กลิ่นเลือดจางๆ ปะปนมากับละอองฝนที่สาดซัดกระหน่ำเข้ามาในห้องชุดเพนต์เฮาส์สไตล์มินิมอลโทนเข้ม ร่างโปร่งบางที่ควรจะนอนพักผ่อนอย่างสงบในค่ำคืนพายุโหมกระหน่ำ กลับกำลังงัดแงะหน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังอย่างอุกอาจ หยาดน้ำฝนผสมกับคราบเลือดสีเข้มไหลย้อยเปรอะเปื้อนเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำสนิท รินทร์กัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบบริเวณหัวไหล่ขวาจากการเฉี่ยวคมกระสุนปืนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนกำลังสูบฉีดอะดรีนาลีนในร่างกายให้พุ่งพล่านจนน่าหงุดหงิด
ให้ตายสิ... ใครจะคิดว่างานส่งมอบเอกสารลับชิ้นสุดท้ายก่อนลาออกจากวงการ จะแปรสภาพเป็นการวิ่งหนีตายข้ามเมืองท่ามกลางดงกระสุนแบบนี้
เสียงฝ่าเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ความมืดบริเวณระเบียง รินทร์ไม่รอช้า อาศัยจังหวะที่ฟ้าแลบแปลบปราบ เหวี่ยงร่างตัวเองมุดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีเทาเข้าสู่พื้นที่ภายในห้องทันที แต่ความซุ่มซ่ามผสมความอ่อนแรงทำให้ข้อเท้าไปเกี่ยวเข้ากับโคมไฟตั้งพื้นดีไซน์หรูจนล้มระเนระนาด เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นก้องห้องกว้าง
"ชิบหาย..." รินทร์สบถเบาๆ พลันกวาดสายตาคมกริบประเมินสถานสถานการณ์รอบตัว
พรึบ!
ไฟดวงใหญ่กลางห้องสว่างวาบขึ้นอย่างกะทันหัน แสงนีออนสีนวลบาดตาขับให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นเป็นเท่าตัว รินทร์สะดุ้งสุดตัว รีบยกปืนพกสั้นคู่ใจขึ้นเล็งไปยังทิศทางของสวิตช์ไฟทันที ทว่าความเจ็บปวดที่หัวไหล่ทำให้มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อย
ที่ตรงนั้น... ปรากฏร่างสูงใหญ่ของเจ้าของห้องในชุดนอนกางเกงขายาวสบายๆ เสื้อยืดสีดำสนิทแนบเนื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและแผงอกกว้าง ศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว สีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ดวงตาสีนิลคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ผู้บุกรุกสภาพเยินเยินราวกับกำลังมองดูแมวป่าบาดเจ็บตัวหนึ่ง
ไม่มีแววตาตื่นตระหนก ไม่มีเสียงโวยวาย มีเพียงความนิ่งงันอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้
"บุกรุกยามวิกาล ทำลายทรัพย์สิน และพกพาอาวุธปืนเข้ามาในเขตส่วนบุคคล..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง ศิลาปรายตามองคราบเลือดที่หยดติ๋งลงบนพื้นพรมราคาแพง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับรินทร์ตรงๆ "นายคิดว่าตัวเองมีลมหายใจเหลือรอดไปถึงเช้าอีกกี่เปอร์เซ็นต์กัน รินทร์"
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ทั้งเจ็บแผล ทั้งเหนื่อยหอบ แต่ริมฝีปากบางกลับยกยิ้มหยันอย่างไม่ยอมแพ้ "โอ๊ะ จำชื่อฉันได้ด้วยเหรอคุณอดีตทหาร... นึกว่าสมองเสื่อมไปตั้งแต่ตอนปลดประจำการซะอีก"
"ฉันไม่เคยลืมขยะที่ชอบสร้างภาระให้คนอื่น" ศิลาตอบกลับเสียงเย็นชา ขายยาวก้าวเข้ามาหาทีละก้าวอย่างมั่นคง "และดูเหมือนว่าขยะตัวนี้จะลากเลือดสกปรกมาเปื้อนพรมนำเข้าของฉันด้วย"
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... ช่วยสงเคราะห์คนใกล้ตายหน่อยไม่ได้หรือไงวะ" รินทร์ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ เมื่อพบว่าอาการเสียเลือดเริ่มทำให้โลกตรงหน้าหมุนควอน แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้ต้องเชิดหน้าสู้ สายตาดุดื้อไม่ยอมหลบ
ศิลาหยุดยืนห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายบดบังแสงไฟจนรินทร์ตกอยู่ในเงาของเขา ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจบาดแผลที่หัวไหล่และคราบเลือดบนตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แววตานิ่งสนิทนั้นจะไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—รวดเร็วเสียจนรินทร์แทบคิดว่าตาฝาด
"ถอดเสื้อออก" คำสั่งห้วนสั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป
รินทร์เบิกตากว้าง ยกปืนขึ้นขู่ทันที "เฮ้ย! นายจะบ้าหรือไง อยู่ๆ มาสั่งให้คนอื่นแก้ผ้าเนี่ยนะ รสนิยมประหลาดอะไรของคุณวะศิลา!"
"อย่าปัญญาอ่อน" ศิลาขยับตัวรวดเร็วดั่งเสือดาวพุ่งตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าข้อมือข้างที่ถือปืนของรินทร์แล้วบิดเข้าหาตัวอย่างง่ายดายด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่เหนือชั้น แรงกระแทกทำให้ปืนหลุดจากมือร่วงลงบนพรม นุ่มนวลแต่เด็ดขาด ศิลาใช้แขนข้างหนึ่งรวบเอวสอบของคนตัวเล็กเข้าประชิดตัว บังคับตรึงไว้กับแผงอกแข็งแกร่งอย่างไม่มีทางขัดขืน
"ปล่อยนะเว้ย! บอกให้ปล่อยไงไอ้บ้านี่!" รินทร์ดิ้นรนสุดแรง เกิดการยื้อยุดปะทะกันเล็กน้อยท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดด้านนอก ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ปะปนกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายทั้งสองคนหลอมรวมกับกลิ่นฝนและกลิ่นควันจางๆ ของอันตราย
ยามที่ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินทร์ชะงักงัน หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอย่างไร้จังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือหนาที่กำลังวางทาบบนบาดแผลบริเวณหัวไหล่ต่างหาก มันทั้งหนักแน่นและแฝงความร้อนรุ่มที่ทำเอาสติกระเจิง
ศิลาชะงักไปเช่นกัน ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดีของคนในอ้อมแขน ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกจนน่าหงุดหงิด
"ถ้าไม่อยากให้แผลติดเชื้อตายห่าคาห้องฉัน ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ" ศิลาขบกรามแน่นกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดที่แนบ
รินทร์นิ่งค้างไป อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนี แต่ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่จะลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติด พร้อมกับเสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมที่ทะลุผ่านความเงียบเข้ามา
"เปิดประตู! เรารู้ว่าแกอยู่ในนั้น รินทร์ ส่งตัวมันมาแล้วพวกเราจะไว้ชีวิต!"
ศิลาหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างหนาราวกับภูเขาไฟพร้อมระเบิด รินทร์หน้าซีดเผือดลงถนัดตา
แบล็กเวลเวต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
พันธนาการลับฉบับคุณชายสายลับ•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญในคืนพายุ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการลับฉบับคุณชายสายลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
