"ศิษย์น้อง... เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?"
สุ้มเสียงของหลี่มู่เฉินราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความโดดเดี่ยวที่ยากหยั่งถึง เขาไม่ได้หันไปมองคมกระบี่ที่จ่ออยู่ ณ ท้ายทอย สายตาของเขายังคงทอดมองลงไปยังเบื้องล่างของหุบเหวอสูร ที่ซึ่งหมอกควันสีเลือดลอยวนเวียนดั่งวิญญาณอาฆาตที่ไม่มีวันไปผุดไปเกิด
"ท่านพี่หลี่... โลกใบนี้ไม่ได้มีที่ว่างให้กับความซื่อตรงของท่านมากนักหรอก"
เสียงกระซิบข้างใบหูนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาและอำมหิตในคราวเดียวกัน แรงกดดันจากปราณกระบี่ที่คมกริบจี้ลงบนจุดตายของหลี่มู่เฉิน แรงเสียดทานนั้นไม่ได้ทำให้เขาสั่นสะท้าน ทว่าเขากลับรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่ข้นคลั่งมาจากบุรุษที่เขาเคยไว้วางใจที่สุดคนหนึ่งในสำนัก
"ความซื่อตรงคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดผู้แข็งแกร่ง" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่ากังวานด้วยวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณ "หากเจ้าคิดว่าชัยชนะที่ได้มาด้วยการแทงข้างหลังจะทำให้เจ้าบรรลุวิถีเซียนได้ ก็จงลงมือเถิด"
*ฉึก!*
ไร้ซึ่งการลังเล แรงปะทะมหาศาลผลักร่างของศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเมฆาคล้อยให้ร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะกระเสือกกระสนคว้าคว้าสิ่งใด เขาเพียงหลับตาลงสัมผัสถึงลมหนาวที่กรีดเฉือนผิวหนัง ราวกับคมมีดนับหมื่นเล่มกำลังละเลงเลือดบนร่างกายที่บอบช้ำ
ท่ามกลางมวลอากาศที่บีบคั้น แวบหนึ่งในห้วงคำนึงของเขาปรากฏใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งของ 'ไป๋ชิงหลัน' นางเซียนผู้สูงส่งผู้กุมหัวใจเขาไว้เพียงผู้เดียว... นางผู้ซึ่งเขาเคยให้สัญญาว่าจะกลับมาพบกันใหม่เมื่อฤดูเหมันต์ปีหน้ามาถึง
"ข้าขอโทษ... ชิงหลัน"
ร่างของเขาตกดิ่งลงราวกับดาวตกที่ดับแสง กระแทกเข้ากับโขดหินคมกริบเบื้องล่างจนเลือดสาดกระจาย ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนแทบไร้ความรู้สึก ทว่าในวินาทีที่วิญญาณจวนเจียนจะหลุดลอย สายตาท่ามกลางความสลัวรางของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในแท่นหินอายุนับหมื่นปี
มันไม่ใช่แค่เศษเหล็ก หากแต่เป็นกระบี่โบราณที่แผ่ไอสังหารสีดำสนิทออกมาจนบรรยากาศโดยรอบดูคล้ายจะแตกสลาย รอยจารึกอักขระมารที่เลือนลางดูเหมือนจะเต้นเร้าและกระหายเลือด มันไม่ได้รอคอยผู้ที่คู่ควร แต่มันกำลังรอคอย 'หายนะ' ที่จะมาปลุกมันให้ตื่นขึ้นจากความเงียบงัน
หลี่มู่เฉินยื่นมือที่อาบไปด้วยโลหิตออกไปสั่นเทา นิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้ากับด้ามจับที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี ทันใดนั้น ความทรงจำที่สับสนปนเป เสียงกรีดร้องของมารร้ายจากยุคบรรพกาล และพลังมหาศาลที่ไร้จุดสิ้นสุดก็ทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาดุจเขื่อนแตก!
ผิวหนังของเขาเริ่มปริแตกจากพลังที่เกินกว่ามนุษย์จะรับไหว ดวงตาที่เคยสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึกบัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต เสียงคำรามของกระบี่มารดังสนั่นก้องไปทั่วหุบเหวอสูรจนภูผาสั่นสะเทือน
เงาของใครบางคนก้าวออกมาจากเงามืดของหน้าผา... สตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ นางยืนตระหง่านอยู่บนยอดหน้าผาด้วยท่วงท่าที่สูงส่งและเย็นชา ดวงตาคู่คมกริบมองลงมายังร่างที่กำลังถูกพลังมารกัดกินด้วยแววตาที่ปวดร้าวอย่างที่สุด
"ท่านพี่... ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมให้ท่านเป็นเซียน เช่นนั้นข้าก็จะยอมเป็นมารร้ายร่วมกับท่านในนรกขุมนี้เอง"
นางกระโจนลงมาสู่หุบเหวทันที!
ความลับที่หลี่มู่เฉินไม่เคยล่วงรู้คือกระบี่เล่มนี้ไม่ใช่กระบี่ที่ทำลายโลก แต่เป็น 'กุญแจ' ที่กักขังวิญญาณร้ายไว้ และบัดนี้เมื่อเขาเป็นผู้ดึงมันออกมา พันธนาการแห่งสามภพก็ได้เริ่มแตกร้าวตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายมารนี้นะครับ
กระบี่เยือกแข็งพลิกฟ้า ทลายสามภพ•ตอนที่ 1
ร่วงหล่นสู่หุบเหวอสูร
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกแข็งพลิกฟ้า ทลายสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
