กลิ่นดินปืนและคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องวีไอพีทันทีที่เสียงปืนนัดแรกสงบลง ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทล้มฟุลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นพรมราคาแพง เลือดสีแดงฉานไหลนองตัดกับแสงไฟสีนีออนสีฟ้าส้มที่กะพริบเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง
กวินทร์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา ร่างโปร่งดีดตัวหลบเข้ามุมเสาหินอ่อนอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวคว้าจับขอบโต๊ะกระจกเพื่อใช้เป็นโล่กำบัง สัญชาตญาณดิบของนักสืบอิสระทำงานเต็มสูบในเสี้ยววินาที ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้หยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมาป้องกันตัว ร่างหนาและหนักแน่นของรณกรก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือใหญ่เอื้อมมากระชากแขนของกวินทร์ให้หลบพ้นวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกเข้ามาอีกระลอกได้อย่างเฉียดฉิว
"คุณนี่มันตัวดึงดูดปัญหาชั้นเยี่ยมเลยนะครับ, กวินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอขาว ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังหนวกหู แต่กวินทร์กลับได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นได้อย่างชัดเจน
"ปากดีจังนะครับท่านเจ้าพ่อ..." กวินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ทั้งที่แผ่นหลังแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของรณกรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ถ้าพวกมันมาเพราะผม งั้นคุณช่วยอธิบายหน่อยสิครับว่าทำไมมือปืนพวกนี้ถึงพก 'ปืนทหารรับจ้างรุ่นพิเศษ' ที่มีตราสัญลักษณ์คาสิโนของคุณสลักไว้ที่ด้ามปืนล่ะครับ?"
รณกรนิ่งเงียบไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบภายใต้แสงนีออนหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด บรรยากาศรอบตัวพวกเขาทั้งอันตรายและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด รณกรขยับตัวเข้าประชิดมากกว่าเดิมเพื่อบังร่างของกวินทร์ให้พ้นจากมุมอับสายตา กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่ในห้วงอากาศ ทำให้สติของนักสืบหนุ่มเกือบจะหลุดลอยไปกับสัมผัสอันหนักแน่นที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
"หูไวตาไวสมคำร่ำลือดีนี่ครับ" รณกรเอ่ยเสียงกระซิบ แววตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างน่ากลัว "แต่ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่ไปไขปริศนาต่อ... ผมแนะนำให้หุบปากแล้วทำตามที่ผมสั่งชั่วคราว"
"ร่วมมือกับคุณเหรอครับ? หึ... ผมไม่ชอบเป็นเบี้ยล่างใครหรอกนะครับ"
"ไม่ได้ให้เป็นเบี้ยล่าง..." รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่มทั้งสอง "แต่เรากำลังจะเล่นเกมเดียวกัน... และกระดานนี้ คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
ยังไม่ทันที่กวินทร์จะได้สวนคำพูดคมคายใดกลับไป เสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสพรั่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องวีไอพี เสียงกระชากลำกล้องปืนดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง บ่งบอกว่าพวกมันไม่ได้มากันแค่คนสองคน รณกรผละออกจากกวินทร์ในเสี้ยววินาที ดวงตาทั้งคู่สบประสานกันอย่างรู้หน้าที่ โดยไม่ต้องมีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก ทั้งสองคนต่างอ่านใจของกันและกันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
รณกรชักอาวุธพกสีดำสนิทออกจากแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความดุดันและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนน่าเกรงขาม ในขณะที่กวินทร์หยิบมีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าขึ้นมาควงเล่นในมือ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนักสืบหนุ่ม ดวงตาคู่สวยประกายแวววาวด้วยความตื่นเต้นระคนท้าทาย
"ถ้าพลาดท่าตายขึ้นมา... ผมไม่ยอมไปงานศพคุณหรอกนะครับ" กวินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ
"ถ้าผมตาย คุณจะได้สมบัติครึ่งหนึ่งของผมไปครอง... คุ้มค่าดีออกไม่ใช่หรือครับ?" รณกรตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าพันธมิตรชั่วคราว
ปัง!
ประตูเหล็กนิรภัยถูกถีบจนพังกระเด็นเข้ามา ร่างของชายชุดดำสามคนพุ่งทะลวกลงมาจากวงกบประตูพร้อมอาวุธครบมือ แต่รณกรเร็วกว่า เขาลั่นไกใส่เป้าหมายแรกอย่างแม่นยำไร้ความลังเล ร่างนั้นล้มลงไปนอนแน่นิ่งทันที ในขณะที่กวินทร์ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าประชิดชายชุดดำคนที่สอง ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ปลายคางอย่างรุนแรงก่อนจะตวัดมีดพับปักลงที่ต้นแขนจนอาวุธหลุดจากมือ
ความชุลมุนวุ่นวายดำเนินไปอย่างดุเดือด แสงไฟสีนีออนสาดส่องกระทบกับคมมีดและลำกล้องปืน เกิดเป็นภาพความรุนแรงที่งดงามราวกับงานศิลปะในโลกใต้ดิน รณกรเคลื่อนไหวด้วยความเด็ดขาดและทรงพลัง ทุกย่างก้าวคือการปลิดชีพศัตรู ขณะที่กวินทร์มีความพลิ้วไหวและเฉียบคม ทั้งคู่เข้าขาและประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติราวกับฝึกซ้อมร่วมกันมานับครั้งไม่ถ้วน แม้จะเป็นเพียงการร่วมมือกันชั่วคราว แต่มันกลับสร้างเคมีอันตรายที่ร้อนแรงเสียจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที ห้องวีไอพีที่เคยหรูหราก็กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม ร่างของมือปราบรับจ้างนอนระเกะระกะไร้ลมหายใจ รณกรยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองรอบห้องก่อนจะหันกลับมามองกวินทร์ที่ยืนพิงผนัง เช็ดคราบเขม่าดินปืนออกจากข้างแก้มด้วยท่าทางสบายๆ
"ฝีมือไม่เลวนี่ครับ..." รณกรเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก สายตาจับจ้องไปยังริมฝีปากบางเฉียบของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา
"คุณก็ใช้ได้ครับ... แต่ช้าไปเสี้ยววินาทีตอนจะยิงคนทางซ้ายเมื่อกี้" กวินทร์ยิ้มมุมปาก ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อถูกสายตาร้อนแรงคู่นั้นจ้องมอง "หวังว่าเราจะเคลียร์เรื่องศพพวกนี้เสร็จ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงนะรณกร"
รณกรก้าวเข้าไปหาร่างโปร่งทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนกวินทร์ต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชิดติดผนังห้อง มือใหญ่วางทาบลงบนผนังข้างศีรษะของนักสืบหนุ่ม กักขังเขาให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย กลิ่นเลือดจางๆ ผสมผสานกับความเร่าร้อนของบรรยากาศทำให้ความอดกลั้นของทั้งสองฝ่ายเริ่มสั่นคลอน
"ตำรวจเหรอครับ..." รณกรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนน่าขนลุก "ในอาณาจักรของผม... กฎหมายเดียวที่มีค่า คือคำสั่งของผมเท่านั้น"
กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา ทว่าจังหวะที่หัวใจกำลังจะเต้นหลุดจากอก เสียงก๊อกแก๊กแปลกๆ ก็ดังขึ้นมาจากท่อระบายอากาศเหนือศีรษะ รณกรชะงัก สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าปืนขึ้นเล็งไปที่เพดานทันที
ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ตะแกรงเหล็กท่อระบายอากาศก็ร่วงหล่นลงมาพร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบใบหน้าของคนที่เพิ่งร่วงลงมา และภาพนั้นเองที่ทำให้ลมหายใจของกวินทร์สะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป
คนๆ นั้นไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นคนที่กวินทร์ตามหามาตลอดสามปีเต็ม คนที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้น...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับนัยน์ตาอำพรางความลับ•ตอนที่ 3
กลิ่นเลือดในค่ำคืนสีนีออน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับนัยน์ตาอำพรางความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
