สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของนักอนุรักษ์•ตอนที่ 5

รอยร้าวในอุดมการณ์

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงถอนหายใจของ ดร.วิชัย ที่ดังขึ้นเบาๆ ในห้องประชุมใหญ่ เปรียบเสมือนเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาทีประหารชีวิต ความเงียบงันที่เข้าเกาะกุมพื้นที่ไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่มันคือแรงดันมหาศาลก่อนที่พายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ ปานตะวันไม่ได้ขยับตัวไปไหน ดวงตาคู่คมของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่รณกร สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและไร้ที่ติ แต่ในวินาทีนี้ รอยยิ้มมุมปากที่เขาเคยใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับคนสูญเสียเลือดหล่อเลี้ยง "คุณรณกรดูจะตกใจมากนะครับ เมื่อได้ยินชื่อของ 'ตึกสิริอนันต์'" เสียงทุ้มต่ำของนักลงทุนเฒ่าดังขึ้นทำลายความเงียบ ดر.วิชัย เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ประสานมือไว้บนตักด้วยท่าทางของผู้กุมชัยชนะ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "แปลกจริง ทั้งๆ ที่คุณคือคนที่ปฏิเสธการรีโนเวทตึกนั้นอย่างหัวชนฝาเมื่อสามปีก่อน ตอนที่บริษัทของเรายังเป็นแค่บริษัทรับเหมาเล็กๆ... หรือผมควรจะเรียกว่า มันคือความทรงจำที่คุณอยากฝังมันให้ลึกที่สุดกันแน่" รณกรยังคงยืนนิ่ง คล้ายกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความประณีตแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ปลายนิ้วมือข้างขวาของเขาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะประชุมกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิตการทำงานกำลังถูกกร่อนเซาะด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประคำของปานตะวัน "ผมไม่ได้ตกใจ" รณกรเปล่งเสียงออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นร่องรอยของการสั่นไหวเล็กน้อยที่กราม "ผมแค่สงสัยว่า ทำไมนักอนุรักษ์ที่อ้างว่ารักตึกเก่าด้วยจิตวิญญาณ ถึงพยายามเอาประวัติศาสตร์อันเน่าเฟะของครอบครัวอื่น มาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านนี้" ปานตะวันหรี่ตามองเขา เธอมองทะลุผ่านกำแพงความเย่อหยิ่งที่สถาปนิกหนุ่มสร้างขึ้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่มีร่องรอยของความโกรธเคืองในแววตาของเธอ มีเพียงความลึกซึ้งและเห็นอกเห็นใจที่ผสมปนเปกันอยู่จนยากจะคาดเดา "ประวัติศาสตร์จะเน่าเฟะหรือไม่อย่างไร มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้สร้างหรอกนะครับคุณรณกร..." ปานตะวันลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างเธอกับเขา แววตาของเธอนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง "แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เรามีความกล้าพอที่จะยอมรับความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้คานเหล็กและอิฐมอญพวกนั้นหรือเปล่า ตึกสิริอนันต์ไม่ได้เป็นแค่ซากปรักหักพัง แต่มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงระหว่างตระกูลวรاتิวงศ์... กับการหายตัวไปอย่างปริศนาของผู้ออกแบบคนแรก" ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องประชุมอีกครั้ง ดร.วิชัยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับรณกรที่สะดุ้งเฮือก ร่างกายของสถาปนิกหนุ่มเซถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำปฏิเสธใดๆ "คุณ... รู้เรื่องนี้ได้ยังไง" รณกรเค้นเสียงถามออกมาทีละคำ ราวกับคำพูดแต่ละคำหนักอึ้งราวกับก้อนหิน "ไม่มีความลับอะไรที่จะถูกฝังกลบไปได้ตลอดกาลหรอกครับ โดยเฉพาะความลับที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความรู้สึกผิด" ปานตะวันก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นธรรมชาติลอยแตะจมูกรณกร มันไม่ใช่กลิ่นที่โจมตี แต่เป็นกลิ่นที่ดึงดูดและบีบคั้นหัวใจในเวลาเดียวกัน "คุณพยายามสร้างตึกมินิมอลที่ไร้ร่องรอยของอดีต เพราะคุณคิดว่ามันจะช่วยลบเงาของพ่อคุณ... สถาปนิกผู้เซ็นอนุมัติแบบก่อสร้างที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนั้น" ความจริงถูกเปิดโปงออกทีละน้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ดร.วิชัยหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความเย้ยหยันและเล่ห์เหลี่ยมของนักธุรกิจเขี้ยวลากดิน "น่าสนใจเสียจริง..." ดร.วิชัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายวัยกลางคนจัดเสื้อสูทราคาแพงให้เข้าที่ "ผมเพิ่งรู้ว่าโปรเจกต์แลนด์มาร์กมูลค่ามหาศาลชิ้นนี้ กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยดราม่าครอบครัวของสถาปนิกผู้พ่ายแพ้ และความดื้อรั้นของนักอนุรักษ์ที่จมอยู่กับอดีต แต่เสียใจด้วยนะคุณปานตะวัน ต่อให้ตึกนั้นจะมีคุณላค่าทางประวัติศาสตร์แค่ไหน เครื่องจักรของผมก็พร้อมที่จะบดขยี้มันให้ราบคาบภายในสัปดาห์หน้าอยู่ดี" รณกรหันขวับไปมองดร.วิชัยทันที ความขัดแย้งระหว่างเขากับปานตะวันเมื่อครู่ถูกปัดตกไปในพริบตา เมื่อศัตรูที่แท้จริงแสดงเขี้ยวเล็บออกมาอย่างชัดเจน "คุณทำแบบนั้นไม่ได้" รณกรโพล่งขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงกดดันที่อัดอั้น "พื้นที่ตรงนั้นมีข้อกฎหมายคุ้มครองเขตโบราณสถานอยู่ ถึงคุณจะมีเงินซื้อที่ดิน แต่คุณไม่มีทางผ่าน EIA ไปได้ง่ายๆ แน่" "คุณคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือครับ คุณรณกร?" ดร.วิชัยยิ้มเยาะ หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วโยนมันลงเบื้องหน้าสถาปนิกหนุ่ม "เอกสารอนุมัติพิเศษจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ถูกเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้... ด้วยลายมือของใครบางคน ที่น่าจะรู้จักคุณเป็นอย่างดี" รณกรก้มมองซองเอกสารนั้น มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะดึงแผ่นกระดาษด้านในออกมา ดวงตาคมกวาดมองข้อความบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกึก ชื่อที่ปรากฏอยู่ท้ายกระดาษในฐานะประธานคณะกรรมการอนุมัติพิเศษ... คือชื่อของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อนันต์ วรاتิวงศ์—พ่อของเขาเอง ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องประชุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบจากการปะทะคารม หากแต่มันคือความเงียบงันของความพังทลายทางจิตวิญญาณ รณกรยืนนิ่งค้าง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ความพยายามตลอดสิบปีที่ผ่านมาในการตัดขาดจากตระกูล พยายามยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองในฐานะสถาปนิกผู้บริสุทธิ์... ถูกทำลายลงด้วยลายเซ็นเดียวของคนที่เขาเกลียดชังที่สุด ปานตะวันมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยื่นมือออกไปหมายจะแตะที่แขนของเขาเพื่อประคองสติ แต่แล้วก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนเนื้อผ้า ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยเสียงดังปัง! ร่างของชายในชุดสูทสีเข้ม หน้าตาตื่นตระหนก วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดห้วงที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องช็อกจนตัวแข็ง "คุณวิชัยครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาส่วนตัวของนักลงทุนเฒ่าหอบหายใจตัวโยน "คนงานของเรา... ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์และหีบเหล็กโบราณใต้ฐานรากตึกสิริอนันต์แล้วครับ! ตอนนี้ตำรวจกับนักข่าวแห่กันไปเต็มพื้นที่แล้ว!" ดร.วิชัยหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เช่นเดียวกับปานตะวันและรณกรที่หันขวับไปมองหน้ากันทันที ความตกตะลึงฉายชัดในแววตาทั้งคู่ รณกรสูดหายใจเข้าลึก, ร่างกายที่เคยสั่นเทากลับนิ่งสนิทลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเขารู้ว่า... เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในอุดมการณ์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของนักอนุรักษ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%