เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพหน้าจอที่โชว์ข้อความจากโปรดิวเซอร์สาวใหญ่ส่งตรงเข้ามาเป็นระลอกที่สาม
*‘น้องธีร์คะ สตูดิโอเปิดแล้ว รีบเข้ามาเลือกบรีฟด่วนเลยนะ ทีมงานรออยู่’*
นิ้วเรียวที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาเคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะกระชั้นชิด ธีร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่าย ความสมบูรณ์แบบคือศาสนาที่เขาศรัทธา และกำหนดการที่เลทไปสิบห้านาทีคือบาปมหันต์ในพจนานุกรมของกราฟิกดีไซน์เนอร์หนุ่มเจ้าระเบียบอย่างเขา ร่างโปร่งในชุดสูทลำลองเข้ารูปสีเทาเข้มสะบัดชายเสื้อเบา ๆ ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัว มุ่งหน้าสู่สตูดิโอรับรองใจกลางทองหล่อทันที
อากาศเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อดังไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกของธีร์ลดลงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงหงุดหงิดกับสัญญาลับบางฉบับที่บริษัทบังคับให้เขาต้องควบรวมโปรเจกต์งานศิลป์ชิ้นใหญ่กับศิลปินสตรีทอาร์ตไร้กรอบนอกคอกคนหนึ่ง—คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะ ‘จิตรกรนอกรีต’ ผู้ไม่เคยเคารพกฎเกณฑ์ใด ๆ บนโลกใบนี้
"ให้ตายสิ... คนบ้าอะไรทำงานตามอารมณ์ แถมยังชอบพ่นสีสเปรย์เหม็น ๆ ใส่กำแพงเมืองชาวบ้านไปทั่ว" ธีร์บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะก้าวเท้าผ่านประตูอัตโนมัติกระจกฝ้าของสตูดิโอ
กลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นสีอะคริลิกจาง ๆ เสียงหัวingเราะคุยกันของทีมงานดังแว่วมาจากโซนรับรองด้านใน ธีร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นมืออาชีพ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ ‘เพื่อนร่วมงาน’ คนใหม่ที่เขาภาวนาขอให้เป็นแค่ตาแก่หัวดื้อสักคน เพื่อที่เขาจะได้เชือดเฉือนด้วยเหตุผลและตารางเวลาอันเคร่งครัดจนอีกฝ่ายต้องยอมจำนน
"มาแล้วครับ ขอโทษด้วยที่รถติด—"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายด้วยความสุภาพตามวิสัยถูกกลืนหายไปในลำคอทันที ราวกับมีใครเอาประแจเลื่อนมาบีบหลอดลมของเขาไว้แน่น เมื่อร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดดيفสีดำสนิทที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังกลับ หันกลับมามองตามเสียง
ดวงตากมโตคมกริบใต้กรอบคิ้วเข้มคมคายรุกล้ำเข้ามาในคลองสายตา รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเยาะหยันและเสน่ห์แพรวพราวอันเป็นเอกลักษณ์ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนที่ธีร์อยากจะเอาชื่อออกจากสารบบชีวิตมากที่สุดในสามโลก
วิน...
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ ธีร์ยืนแข็งค้างเป็นรูปปั้นหิน สมองที่เคยประมวลผลกราฟิกและโค้ดสีได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าสนิท เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นซึมตามไรผม ทั้งที่อุณหภูมิในห้องนี้หนาวเหน็บจนเยือกกระดูก
"อ้าวน้องธีร์ มาพอดีเลย!" เสียงของพี่ปู โปรดิวเซอร์สาวเจ้าของโปรเจกต์ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงัน "นี่ไงครับ ศิลปินที่จะมาร่วมงานกับเราในโปรเจกต์สตรีทอาร์ตผสมผสานดิจิทัลกราฟิก... น้องวิน เจ้าของผลงานกราฟิตี้ระดับอินเตอร์ที่พี่จองตัวข้ามปีเลยนะ!"
วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ชิดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในกรงขังนี้คือใคร
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกนะครับ... คุณกราฟิกดีไซน์เนอร์คนเก่ง" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบaอยู่ข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของธีร์ โดยที่จังหวะก้าวของอีกฝ่ายหยุดลงประชิดตัวจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง
หัวใจของธีร์กระหน่ำรัวราวกับกลองเพล เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงที่แผ่ซอฟต์เข้ามารังควานความสงบในจิตใจ ปากที่เคยจัดจ้านกลับเม้มแน่นสนิทอย่างไร้คำตอบโต้ มือเรียวเผลอกำหมัดแน่นข้างลำตัวด้วยความเคืองแค้นปนตื่นตระหนก ประโยคคำสั่งสอนนับร้อยที่เตรียมมาเพื่อสะสางกับคู่อริตัวฉกาจกลับมลายหายสิ้นในวินาทีที่สบเข้ากับดวงตาพราวระยับคู่นั้น
และก่อนที่ธีร์จะได้ทันตั้งสติถอยหลังหนี วินก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้ม พร้อมกับกระซิบประโยคพลิกผันที่ทำเอาสติของธีร์กระเจิงจนแทบทรุดลงตรงนั้น
"โปรเจกต์นี้... ผมไม่ได้มาแค่ร่วมงานนะครับ ธีร์... แต่ผมมาทวงสัญญาบางอย่างที่เราเคยตกลงกันไว้เมื่อสามปีก่อนด้วย"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกแห่งมหายุทธ์ไร้เทียมทานกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
หยุดยิ้มแบบนั้นใส่ผมเสียที คุณคู่อริ!•ตอนที่ 1
เมื่อคู่อริมาเจอกันที่หน้าสตูดิโอ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยุดยิ้มแบบนั้นใส่ผมเสียที คุณคู่อริ! นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
