เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ครับคุณเชฟ•ตอนที่ 1

รสชาติที่ถูกปฏิเสธ

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ห่วยแตก" เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดหนักๆ ดังต่อเนื่องเป็นจังหวะเหมือนเสียงกลองรบ ปาลินจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยสายตาที่เย็นเยียบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวหน้าจออย่างรวดเร็วราวกับจะระบายความโกรธแค้นทั้งหมดลงไปในตัวอักษร เขากำลังรีวิวร้าน *‘The Kin’* ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่จองคิวยากที่สุดในประเทศ แต่สำหรับปาลิน มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี "เนื้อวากิวระดับ A5 ย่างจนกระด้างเหมือนยางลบดินสอ ซอสเกรวี่ที่เค็มจนไตแทบพัง... นี่น่ะเหรอเชฟมิชลินสตาร์? นี่มันโศกนาฏกรรมทางความรู้สึกชัดๆ" ปาลินพึมพำกับตัวเองขณะกด ‘โพสต์’ ทันทีที่ข้อความปรากฏบนหน้าฟีดสาธารณะ ยอดไลก์และยอดแชร์ก็พุ่งทะยานขึ้นราวกับกราฟหุ้นปั่นป่วน ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที โซเชียลมีเดียก็กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม ... ในขณะเดียวกัน ณ ครัวสเตนเลสที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงหยดน้ำ ‘คินน์’ ยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นสายตากรอบบางจ้องมองหน้าจอมือถือที่สั่นไม่หยุด สายของทีมพีอาร์โทรเข้ามารัวๆ แต่เขากลับเลือกที่จะคว่ำหน้าจอมันลงบนโต๊ะ คินน์ไม่ได้โกรธที่โดนด่า แต่เขารู้สึกรำคาญที่ ‘รสนิยม’ ของเขาถูกคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาเหยียบย่ำ "เชฟครับ... คือว่าลูกค้าท่านนี้..." ผู้ช่วยเชฟเดินเข้ามาด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ "เขาเป็นบล็อกเกอร์สายอาหารที่อิทธิพลสูงมากครับ โพสต์เขามีคนแชร์ไปห้าพันครั้งแล้ว ตอนนี้สื่อเริ่มเอาไปพาดหัวข่าวว่าร้านเราตกมาตรฐานแล้วครับ" คินน์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มฉายแววเย็นชาจนคนรอบข้างต้องก้าวถอยหลัง เขาหยิบผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทขึ้นมาพาดบ่า ก่อนจะถอดถุงมือยางออกช้าๆ ทีละนิ้วอย่างใจเย็น "ตกมาตรฐานงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ "ในเมื่อเขาบอกว่าห่วย ผมก็ต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าที่ห่วยน่ะ มันเป็นที่ฝีมือคนทำ หรือเป็นที่รสนิยมลิ้นจระเข้ของคนรีวิวกันแน่" ... สามชั่วโมงต่อมา ณ ร้านกาแฟย่านอารีย์ ปาลินกำลังนั่งไขว่ห้างจิบลาเต้อย่างอารมณ์ดี เขากำลังไถอ่านคอมเมนต์ในโพสต์ของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน มุมปากยกยิ้มอย่างผู้ชนะ "โดนด่าซะบ้าง จะได้ตื่นจากความฝันสักที" ปาลินพึมพำ ทว่า เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะมั่นคงก็หยุดลงตรงหน้าโต๊ะของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและกลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะตัวของเชฟมืออาชีพโชยมาแตะจมูก ปาลินเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากไล่ใครก็ตามที่มาขวางทาง แต่คำพูดนั้นกลับกลายเป็นก้อนความรู้สึกที่จุกอยู่ในลำคอ ชายหนุ่มในชุดเชฟสีดำสนิทที่ดูเนี้ยบตั้งแต่ปกคอเสื้อยันรองเท้าบูทหนังยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ทำให้อากาศรอบตัวลดต่ำลงกะทันหัน "คุณปาลินใช่ไหมครับ?" คินน์ถามโดยไม่รอคำตอบ เขาถือวิสาสะดึงเก้าอี้ตรงข้ามปาลินแล้วนั่งลง "ผมคินน์... เจ้าของร้านที่คุณเพิ่งเขียนวิจารณ์ว่าอาหารของผมเหมือนยางลบดินสอ" ปาลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าท้าทาย เขายืดตัวตรงแล้วเชิดคางขึ้นเล็กน้อย "อ๋อ เชฟคินน์ตัวจริงเหรอครับ? เสียใจด้วยนะครับที่ผมพูดความจริง ผมไม่ถนัดอวยใครเพื่อแลกกับมื้อฟรี" "ดีครับ ผมก็ไม่ชอบพวกกินฟรี" คินน์โน้มตัวลงมาข้างหน้า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดน้อยลงจนปาลินรู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย "ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้คุณลบโพสต์ แต่ผมมาเพื่อจะบอกว่า... ถ้าคุณแน่จริง พรุ่งนี้คืนนี้ลองมาที่ร้านผมอีกครั้งไหม?" "ทำไมผมต้องไป?" "เพราะถ้าคุณกินเมนูที่ผมเตรียมไว้ให้แล้วยังบอกว่ามันห่วยอีก ผมจะยอมปิดร้านแล้วเลิกเป็นเชฟตลอดชีวิต" คินน์เว้นวรรค ดวงตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปาลิน "แต่ถ้าคุณกินแล้วรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด... คุณต้องเป็นคนเขียนโพสต์ขอโทษผมด้วยตัวเอง ต่อหน้าสาธารณชน" ปาลินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความโมโหกับความตื่นเต้นที่ถูกท้าทาย "ตกลงครับ" ปาลินตอบกลับเสียงแข็ง "แต่ถ้ามื้อนั้นไม่อร่อยจริง อย่ามาโกรธกันทีหลังนะครับ เชฟผู้สูงส่ง" คินน์ยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ปาลินรู้สึกหน้าร้อนผ่าว เขาหยิบนามบัตรสีดำสนิทวางลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเดินจากไป ทว่า ก่อนที่คินน์จะก้าวเท้าออกไป เขากลับชะงักและก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของปาลินจนคนถูกกระซิบสะดุ้งสุดตัว "แล้วเตรียมใจไว้ให้ดีนะครับ... เพราะคืนพรุ่งนี้ ผมไม่ได้แค่จะให้คุณชิมอาหาร แต่ผมจะทำให้คุณรู้ว่า ‘รสชาติ’ ที่แท้จริงน่ะ เขาตัดสินกันที่ตรงไหน" คำพูดนั้นยังไม่ทันจางหายไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของรินรดาที่ผลักประตูเข้ามา เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นคินน์ยืนอยู่ใกล้กับปาลินในท่าทีที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคนแปลกหน้า สายตาของเธอที่มองมายังทั้งสองคนเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง "คินน์? มาทำอะไรที่นี่กับนักวิจารณ์ขยะแบบนี้คะ?" บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด คินน์ไม่ตอบโต้ แต่เขากลับหันมาสบตาปาลินอีกครั้งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนแรกนะครับ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวเหมือนผมครับ ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ครับคุณเชฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%