“คุณรินคะ ถ้าจะโขลกเครื่องแกงให้แตกละเอียดแบบที่ยายเคยทำ ต้องลงน้ำหนักที่ข้อมือไม่ใช่ที่หัวไหล่ค่ะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของนายเมฆดังขึ้นแทรกความเงียบภายในห้องครัว รินรดาชะงักสากในมือ จังหวะการตำที่เคยหนักหน่วงผ่อนลงจนกลายเป็นเพียงการคลุกเคล้า เธอหอบหายใจเบาๆ หยาดเหงื่อซึมตามไรผม กลิ่นหอมฉุนของข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูดอบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ แต่มันไม่ใช่กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายเหมือนทุกครั้ง
“วันนี้คุณดูไม่ค่อยมีสมาธินะคะ” เมฆวางตะกร้าข่าอ่อนลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่ผักสดเหล่านั้น แต่มองตรงมาที่แววตาไหวระริกของรินรดา
“ฉันแค่... รู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่ยังไม่ได้รับคำตอบค่ะเมฆ” รินรดาเปรยออกมาขณะวางสากลง “ตั้งแต่วันที่แม่จากไป ฉันแทบไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมยายถึงยอมให้แม่ไปจากบ้านหลังนี้ด้วยความโกรธเคือง ทั้งที่ทั้งคู่รักกันมากขนาดนั้น”
เมฆไม่ได้ตอบทันที เขาเดินอ้อมมาข้างหลัง หยิบสมุดสูตรอาหารเล่มเก่าคร่ำคร่าของยายที่วางอยู่ใกล้เตาไฟขึ้นมาพลิกดู “บางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ในบทสนทนา แต่มันถูกซ่อนอยู่ในจังหวะของรสชาติที่ท่านทิ้งไว้ให้เราก็ได้ค่ะ ลองดูนี่สิ”
เขาส่งสมุดเล่มนั้นให้รินรดา ปกหนังที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้มบัดนี้ถลอกปอกเปิกตามกาลเวลา รินรดารับมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอเปิดหน้าที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีซีดจาง ที่นั่นไม่มีสูตรอาหารแกงเผ็ดหรือต้มยำอย่างที่คิด มีเพียงแผ่นกระดาษจดหมายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของยายพับซ้อนอยู่ใต้หน้ากระดาษที่เขียนว่า ‘แกงคั่วหัวตาล’
รินรดาค่อยๆ คลี่จดหมายฉบับนั้นออกมา กลิ่นกระดาษเก่าหอมกลิ่นควันไฟและจางๆ ด้วยกลิ่นเครื่องเทศที่ยายใช้ประจำ ลายมือนั้นสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกับผู้เขียนกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
*‘ถึงลูกรัก... ถ้าวันหนึ่งที่แม่ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว และรินได้เปิดมาเห็นบันทึกนี้ แม่ขอให้ลูกรู้ไว้ว่า อาหารที่อร่อยที่สุดไม่ใช่สิ่งที่ปรุงด้วยเครื่องปรุงชั้นเลิศ แต่คือความกล้าหาญที่จะให้อภัย แม้ในวันที่ความจริงจะขมขื่นจนกลืนไม่ลง ที่แม่ต้องไล่ลูกออกไปจากบ้านในวันนั้น ไม่ใช่เพราะแม่ไม่รัก แต่เพราะแม่รู้ว่าถ้าลูกอยู่ที่นี่ ลูกจะไม่มีวันได้เห็นความจริงที่แอบซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของสูตรลับตำรับนี้... ความจริงที่ทำให้พ่อของรินตัดสินใจทิ้งครอบครัวเราไป’*
มือของรินรดาสั่นจนกระดาษแทบหลุดจากมือ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ พ่อของเธอ... ชายผู้ที่เธอแทบจะจำใบหน้าไม่ได้ ชายผู้ที่ครอบครัวมักจะเลี่ยงไม่พูดถึงเสมอ
“เมฆ... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ” รินรดาเงยหน้าถาม เสียงของเธอแหบพร่า “พ่อไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุอย่างที่ทุกคนบอกฉันเหรอคะ?”
เมฆมองไปที่ประตูหลังร้านซึ่งเปิดออกสู่สวนสมุนไพร บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องระงมในความมืด เขาสูดหายใจลึกก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เธออีกนิด “คุณรินคะ ความลับบางอย่างในร้านนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อปรุงอาหาร แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องใครบางคน ยายของคุณไม่ได้แค่เก็บสูตรอาหารไว้ แต่นางเก็บ ‘หลักฐาน’ ไว้ด้วย”
เขายื่นมือไปหยิบแผ่นกระดาษอีกแผ่นที่ร่วงหล่นลงมาจากสมุด มันคือภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ในช่องพับของปกสมุด ในภาพนั้นไม่ใช่แค่แม่และยาย แต่เป็นชายอีกคนที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน เขายืนถือกล่องเหล็กใบหนึ่งที่ดูคุ้นตา... มันคือกล่องใบเดียวกับที่ถูกล็อคไว้แน่นหนาในห้องใต้ดินของร้านที่เธอไม่เคยเปิดได้
“กล่องใบนั้น... มันไม่ได้บรรจุเครื่องปรุง แต่มีบางอย่างที่ทำให้ตระกูลของเราถูกตามล่ามาตลอดชีวิต” เมฆพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนรินรดารู้สึกถึงความหนาวสั่นที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นรัวๆ จากด้านหน้าร้าน ทั้งที่เวลานี้ร้านปิดให้บริการไปนานแล้ว แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ก่อให้เกิดเงาตะคุ่มที่ดูน่าเกรงขาม รินรดากระชับสมุดเล่มนั้นไว้แนบอก หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งที่ดังไม่ยอมหยุด
“ใครกันคะเวลานี้...” รินรดาถามด้วยความตื่นตระหนก
เมฆดึงแขนเธอให้ถอยไปข้างหลัง สายตาของเขามองไปที่ทางเข้าอย่างระแวดระวัง “คนที่ยายพยายามหนีมาตลอดชีวิต... เขามาที่นี่แล้วค่ะ”
ครัวคุณยายขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความลับไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 16
จดหมายในสมุดสูตร
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!