หมอผีปากหมากับสถาปนิกตาบอดสีมองเห็นยันต์•ตอนที่ 2

หมอผีตกอับกับกาแฟดำหนึ่งแก้ว

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กยังคงติดอยู่ปลายจมูก แม้ว่ากันตภณจะถูกย้ายมานั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งกระ้างภายในห้องสอบสวนของสถานีตำรวจนครบาลแล้วก็ตาม แสงไฟนีออนสีขาวซีดสาดส่องลงมาจากเพดานกระทบกับแฟ้มคดีสีน้ำตาลตรงหน้า บนโต๊ะเหล็กมีแก้วพลาสติกบรรจุน้ำเปล่าที่พร่องไปครึ่งแก้ว กับรอยนิ้วมือชื้นเหงื่อของเขาเองที่ยังคงกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด สถาปนิกหนุ่มพยายามควบคุมจังหวะการหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ ภาพของตึกร้างโครงสร้างอัปมงคลแห่งนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ในโลกแห่งความจริงทางกายภาพ มันคืออาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้นที่ถูกทิ้งร้างกลางย่านธุรกิจเพื่อรอการรื้อถอน แต่ในสายตาที่มองเห็นเฉดสีประหลาดของเขา ตึกทั้งหลังกลับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากโครงข่ายเส้นใยสีดำคล้ำของพลังงานมนุษย์—มันคือเศษเสี้ยววิญญาณนับร้อยที่ถูกบดขยี้และผสมปนเปไปกับคอนกรีต เสาเข็มทุกต้นฝังรากลึกด้วยอาคมตรึงวิญญาณ และเหนือสิ่งอื่นใด เขากลับเป็นเพียงคนเดียวที่มองเห็นความน่าสะพรึงกลัวนี้ "คุณกันต์... คุณกันตภณครับ ได้ยินที่ผมถามไหม" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเหนื่อยล้าของสารวัตรภาสเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา นายตำรวจหนุ่มวัยสี่ينปลายๆ สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนและผูกเนคไทหลวมๆ ดวงตาของสารวัตรคมกริบผ่านเลนส์แว่นสายตา บ่งบอกผ่านรอยย่นบนหน้าผากว่าผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน แต่คดีนี้... คดีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของวิศวกรควบคุมงานและคนงานก่อสร้างในตึกนั้น กำลังทำให้เขาไปต่อไม่ถูก "ผม... ได้ยินครับ สารวัตร" กันต์ตอบเสียงแหบพร่า ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเองดูเหมือนคนเสียสติ "ผมยืนยันคำเดิมว่า ในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างเสริม ผมเข้าไปตรวจสอบรอยร้าวตามกำหนด แต่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคนพวกนั้น" "โครงสร้างเสริมที่คุณว่าเนี่ยแหละครับที่เป็นปัญหา" สารวัตรภาสถอนหายใจยาว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะ "ทีมพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบตามที่คุณแจ้งพิกัดรอยร้าวแล้ว พวกเขาพบร่องรอยการโบกปูนทับแปลกๆ ที่ฐานเสาเอกชั้นหนึ่ง... แต่ปัญหาคือ ไม่มีบันทึกการซ่อมแซมนั้นในแบบแปลนวิศวกรรมเลย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ กลิ่น... กลิ่นบางอย่างในตึกนั้นมันรบกวนจมูกพวกเจ้าหน้าที่จนทนไม่ไหว" กันต์ชะงักไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่า 'กลิ่น' ที่สารวัตรพูดถึงคืออะไร มันไม่ใช่กลิ่นอับของตึกร้าง แต่มันคือกลิ่นของความตายที่ถูกผนึกด้วยคาถาอาคม ก่อนที่กันต์จะได้หาคำตอบมาแก้ต่างให้ตัวเอง ประตูห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ซีดๆ และกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟกระดาษที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วเข้มคละคลุ้งไปทั่วห้องอับๆ "กาแฟสารวัตรจืดชืดเป็นน้ำล้างหม้อแบบนี้ทุกที สมควรแล้วล่ะครับที่คดีถึงไม่ไปไหนสักที" น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับกันต์ ใบหน้าคมคายติดจะยิ้มแย้มแบบกวนๆ ดวงตาเรียวรีพราวระยับราวกับมองเห็นเรื่องสนุกอยู่ตลอดเวลา เส้นผมหยักศกเล็กน้อยถูกปล่อยให้ยุ่งเหยิงอย่างตั้งใจ ที่ข้อมือซ้ายพันไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์เก่าๆ สีดำสนิทที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน สารวัตรภาสหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าหงุดหงิดระคนอ่อนใจ "ไอ้ฉัตร! นี่ห้องสอบสวนคดีอาญา ไม่ใช่ร้านกาแฟข้างทาง อยากเข้ามาก็เข้ามารeษณ์แบบนี้เหรอวะ แล้วนี่ใครปล่อยให้แกเดินเข้ามาเรื่อยเปื่อยแบบนี้" "ผมเดินตามรอยเปื้อนมาครับสารวัตร..." ฉัตร—หมอผีหนุ่มสายปฏิบัติการ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขายกกาแฟขึ้นจิบหนึ่งคำก่อนจะหันขวับมาทางกันต์ที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบของหมอผีหนุ่มคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของสถาปนิกหนุ่มราวกับกำลังสแกนบาร์โค้ดสินค้า "โดยเฉพาะ... รอยเปื้อนที่กำลังส่องแสงเรืองรองอยู่บนตัวพ่อหนุ่มสถาปนิกคนนี้เนี่ย น่าสนใจกว่าคดีของสารวัตรเยอะ" กันต์ขมวดคิ้วมุ่น ความไม่พอใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก เขานิ่งเงียบแต่สายตาจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวง "คุณเป็นใคร และพูดเรื่องอะไร" ฉัตรเดินเข้าไปใกล้กันต์มากขึ้น กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมและกำยานโชยเตะจมูกกันต์ทันทีที่หมอผีหนุ่มเข้ามาประชิดตัว ฉัตรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ลดเสียงลงกระซิบกระซาบให้อีกฝ่ายได้ยินเพียงสองคน แต่แววตากลับจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนผิดคาด "ผมชื่อฉัตร เป็นหมอผีที่รับจ้างเก็บกวาดขยะใต้พรมที่พวกคุณมองไม่เห็น..." ฉัตรเว้นจังหวะเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจ "ส่วนเรื่องที่ผมพูด... หมายถึงไอ้ยันต์อาคมชั้นต่ำที่ถูกแปะประทับไว้ที่แผ่นหลังของคุณต่างหากล่ะครับ คุณสถาปนิกตาบอดสี" หัวใจของกันตภณกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นพล่านจากกระดูกสันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย ตาบอดสี... คำนี้เป็นปมด้อยที่เขาไม่เคยบอกใครนอกจากคนสนิท แต่วันนี้ชายแปลกหน้าคนนี้กลับพูดมันออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย แถมยังรู้เรื่องยันต์อาคมที่ซ่อนอยู่บนแผ่นหลังของเขาอีกด้วย! สารวัตรภาสขมวดคิ้วมองทั้งสองคนสลับกันไปมา "นี่พวกเธอรู้จักกันมาก่อนเหรอ ไอ้ฉัตร แกหมายความว่ายังไงที่ว่ามีรอยเปื้อนบนตัวคุณกันต์?" ฉัตรไม่ได้ตอบสารวัตรทันที เขายังคงจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของกันต์ ดวงตาที่ตอนนี้กำลังสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่หมอผีหนุ่มจะยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องสอบสวนดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง "ไม่ใช่แค่เขามีรอยเปื้อนหรอกครับสารวัตร..." ฉัตรพูดพลางใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะเหล็ก "แต่ไอ้ตึกร้างนั่น... มันกำลังส่ง 'แขกไม่ได้รับเชิญ' เดินตามหลังคุณกันต์มาตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากประตูตึกแล้วล่ะครับ" สิ้นคำพูดของฉัตร ไฟนีออนบนเพดานห้องสอบสวนก็กะพริบไหวรุนแรง เสียงซ่าประหลาดดังขึ้นจากลำโพงวิทยุสื่อสารบนโต๊ะทำงานของสารวัตร ก่อนที่เงาดำทึบสายหนึ่งจะปรากฏขึ้นบนผนังห้อง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น... และเงาดำนั้นกำลังเอื้อมมืออันบิดเบี้ยวมาแตะที่ไหล่ขวาของกันต์! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีปากหมากับสถาปนิกตาบอดสีมองเห็นยันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%