กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมราคาแพงแนววู้ดดี้อบอวลอยู่ในอากาศแคบๆ ของรถยนต์หรู ศิลาเกร็งกล้ามเนื้อไปทั้งตัว มือที่กำพวงมาลัยสั่นไหวเล็กน้อยขณะที่เขามองเงาร่างที่คุ้นเคยผ่านกระจกหลัง ‘ธีร์’ ชายผู้เป็นดั่งฝันร้ายที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมาย กลับมาปรากฏกายในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไร้ร่องรอย
"ตกใจงั้นหรือ ทนายศิลา?" เสียงทุ้มต่ำของธีร์ดังขึ้น ทว่าก่อนที่ศิลาจะได้โต้ตอบ พริมโรสที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ—ซึ่งเขารับเธอมาหลังเสร็จสิ้นการชันสูตรเคสคดีฆาตกรรมหั่นศพ—ก็ขยับตัวแรงจนเข็มขัดนิรภัยดึงรั้ง เธอไม่ได้ตื่นตระหนกแบบคนทั่วไป แต่ดวงตาคมกริบของเธอกลับฉายแววเย็นเยียบแบบนิติเวชที่มองทะลุถึงแก่นแท้ของความตาย
"คุณเข้ามาได้ยังไง" ศิลาเค้นเสียงถาม เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธที่ปะปนกับความหวาดระแวง
ธีร์เพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ปลายเท้าสวมรองเท้าหนังขัดเงาแตะโดนหลังเบาะที่นั่งของพริมโรส "วิทยาศาสตร์บอกความจริงได้ทุกอย่าง แต่มันบอกไม่ได้หรอกว่า... คนเราจะยอมทำลายจริยธรรมเพื่อความต้องการของตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน"
พริมโรสไม่ได้หันไปมองธีร์ สายตาของเธอตรึงอยู่บนใบหน้าของศิลา—ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยโทสะและแรงกดดัน เธอรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหักที่ไม่มีวันหวนกลับ เธอเอื้อมมือไปแตะแขนของศิลา สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าทรงพลังพอจะดึงสติของเขากลับมา
"ขับรถออกไปก่อนค่ะ" พริมโรสสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ธีร์... ถ้าคุณอยากคุยเรื่องดีลนั้น ก็ลงไปคุยในที่ที่ไม่มีใครต้องเลือดตกยางออกจะดีกว่า"
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาเหยียบคันเร่งจนรถพุ่งทะยานออกจากที่จอดรถร้างเข้าสู่ความมืดมิดของถนนสายรอง ความตึงเครียดภายในรถพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก พริมโรสหันมามองศิลาที่ขากรรไกรกำลังขบแน่นจนนูนชัด
เมื่อถึงที่หมาย... อพาร์ตเมนต์ส่วนตัวที่ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดของศิลา ทันทีที่ประตูห้องปิดลง แรงกดดันที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมงก็พังทลายลง ศิลาผลักประตูห้องและฉุดข้อมือพริมโรสเข้าไปข้างในอย่างรุนแรง ไม่ใช่ด้วยความเกลียดชัง แต่ด้วยความปรารถนาที่เขากักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากทนายผู้เย็นชา
"ทำไมคุณต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในเกมของผม!" ศิลาตวาด เขาต้อนเธอจนแผ่นหลังบางชิดติดผนังห้อง มือทั้งสองข้างยันผนังล้อมกรอบตัวเธอไว้
พริมโรสไม่ถอยหนี เธอกลับเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างท้าทาย "เพราะถ้าไม่เป็นฉัน... คุณก็คงจะตายด้วยมือของตัวเองไปนานแล้ว ศิลา"
คำพูดนั้นเหมือนจุดชนวนระเบิด ศิลาเลิกพยายามอดกลั้น เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนพริมโรสตัวสั่นสะท้าน มือหนาของเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธออย่างรีบร้อน ไม่ใช่ด้วยความถนอม แต่ด้วยความโหยหาที่ต้องการจะยืนยันว่ายังมีตัวตนอยู่จริงในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้
พริมโรสสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมหนาของเขา ดึงรั้งให้เขายิ่งแนบชิด ความร้อนจากร่างกายปะทะกันผ่านเนื้อผ้าที่เริ่มกองอยู่ที่พื้น เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่หลังจูบที่หนักหน่วงและเร่าร้อนของเขา มันคือนิยามของความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนรอยร้าว... เป็นความสัมพันธ์ที่เหนือกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน แต่มันคือการแลกเปลี่ยนลมหายใจและความลับในนาทีที่ความเป็นความตายอยู่เพียงเอื้อม
เขายกตัวเธอขึ้น พริมโรสโอบรอบเอวสอบของเขา ร่างกายที่สอดประสานกันท่ามกลางความสลัวของห้องนอนเป็นเหมือนป้อมปราการสุดท้าย ทุกสัมผัสคือการเรียกร้อง ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวคือการโต้ตอบถึงอุดมการณ์ที่ต่างกัน แต่กลับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนที่พายุภายนอกกำลังก่อตัว
"อย่ามองใครนอกจากผม..." ศิลาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ ในขณะที่ความสุขสมถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งที่เปราะบาง
ท่ามกลางความเงียบงันหลังพายุอารมณ์สงบลง ทั้งคู่หอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง แสงไฟจากหน้าต่างส่องให้เห็นรอยแผลเป็นที่หัวไหล่ของศิลา พริมโรสใช้นิ้วไล้ไปตามรอยแผลนั้นอย่างแผ่วเบา เธอกำลังจะเอ่ยปากถามถึงอดีตที่เขาปิดบังไว้ แต่แล้วเสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากมือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้น
นั่นไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของอพาร์ตเมนต์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทำงานของศิลา ศิลาคว้ามันขึ้นมาดู ดวงตาของเขาวูบไหวและกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" พริมโรสถามพลางลุกขึ้นนั่ง ร่างกายที่ยังเปลือยเปล่าสั่นสะท้านด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง
ศิลาส่งโทรศัพท์ให้เธอ หน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานลับของเขาที่บ้านพักเดิม... ภาพนั้นเผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังรื้อค้นเอกสารสำคัญในลิ้นชักที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ถึงกับหยุดหายใจ คือเอกสารที่คนร้ายชูขึ้นมาให้กล้องเห็น—มันคือแฟ้มคดีที่ปิดตายไปเมื่อสิบปีก่อน คดีที่พริมโรสเชื่อว่าพ่อของเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่กลับถูกศิลาตัดสินให้แพ้คดีอย่างราบคาบ
"พริม... นั่นไม่ใช่ธีร์" ศิลาพูดเสียงแหบพร่า ขณะที่จ้องมองใบหน้าของผู้บุกรุกในจอ ซึ่งยิ้มให้กล้องอย่างเยือกเย็นก่อนจะจุดไฟเผาเอกสารชิ้นนั้นทิ้ง
"คนคนนั้น... เขาคือคนที่ยืนอยู่ข้างคุณในวันพิพากษาคดีของคุณพ่อฉันเอง" พริมโรสกระซิบ มือสั่นเทาขณะที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้น
ความลับที่ว่าศิลาอาจเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่ใหญ่กว่ากำลังถูกเปิดโปง และคนที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ได้มีแค่ศัตรูที่มองเห็นได้ แต่เป็นปีศาจจากอดีตที่กำลังย้อนกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เขาเคยทำลาย!
มิดไนท์คิสหวังว่าบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับศิลาและพริมโรสค่ะ
ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช•ตอนที่ 23
แรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับทนายร้ายกับคุณหมอนิติเวช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!