"รอยขีดข่วนบนสันหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เกิดจากแมลงสาบแทะ หรือเกิดจากการเสื่อมสภาพตามกาลเวลาตามที่รายงานการอนุรักษ์ห้องสมุดกล่าวอ้างค่ะ แต่มันคือรอยเล็บ... รอยเล็บของมนุษย์ที่พยายามจะควักเอาบางสิ่งบางอย่างออกจากหน้ากระดาษ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อยของพายุ ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องสมุดโบราณประจำมหาวิทยาลัยยามวิกาล กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงไฟฉายสีนวล สร้างบรรยากาศชวนขนลุกได้อย่างประหลาด
สำหรับชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีผู้ยึดมั่นในหลักฐานทางมานุษยวิทยาและตรรกะอันเที่ยงตรงอย่างพายุแล้ว การต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องสมุดปิดตายหลังเที่ยงคืน เพื่อตรวจสอบพัสดุโบราณที่ถูกส่งมาผิดแผนก ถือเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่สุดในรอบสัปดาห์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่ยอมเดินออกไปเสียที กลับเป็น "ความผิดปกติ" ทางกายภาพของหนังสือเล่มหนาตรงหน้า
สันหนังสือหนังแท้สีดำสนิทเล่มนั้น ปราศจากชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์ มีเพียงตราประทับรูปตาชั่งที่ถูกกรีดทับด้วยรอยแผลเป็นลึก พายุขยับแว่นสายตา เลนส์สะท้อนแสงไฟฉายวาววับ นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบรรจงพลิกหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง ความจำอันเป็นเลิศของเขาบันทึกทุกรายละเอียด ทว่า ยิ่งอ่าน เขากลับยิ่งพบความย้อนแย้ง ข้อความภาษาละตินโบราณผสมผสานกับอักขระคาถาอาคมพื้นบ้านถูกบันทึกไว้ด้วยลายมือหวาดระแวง ราวกับผู้เขียนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างในขณะที่จดบันทึก
*แปะ... แปะ...*
เสียงหยดน้ำกระทบพื้นไม้ดังขึ้นเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสนิท พายุชะงักมือ นิ้วที่กำลังจะพลิกหน้าถัดไปแข็งค้าง เขากวาดสายตามองไปรอบตัว หอสมุดกว้างใหญ่ที่มีชั้นหนังสือสูงจรดเพดานดูคล้ายซี่โครงของอสุรกายยักษ์ในเงามืด อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเกิดไอสีขาวจางๆ ยามที่เขาระบายลมหายใจ
"ระบบระบายอากาศคงมีปัญหา..." พายุพึมพำกับตัวเองเพื่อปลอบขวัญ แม้สัญชาตญาณส่วนลึกจะร้องเตือนว่า ต่อให้ระบบแอร์เสีย อุณหภูมิก็ไม่มีทางลดต่ำลงจนหนาวยะเยือกถึงกระดูกเช่นนี้ได้
ทันใดนั้นเอง แสงไฟฉายในมือก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท พายุสบถเบาๆ ในลำคอ คว.ามมืดระดับที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเองทำให้ประสาทสัมผัสอื่นตนตื่นตัวขึ้นทันที กลิ่นอับของกระดาษถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนรุนแรง... กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปโบราณที่มอดไหม
*ครอดดด... แอดดด...*
เสียงลากของหนักบางอย่างดังมาจากทางเดินมืดทึบหลังชั้นหนังสือแถวที่สี่ เสียงนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ช้าๆ ทว่ามั่นคง พายุยืนนิ่งหลังโต๊ะทำงาน หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองอันปราดเปรื่องพยายามคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดตามหลักวิทยาศาสตร์... ไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีลมกรรโชก ไม่มีสัตว์ใหญ่เล็ดลอดเข้ามาได้ ประตูทางออกถูกล็อกตายจากด้านในด้วยกุญแจสมาร์ทล็อก
ถ้าเช่นนั้น... สิ่งที่กำลังเดินเข้ามาคืออะไร?
ในเสี้ยววินาทีที่เงาดำมหึมาเคลื่อนตัวผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีสูงตระหง่าน พายุเห็นมัน... ร่างเงาสูงโปร่งที่บิดเบี้ยวอย่างไร้มนุษยธรรม แขนยาวลากพื้น และดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่จ้องมองตรงมายังทิศทางที่เขายืนอยู่
ขาของพายุชาดิก ความหวาดกลัวระดับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้วิ่งหนี ทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูล่องหน
*ตึง!*
เงาดำนั้นพุ่งเข้าใส่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่พายุหลบอยู่ แรงปะทะมหาศาลทำให้ข้าวของกระเด็นกระดอน พายุล้มกลิ้งไปกับพื้น ฝุ่นตลบอบอวล เขากลั้นใจหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง
ทว่า... ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เคยมาถึง
"ถ้ายังไม่อยากให้วิญญาณหลุดออกจากร่างไปเป็นอาหารว่างของสัมภเวสีหน้าหอสมุด ก็ช่วยหุบปากแล้วหมอบต่ำลงกว่านี้อีกนิดค่ะ คุณนักมานุษยวิทยาผู้ปราดเปรื่อง"
เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกราวกับสายน้ำในถ้ำลึกดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับเสียงสะบัดกระดาษยันต์ในอากาศ ตามด้วยเสียงระเบิดเบาๆ คล้ายประทัด และประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา
พายุลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าทำให้เขาต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส
ร่างระหงในชุดเสื้อคลุมยาวสีเข้มคล้ายนักพรตผสมผสานกับเสื้อผ้าสมัยใหม่ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มือขวาคีบแผ่นยันต์สีทองที่ยังคงมีควันจางๆ ลอยกรุ่น ส่วนมือซ้ายถือร่มกระดาษทาน้ำมันสีดำสนิท เส้นผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าเรียวคมที่ประดับด้วยรอยยิ้มเย้าหยอกระคนสมเพชเวทนา
หญิงสาวหันกลับมามองเขาเล็กน้อย นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความฉลาดแกมโกงและพลังอำนาจบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง
"อาจารย์... จันทร์?" พายุอุทานชื่อนั้นออกมาด้วยความงุนงง ระคนตกตะลึง เขาจำหญิงสาวคนนี้ได้ เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณที่เพิ่งย้ายเข้ามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ทำไม... เธอถึงมาโผล่ที่นี่ ในสถานการณ์แบบนี้ได้?
จันทร์ปรายตามองหนังสือปกดำบนพื้น ก่อนจะแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"คิดไม่ถึงเลยนะคะว่า คนที่ปากบอกว่าไม่เชื่อเรื่องงมงาย จะวิ่งมาให้ภูตผีปีศาจต้อนจนมุมในหอสมุดร้างตอนตีสองได้แบบนี้... ดูท่าทาง คุณคงต้องทบทวนนิยามคำว่า 'วิทยาศาสตร์' ใหม่เสียแล้วกระมั้งคะ"
ก่อนที่พายุจะได้อ้าปากเถียงหรือซักถามข้อสงสัยนับร้อยที่อัดแน่นอยู่ในอก จันทร์ก็ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามปราม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอมลายหายไปในพริบตา แว่นตาเลนส์ใสถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับแววตาที่คมกริบดั่งใบมีด
"เงียบก่อนค่ะ... ดูเหมือนว่า 'แขกไม่速 (เชิญ)' ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังหนังสือเล่มนี้ เพิ่งจะรู้ตัวว่าพวกเรากำลังรื้อความลับของมันเข้าให้แล้วนะคะ"
พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง เสียงกรีดร้องโหยหวนนับร้อยสายดังประสานกันมาจากใต้พื้นห้องสมุด ราวกับประตูขุมนรกกำลังถูกงัดเปิดออกทีละน้อย และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของพายุซึ่งควรจะไม่มีสัญญาณ กลับสั่นเตือนรัวพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยติดตั้งมาก่อน ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแสงสีแดงฉานแสบตา:
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบเขตแดนอาคมระดับ SSS 'หอสมุดมรณะ' กำลังปิดตาย]*
*[เงื่อนไขรอดชีวิต: ไขปริศนาคดีลบหลู่บรรพชนภายใน 60 นาทีก่อนที่วิญญาณของผู้ทำลายสัญญากรรมจะถูกกลืนกิน]*
*[สถานะปัจจุบัน: คุณและ 'อาจารย์จันทร์' ถูกผนึกอยู่ในวงเวียนอาคมเดียวกันแล้ว...]*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปไขปริศนาลี้ลับด้วยกันนะคะ
- นภากระซิบผี -
บันทึกคดีลบหลู่กับนักพรตสายมูมือใหม่•ตอนที่ 1
ความจริงในรอยแยก
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีลบหลู่กับนักพรตสายมูมือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
