กระบี่เยือกฟ้าท้าลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 1

ประกายกระบี่แรกสะท้านฟ้า

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากห้วງนภาปรารถนาจะสยบกระบี่ในมือข้า เช่นนั้น ข้าก็จะผ่าห้วງนภานี้ให้ขาดเป็นสองท่อนเสีย!" สำเนียงทุ้มต่ำราวเสียงอัสนีคำรามบาดลึกผ่านความเงียบงันของหุบเขาอัสนีคำราม ประกายสายฟ้าสีครามเข้มฟาดผ่าลงมาจากหมู่เมฆทมิฬที่อัดแน่นราวกับแผ่นศิลาหมื่นจิน เบื้องล่างนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายกระบี่อัสนีด้วยด้ายเงินยวดยิ่งสะท้อนความโดดเดี่ยวและทะนงตน หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหยกหินผา มือข้างขวากุมด้ามกระบี่บิน 'อัสนีผลาญภพ' ไว้มั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งทะยานจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีม่วงเข้ม ความแค้นเมื่อสิบปีก่อน—วันที่ตระกูลหลี่ต้องมอดไหม้ภายใต้เปลวเพลิงแห่งความโลภของสามสำนักใหญ่ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในทุกหยดโลหิต ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าออกคือเสียงร่ำไห้ของดวงวิญญาณนับร้อย คำสอนของอาจารย์ที่ว่า *‘วิถีกระบี่คือวิถีแห่งการตัดขาด’* วนเวียนอยู่ในห้วงความคิด แต่หลี่มู่เฉินรู้ดีว่า เขายังมิอาจตัดขาดจากความทรงจำอันน่าอดสูเหล่านั้นได้ จนกว่าคมกระบี่ในมือจะอาบย้อมด้วยโลหิตของผู้ทรยศให้หนำใจ รอบกายของหุบเขาอัสนีคำรามในยามนี้ เต็มไปด้วยกระแสลมปราณธรรมชาติที่ปั่นป่วนรุนแรง นี่คือสถานที่ทดสอบพลังลมปราณขั้นปฐพีที่อันตรายที่สุด แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูง หากก้าวล่วงเข้ามาผิดตารางนิ้ว ย่อมต้องถูกสายฟ้าสวรรค์แผดเผาร่างจนกลายเป็นจุล แต่สำหรับหลี่มู่เฉิน... สถานที่แห่งนี้คือบันไดก้าวแรกสู่การฝืนลิขิตฟ้า "มู่เฉิน... เจ้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว" สุ้มเสียงไพเราะดั่งหยกกระทบกัน แต่น้ำเสียงกลับเย็นเยียบราศีกระจ่างใสลอยแว่วมาจากยอดผาเบื้องบน ไป๋ลี่หลิน นางปรากฏกายขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเซียนสาวผู้หลุดล่วงมาจากสรวงสวรรค์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวน รอบกายของนางรายล้อมด้วยแผ่นหยกอักขระเซียนสิบสองแผ่นที่กำลังเปล่งแสงเรืองรอง ปกป้องร่างอรชรจากแรงกดดันของอัสนีเบื้องล่างอย่างง่ายดาย ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศไร้ที่ติของนางเรียบเฉย เยชาและสูงส่งจนผู้คนไม่กล้าสบตา ทว่านัยน์ตาคู่คมปลาบกลับฉายแววความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนยามที่ทอดมองบุรุษเบื้องล่าง "ลี่หลิน เจ้าไม่ควรตามมา" หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ ทว่ากลิ่นอายความดุดดันรอบตัวกลับลดทอนลงไปส่วนหนึ่ง "สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่สำหรับผู้ฝึกอักขระเช่นเจ้า" "ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็นภาระให้เจ้า" ไป๋ลี่หลินก้าวเท้าเดินกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย ร่างระหงทิ้งตัวลงยืนบนชะง่อนผาใกล้กับที่ชายหนุ่มยืนอยู่ นางปรายตามองค่ายกลธรรมชาติเบื้องล่างด้วยแววตาวิเคราะห์ "ค่ายกลอัสนีเก้าชั้นฟ้าเบื้องหน้าเจ้ากำลังแปรปรวน พลังฟ้าดินกำลังสะสมเพื่อบททดสอบครั้งใหญ่ หากเจ้าต้องการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้กระบี่ขั้นที่เจ็ดในคราเดียว เจ้าต้องใช้ค่ายกลดาราผนึกฟ้าที่ข้าเตรียมไว้ช่วยสกัดกั้นพลังสะท้อนกลับ มิฉะนั้น เส้นชีพจรปราณของเจ้าจะระเบิดเป็นผุยผง" หลี่มู่เฉินหันกลับมาสบตากับนาง แววตาเยือกเย็นที่เคยใช้มองข้าศึกยามนี้อ่อนแสงลงชั่วขณะ ความผูกพันที่เติบโตขึ้นท่ามกลางเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรอันโดดเดี่ยว ทำให้พวกเขาทั้งสองเข้าใจกันและกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดให้มากความ มีเพียงนางเท่านั้นที่กล้ายืนหยัดเคียงข้างเขา ท่ามกลางศัตรูทั่วทั้งยุทธภพที่จ้องจะเอาชีวิต "ขอบใจเจ้า..." หลี่มู่เฉินเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมลมปราณทั้งหมดเข้าสู่จุดตันตระ "แต่การทดสอบครั้งนี้ ข้าต้องก้าวผ่านมันด้วยตัวคนเดียว... ด้วยกระบี่ในมือของข้าเอง" สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม ท้องฟ้าเหนือหุบเขาพลันมืดสนิทลงในพริบตา เมฆทมิฬหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา ใจกลางเกลียวพายุนั้นปรากฏดวงตาอัสนีสีทองคำขนาดยักษ์กำลังลืมตาตื่นขึ้น มันคือ 'เนตรทัณฑ์อัสนี' วิญญาณฟ้าดินที่หลับใหลมานับหมื่นปี แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างของหลี่มู่เฉินจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกนับพันสาย ไป๋ลี่หลินขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย นางรู้ดีว่าความทะนงตนของหลี่มู่เฉินคือจุดเด่นและในขณะเดียวกันก็คือจุดตายของเขา แต่นางก็รู้จักเขาดีเกินกว่าจะเอ่ยปากห้ามปราม นิ้วเรียวดั่งลำหยกขาวสะบัดวูบ แผ่นหยกอักขระทั้งสิบสองแผ่นพุ่งทะยานออกไปปักลงตามทิศทางแปดทิศทันที แสงสีทองสว่างวาบขึ้นปกป้องอาณาเขตโดยรอบเพื่อเตรียมรับมือกับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น "มาเถอะ!" หลี่มู่เฉินคำรามก้องฟ้า ประกายแสงสีครามระเบิดออกจากร่างราวกับสุริยันต์แผดเผา เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักในทันที ทว่าใช้วิถีปราณกระบี่ต้านรับแรงกดดันจากเบื้องบนโดยตรง เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบจากภายในร่างบ่งบอกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่แววตาของจอมยุทธ์หนุ่มกลับยิ่งเปล่งประกายความดุดดันและฮึกเหิมอย่างไร้ขีดจำกัด พลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์พรั่งพรูออกมา ปะทะเข้ากับสายฟ้าสีครามสายแรกที่ฟาดผ่าลงมาอย่างจัง! *เปรี้ยงกก!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกหล้ากำลังจะแตกสลาย คลื่นกระแทกกระจายตัวออกเป็นวงกว้างทำลายโขดหินรอบด้านจนป่นปี้เป็นผงธุลี ทว่า ในวินาทีที่ควันจากสายฟ้าสายแรกจางหายลง และหลี่มู่เฉินกำลังจะก้าวเท้าทะลวงเข้าสู่ขั้นถัดไปนั้นเอง... กระแสลมปราณรอบตัวก็พลันหยุดชะงักลงอย่างไร้สาเหตุ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมหุบเขาอัสนีคำรามอีกครั้ง ไป๋ลี่หลินที่ยืนอยู่บนชะง่อนผาเบื้องบนพลันหน้าถอดสี นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงยามเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังแปลกปลอมที่แฝงเร้นอยู่ใต้พื้นดิน ไม่ใช่แค่พลังฟ้าดิน... แต่มีใครบางคนกำลังซ่อนตัวอยู่ใต้ค่ายกลอัสนีนี้! "ระวัง!" ไป๋ลี่หลินส่งเสียงเตือนพร้อมกับสะบัดมือเรียกแผ่นหยกอักขระกลับมาตั้งรับในทันที ทว่า ช้าไปเสียแล้ว—! พื้นหินเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามสวมหน้ากากอสูรโลหิตพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินราวกับภูตผีไร้เงา ปลายกระบี่สีเลือดในมือของมันอาบไล้ด้วยพิษสลายวิญญาณ พุ่งตรงเข้าแทงทะลวงจุดตายกลางแผ่นหลังของหลี่มู่เฉินในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังอ่อนแรงที่สุดจากการต้านทานทัณฑ์สวรรค์! ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้ด้วยกันนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกฟ้าท้าลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%