เสียงกริ่งเตือนลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นในความเงียบสงัดของชั้นบนสุดเปรียบเสมือนเสียงระฆังพิพากษา รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้สักหนาหนักที่ปิดทึบ ความกดอากาศรอบตัวเธอลดต่ำลงจนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ยังคงเรืองแสงเตือนสติถึงคำขาดของชายผู้กุมชะตากรรมทุกอย่างในอาณาจักรแห่งนี้—คีริน
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ก่อนจะผลักประตูบานนั้นให้เปิดออก
ภายในห้องทำงานส่วนตัวโอ่โถงไร้ซึ่งแสงไฟสว่างจ้า มีเพียงแสงนีออนยามค่ำคืนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ ทอดเงายาวทับถมบรรยากาศให้ดาร์กและน่าอึดอัด คีรินยืนหันหลังให้อยู่ริมกระจก มือหนาทรงพลังข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้สีอำพัน กลิ่นหอมกรุ่นของแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นกายเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ลอยวนอยู่ในอากาศ เขายังไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง แต่แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าล่าเนื้อที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ากรง
"คุณมาช้าไปสามวินาที รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเฉยแต่น่าขนลุก
"ฉันมีงานที่ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นมาพบคุณค่ะ... และคิดว่าเวลาสิบนาทีที่คุณให้ มันกระชั้นชิดเกินกว่าจะเดินทางมาจากชั้นออกแบบ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก
คีรินวางแก้วในมือลงเสียงดังกระทบกับโต๊ะหินอ่อนอย่างจงใจ เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะที่เขาเป็นเจ้าของสิทธิ์ขาด
เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนทำให้รงรอยความหวาดหวั่นฉายชัดในแววตาของหญิงสาว "งานเหรอ? หรือว่าคุณกำลังเอาเวลาไปปรึกษาธันวาเรื่องแผนการส่งต่อแบบแปลนโปรเจกต์ใหม่ให้คู่แข่งของผมกันแน่"
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ "คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น!"
"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ" คีรินหยุดยืนประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ กลิ่นกายเร่าร้อนผสมความดิบเถื่อนโอบล้อมร่างบางไว้จนเธอรู้สึกเหมือนถูกกักขัง นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะปลายคางมนของเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสบตา "ธันวามันเสนอผลประโยชน์ให้คุณเท่าไหร่ ถึงกล้าเอาอนาคตในวงการสถาปนิกมาแลกกับการเป็นสายให้มัน?"
"ฉันไม่ใช่เครื่องมือของใคร!" รินรดาปัดมือเขาออกด้วยความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์ศรีพุ่งพล่านจนลืมความกลัว "ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น ทำไมไม่ไล่ฉันออกไปซะ! ทำไมต้องเรียกฉันมาที่นี่เพื่อ humiliation ฉันด้วย!"
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน รวดเร็วเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว มือหนาคว้าเอวบางรั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัว แรงปะทะระหว่างอำนาจเถื่อนกับความดื้อรั้นจุดชนวนความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด
"ไล่ออกงั้นเหรอ? หึ... ของเล่นชิ้นโปรดหลุดมือไปง่ายๆ แบบนั้น มันน่าเสียดายแย่สิ" คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก ร้อนผ่าวจนลมหายใจรดรินแก้มสาง "คุณคิดว่าตัวเองมีทางเลือกมากนักรึไงรินรดา? สัญญาจ้างหกสิบล้านที่คุณเซ็นไว้กับบริษัทผม... หรือภาพหลุดระหว่างคุณกับธันวาเมื่อคืนก่อน คุณอยากให้ผมเลือกใช้อะไรมาทำให้คุณจำนนดีล่ะ?"
ดวงตาสวยไหวระริก ความโกรธเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังเมื่อได้ยินข้อต่อรองที่มัดมือชก เธอตกเป็นเบี้ยล่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีทางหนี
"คุณมัน... คนไร้หัวใจ" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความชิงชังที่เจือปนด้วยความปรารถนาอันตรายที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด
"เลือกเอา จะเป็นคนที่ผมทำลายให้ย่อยยับ... หรือจะยอมอยู่ใต้การควบคุมของผมอย่างว่าง่าย" คีรินก้มลงกระซิบชิดใบหู ไล้ปลายนิ้วอุ่นร้อนลงมาตามแนวลำคอระหงจนเธอกลั้นหายใจ "แลกกับการที่ผมจะปกป้องโปรเจกต์ที่คุณรักที่สุด... ทุกอย่างเป็นของคุณ ขอแค่คุณเชื่อฟังผม"
สัมผัสจาบจ้วงแต่เย้ายวนทำให้สติของรินรดากระเจิง ความตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง ความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันอุกอาจทำให้เผลอแอ่นกายรับแรงกดดันจากวงแขนแกร่งที่โอบรัดแน่นขึ้น ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงครอบครองกลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว
จูบนั้นดุดัน หิวกระหาย และเรียกร้อง รสชาติของวิสกี้เจือจางในโพรงปากทำให้สติของรินรดาดับวูบ ร่างกายที่เคยขัดขืนกลับอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของซาตานร้าย มือหนาลูบไล้แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าแนบเนื้อ ปลุกเร้าความวาบหวามที่สั่นประสาทจนเธอต้องจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ความเร่าร้อนที่หลอมรวมทั้งความแค้นและความปรารถนาเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ห้องทำงานมืดทึบกลายเป็นอาณาจักรแห่งเสน่หาที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น
ในขณะที่ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นและอุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงจนยากจะควบคุม เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงในพริบตา
ก่อนที่คีรินจะทันสบถด้วยความหงุดหงิด ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากการอนุญาต ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความสุขนะครับ... แต่ดูเหมือนผมจะมาทันเวลาเห็นฉากเด็ดพอดี" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พร้อมกับชูสมาร์ทโฟนในมือที่มีภาพถ่ายจูบอันเร่าร้อนของพวกเขาสดๆ ร้อนๆ บนหน้าจอ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวังวนเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียจำลอง•ตอนที่ 2
อาณาจักรของใคร
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียจำลอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
