“อย่าเพิ่งจับต้องศพนั้นจนกว่าผมจะบอกให้ถอย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของร้อยตำรวจเอกธาดาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้องเก็บศพที่เย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ เขาหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วดกหนาจ้องมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลสเบื้องหน้าด้วยสายตาประดุจนักล่าที่กำลังแกะรอยเหยื่อ
ข้างกายเขาคือชายหนุ่มในชุดสูทลำลองสีเทาเข้ม อาจารย์จารุไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นต่อบรรยากาศกดดันนี้แม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้ศพมากขึ้นอีกหนึ่งก้าว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นกวาดมองแผ่นหลังของศพชายวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยรอยสักอักขระโบราณซึ่งดูผิดปกติ
“หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อาจจะบอกว่าชายคนนี้ขาดอากาศหายใจตายเพราะยาพิษในกระแสเลือด แต่คุณก็น่าจะเห็นเหมือนผมนะ... ธาดา” จารุเอ่ยขึ้น พลางขยับแว่นสายตา “รอยสักพวกนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยน้ำหมึกธรรมดา แต่มันถูกฝังลงไปในชั้นเนื้อด้วยความอาฆาต”
ธาดาขบกรามแน่น สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ “ผมเป็นตำรวจ ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยเครื่องมือแพทย์ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันจากตำราไสยเวทของคุณจารุ ต่อให้มันจะดูประหลาดแค่ไหน มันก็แค่ศิลปะบนผิวหนังที่ถูกจัดวางอย่างจงใจเพื่ออำพรางร่องรอยการฆาตกรรม”
“ศิลปะที่ขยับได้น่ะหรือ?” จารุถามพลางยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ธาดารู้สึกว่ามันช่างกวนประสาทและน่าค้นหาไปพร้อมๆ กัน
ธาดานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาเหลือบมองศพอีกครั้งด้วยสายตาที่เย็นชา พลางก้าวเข้าไปประชิดร่างนั้นเพื่อพิสูจน์ความจริง กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นที่หาคำอธิบายไม่ได้ลอยมาแตะจมูก ทันใดนั้น แสงไฟนีออนเหนือศีรษะก็กะพริบถี่เหมือนกำลังจะดับลง
ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟสลัวลง ธาดาเห็น—รอยสักอักขระที่แผ่นหลังศพไม่ได้นิ่งสนิท มันกำลังบิดตัว ราวกับงูที่กำลังเลื้อยอยู่ใต้ชั้นผิวหนังที่ตายไปแล้ว!
เขาสะดุ้งถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปแตะที่โคนปืนพกข้างเอวอย่างลืมตัว จารุเองก็ขยับกายเข้ามาขวางหน้าศพไว้ทันควัน นิ้วมือเรียวยาวของเขาขีดเขียนอักขระกลางอากาศด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน
“อย่าเข้าใกล้!” จารุสั่งเสียงเข้ม “มันไม่ใช่แค่ศพ แต่มันคือ ‘ภาชนะ’ ที่ถูกผนึกด้วยวิญญาณชั้นต่ำ ถ้าคุณแตะต้องมันตอนนี้ กระแสอาคมจะตีกลับเข้าตัวคุณทันที”
“คุณจะบอกว่าศพนี่กำลังจะทำร้ายผมงั้นรึ?” ธาดาแค่นเสียงหัวเราะอย่างคนไม่เชื่อในโชคลาง แต่ในใจเขากลับสั่นคลอน อดีตตำรวจมือปราบที่เคยผ่านเหตุการณ์ปะทะมานับครั้งไม่ถ้วนไม่เคยเจอความผิดปกติในระดับสรีระเช่นนี้มาก่อน
“ผมไม่ได้บอกว่ามันจะทำร้ายคุณ แต่มันกำลัง ‘พยายามจะส่งสาส์น’ บางอย่าง” จารุโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูศพนั้น แม้ธาดาจะพยายามฟังแต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหอบหายใจของตัวเอง
บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิที่ต่ำอยู่แล้วกลับลดลงไปอีกจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่กัดกินไปถึงกระดูก จารุถอยกลับมา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังผิดกับท่าทีที่ดูผ่อนคลายเมื่อครู่ “ถอยไปธาดา... ใครบางคนกำลังเฝ้ามองเราผ่านดวงตาของศพตัวนี้”
ธาดาไม่รอช้า เขาคว้าไฟฉายแรงสูงขึ้นส่องไปที่ใบหน้าของศพ ทันใดนั้น ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทของศพก็เบิกโพลงขึ้น! เลือดสีดำข้นคลั่กไหลออกจากเบ้าตาแทนน้ำตา ในขณะที่ปากของศพขยับช้าๆ ราวกับพยายามจะเปล่งเสียงที่ไม่มีมนุษย์คนไหนควรได้ยิน
“ฆาตกร... ไม่ใช่... คน” เสียงแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของธาดา แม้ว่าศพนั้นจะไม่มีกล่องเสียงที่ทำงานได้อีกต่อไปแล้วก็ตาม
ธาดาผงะถอยหลังจนชนกับตู้เก็บอุปกรณ์ เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วห้อง เขามองดูร่างนั้นที่ค่อยๆ เริ่มทรุดตัวลงในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ กระดูกลั่นเปรี๊ยะราวกับถูกบิดด้วยแรงมหาศาลจากภายใน ผิวหนังที่เคยแห้งกรังเริ่มปริแตกออก เผยให้เห็นแสงสีฟ้าจางๆ ที่เปล่งออกมาจากรอยสักเหล่านั้น
จารุคว้าข้อมือของธาดาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและหนักแน่น “นั่นไม่ใช่แค่ศพแล้ว แต่มันคือชนวนสงครามที่คุณพยายามจะไขความกระจ่างด้วยเหตุผล... ถ้าคุณยังอยากรักษาชีวิตไว้ จงเงียบและดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากภายนอกประตูห้องเก็บศพ มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่เวรยาม แต่มันเป็นเสียงลากเท้าที่เชื่องช้า หนักหน่วง และเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตที่ธาดาจำได้ดี... มันคือเสียงฝีเท้าของคู่หูของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน
ประตูห้องเก็บศพค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาร่างในชุดเครื่องแบบตำรวจที่ดูคุ้นตา แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยเลือดและเศษดินที่เกาะติดอยู่ตามตัว มันหันมามองธาดาด้วยดวงตาที่ไร้แววชีวิต
ธาดาชักปืนออกมาโดยอัตโนมัติ แต่นิ้วของเขาที่เหนี่ยวไกกลับสั่นเทาเป็นครั้งแรกในชีวิต “เป็นไปไม่ได้... แกตายไปแล้ว”
ร่างนั้นยกยิ้มที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะชี้มือมาที่ศพบนเตียงที่กำลังบิดเร้าด้วยอักขระอาถรรพ์ แล้วเอ่ยด้วยเสียงที่คุ้นเคยที่สุดในโลก “ความจริงที่แกตามหา... มันไม่ใช่สิ่งที่แกจะรับไหวหรอก ธาดา”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่นี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
พรานวิญญาณดวลเดือดกับศัสตราอาถรรพ์•ตอนที่ 1
ศพปริศนาในคราบอักขระ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานวิญญาณดวลเดือดกับศัสตราอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
