเทนต์เรียดยอดวิว
ทันใดนั้น เสียงรถยนต์ยุโรปคันหรูสีดำสนิทก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้าน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของป้าวิไลที่เดินเชิดหน้าชูตา นำหน้าลูกชายและกลุ่มญาติที่ถือไม้เซลฟี่เปิดไลฟ์สดสตรีมมิ่งเข้ามาในร้านทันที
"ทุกคนดูนี่นะ! ร้านอาหารที่โอ้อวดนักหนาว่าสะอาดนักสะอาดหนา ความจริงแล้วข้างหลังเน่าเฟะแค่ไหน วันนี้ฉันจะมาเปิดโปงความจริงให้โลกรู้อว่าอีหลานเนรคุณมันหากินบนความเจ็บป่วยของคนอื่นยังไง!" ป้าวิไลแผดเสียงลั่นร้าน จงใจให้ไมโครโฟนไร้สายที่ติดเสื้อจับเสียงได้ชัดเจนที่สุด
ลูกค้าไม่กี่โต๊ะในร้านต่างตกใจและรีบหลบสายตา กล้องโทรศัพท์มือถือจ่อตรงมาที่รินรดาซึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ บรรยากาศอึดอัดกดดันแผ่ซ่านไปทั่ว
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า... ภาคินจะเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถาดสแตนเลสเงาวับ บนถาดนั้นมีหม้อดินเผาขนาดกลางที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของ 'แกงรัญจวน' โชยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาหาร กลิ่นหอมซับซ้อนของกะปิชั้นดี โหระพาสด ตะไคร้ และพริกขี้หนูสวนที่โขลกจนเข้าเนื้อ เตะจมูกจนคนที่กำลังทำท่าทางหาเรื่องถึงกับกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
"เชิญครับ..." ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นิ่งสนิทจนน่าขนลุก "ในเมื่อพวกคุณอุตส่าห์ลงทุนมาถึงที่เพื่อตรวจสอบวัตถุดิบและฝีมือของภรรยาผม ทางเราก็ยินดีต้อนรับในฐานะ 'กรรมการกิตติมศักดิ์' ครับ"
ป้าวิไลชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงเชิดหน้าสวนกลับ "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี! เอาของค้างคืนมาทำขาย ใครจะไปกินลง!"
รินรดาเดินออกจากเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสง่างาม เธอหยิบช้อนเงินบริสุทธิ์วางลงข้างหม้อดินเผา สายตาดุจพญาหงส์กวาดมองหน้าเลนส์กล้องที่กำลังไลฟ์สดอยู่ "ถ้าคิดว่านี่คือของเน่าเสีย เชิญพิสูจน์ด้วยตาและลิ้นของคุณเองเลยค่ะคุณป้า... แต่ถ้าชิมแล้วมันอร่อยจนกลกลืนไม่ลงล่ะก็ เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทรวมถึงเรียกค่าเสียหายสิบล้านบาทได้เลยนะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาตักแกงรัญจวนร้อนๆ สีสันน่ารับประทานใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต กลิ่นหอมล้ำลึกพุ่งทะลวงเข้าจมูกของทุกคนในร้านจนความเงียบเข้าปกคลุม ป้าวิไลหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกเมื่อเห็นยอดผู้ชมในไลฟ์พุ่งทะยานทะลุหลักหมื่นคนในเวลาไม่กี่วินาที และคอมเมนต์เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากการด่าทอ กลายเป็นเสียงร้องทักด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าอาหารในจานนั้นคืออะไรเหตุใดจึงหอมฟุ้งได้ขนาดนี้
รินรดายกถ้วยแกงขึ้นมาวางตรงหน้าป้าวิไล รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนมุมปากของเชฟสาว
"เชิญครับ... ชิมให้เต็มที่ ก่อนที่ชีวิตพวกคุณจะไม่มีโอกาสได้กินอะไรอร่อยๆ อีกเลย"
[Cliffhanger Hook]
ป้าวิไลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบช้อนเงิน ขณะที่หน้าจอไลฟ์สดคอมเมนต์กระหน่ำรัวจนอ่านไม่ทัน ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของลูกชายป้าวิไลก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งโต๊ะ เมื่อก้มลงมองหน้าจอ ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปด้วยกันนะครับ
กาแฟโบราณแก้วโต
กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 15
ศัตรูที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!