แม่ทัพเหล็กผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือหญิงในสมรภูมิเงา•ตอนที่ 1

เสียงกลองศึกในเมืองหลวง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"หากก้าวเท้าเหยียบพรมแดงหน้าประตูวังหลวงในวินาทีนี้ หัวของท่านอาจจะไม่ได้อยู่บนบ่าเพื่อมองเห็นตะวันตกดินในวันพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้ว... ท่านอ๋อง" เสียงกระซิบที่ราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อลึกดังขึ้นจากด้านหลังม่านกั้นรถม้า หลวนจวิ้นอ๋องไม่ได้หันไปมอง ดวงตาคมกริบดุจใบมีดโกนของเขายังคงจับจ้องผ่านช่องว่างของผ้าม่านออกไปยังถนนสายหลักของเมืองหลวง ที่ซึ่งฝูงชนเนืองแน่นราวกับมดปลวกพากันยืนดูขบวนทัพที่เพิ่งกลับจากชายแดน ความเงียบงันที่แผ่ออกจากตัวบุรุษผู้นี้หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าหิมะบนยอดเขาเทียนซาน "ข้าผ่านสมรภูมิที่มีศพกองสูงท่วมหัวมานับไม่ถ้วนเจ้าคิดว่าคมดาบของขุนนางแก่หงำเหงือกในราชสำนักจะแหลมคมกว่าคมหอกของพวกเผ่าเร่ร่อนกระนั้นหรือ ซูเหม่ยหลิน" น้ำเสียงของเขาต่ำลึกและเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่ากลับแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศภายในรถม้าหรูหรานั้นหนักอึ้งดั่งถูกกดทับด้วยภูผา หลวนจวิ้นอ๋องขยับกายเล็กน้อย ชุดเกราะสีนิลที่สวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ราคาสูงส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ขับเน้นให้เห็นถึงบารมีของผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์เหนือ ซูเหม่ยหลินไม่ตอบ นางเพียงแต่ขยับพัดจันทราในมือเบาๆ กลิ่นกำยานอ่อนๆ ที่นางปรุงขึ้นเองช่วยคลายความตึงเครียดภายในรถม้า นางรู้ดีว่าบุรุษตรงหน้ามิใช่คนโง่เขลา หากแต่ความเยือกเย็นของเขานั้นเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด หรืออาจเป็นหลุมศพที่เขาขุดไว้รอตัวเอง "ศัตรูภายนอกฟาดฟันเพื่อชัยชนะ แต่ศัตรูในเมืองหลวงฟาดฟันเพื่อลบตัวตนของท่านให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ครับ ท่านอ๋อง" นางกล่าวพลางวางตำราพิชัยสงครามลง "ขุนนางเหล่านั้นไม่ได้กลัวคมดาบของท่าน แต่พวกเขากลัว 'เงา' ของท่านที่กำลังจะบดบังราชบัลลังก์" ขบวนทัพเคลื่อนเข้าใกล้ประตูเมืองหลวงมากขึ้น เสียงกลองศึกที่ควรจะดังขึ้นเพื่อต้อนรับแม่ทัพผู้ชนะกลับมาสู่มาตุภูมิกลับเงียบเชียบอย่างผิดสังเกต มีเพียงเสียงฝีเท้าของม้านับพันที่ดังกึกก้องสอดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของหลวนจวิ้นอ๋อง เขาหยิบจอกสุราที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย แววตาของเขามีประกายความรังเกียจชิงชังต่อวิถีการเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่มองไม่เห็น "ให้พวกเขาเตรียมไว้เถิด" หลวนจวิ้นอ๋องแค่นยิ้มที่มุมปาก "ไม่ว่าจะเป็นยาพิษในจอกสุรางานเลี้ยงฉลอง หรือคมดาบที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อขุนนาง ข้าอยากรู้นักว่าวันนี้ใครกันแน่ที่จะได้เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตใคร" เมื่อรถม้าหยุดลงสนิท ณ ลานกว้างหน้าพระราชวัง เสียงโห่ร้องของผู้คนภายนอกพลันเงียบกริบลงราวกับมีใครใช้มือมาบีบคอไว้ ทหารองครักษ์วังหลวงในชุดเกราะสีทองส่องประกายวับวาวเดินแถวเข้ามาล้อมรอบรถม้าของเขาอย่างเป็นระเบียบ แต่ละคนวางมือบนด้ามดาบเตรียมพร้อมสังหาร ม่านรถม้าถูกเปิดออกโดยมหาดเล็กผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เคลือบแฝงด้วยความหวาดกลัว "ฝ่าบาทมีรับสั่ง... ขอให้ท่านอ๋องเสด็จเข้าท้องพระโรงเพียงลำพัง ห้ามผู้ติดตามและองครักษ์ติดตามไปแม้แต่คนเดียวครับ" ซูเหม่ยหลินสบตากับหลวนจวิ้นอ๋องเพียงเสี้ยววินาที ในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของนางมีความนัยที่สั่นสะท้าน เธอแอบส่งม้วนกระดาษขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในพัดให้เขาใต้โต๊ะไม้มะเกลือ ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเจียมตัวตามบทบาทสตรีผู้ติดตาม หลวนจวิ้นอ๋องก้าวลงจากรถม้า สง่างามและเยือกเย็นดุจพญาอินทรีที่ไร้ความเกรงกลัวต่อพายุเบื้องหน้า เขาก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวเข้าสู่ท้องพระโรง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบที่กดดัน ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของยุคสมัย เขาหยุดยืนหน้าประตูบานยักษ์ที่แกะสลักลวดลายมังกรเหินเวหา ก่อนจะสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของอำนาจและการทรยศหอมอบอวลอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นประตูบานใหญ่ก็เปิดอ้าออก เผยให้เห็นขุนนางนับร้อยที่ยืนเรียงรายกันเงียบเชียบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนถูกแช่แข็ง เขาก้าวเข้าไปด้วยความมั่นคง จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับร่างของขันทีเฒ่าผู้หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นบรรทม ในมือของเขามีพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามที่ยังมิได้เปิดออก ขันทีผู้นั้นยิ้มบางๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่ฟังดูขัดหู "หลวนจวิ้นอ๋อง... ท่านมาสายไปหนึ่งเค่อ แต่อย่างน้อยท่านก็มาถึงเพื่อรับ... 'รางวัล' ชิ้นสุดท้ายของท่านก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินครับ" ทันทีที่ขันทีคลี่พระราชโองการออก ลมพายุที่โหมพัดเข้ามาจากหน้าต่างบานสูงก็หอบเอากลิ่นกุหลาบแดงจากสวนด้านนอกเข้ามาปะทะจมูก แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ มันคือกลิ่นของสนิมเหล็กที่พุ่งปรี๊ดเข้ามาในความรู้สึกของเขา หลวนจวิ้นอ๋องชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นตราประทับบนพระราชโองการไม่ใช่สีแดงชาดตามปกติ หากแต่เป็นสีดำสนิทดั่งหยดหมึกจากความตาย ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ปฐมบทแห่งความขัดแย้งนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้านะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพเหล็กผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือหญิงในสมรภูมิเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%
เสียงกลองศึกในเมืองหลวง — แม่ทัพเหล็กผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือหญิงในสมรภูมิเงา | yayni