กระดาษแผ่นนั้นในมือรินรดาสั่นไหวราวกับใบไม้แห้งที่ปะทะพายุ ความลับในซองจดหมายไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือพันธนาการที่กำลังจะบดขยี้ร้าน ‘ครัวคุณยาย’ ให้กลายเป็นผุยผง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดในอก ก่อนจะรีบพับจดหมายซ่อนไว้ใต้สมุดบันทึกสูตรอาหารของยาย สัญชาตญาณบอกให้เธอปิดบังมันไว้... อย่างน้อยก็ในคืนนี้
“ริน... ผมว่าพริกแกงสูตรนี้ รินควรลองเพิ่มลูกผักชีคั่วบดให้ละเอียดอีกนิดนะครับ กลิ่นมันจะนวลขึ้นอีกเยอะเลย”
เสียงทุ้มต่ำของคุณเมฆดังขึ้นที่หน้าเคาน์เตอร์ครัว เขาเดินเข้ามาพร้อมตะกร้าผักสลัดสดใหม่จากสวน ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองรินรดาด้วยความเป็นห่วง รินสะดุ้งเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำขึ้น
“ขอบคุณค่ะคุณเมฆ รินเกือบลืมไปเลย... วันนี้รินตั้งใจว่าจะทำมื้อพิเศษให้คุณเมฆทาน เพื่อขอบคุณที่ช่วยรินมาตลอด ถ้าไม่มีคุณเมฆ รินคง... คงแย่ไปแล้ว”
รินรดาเดินไปที่เตาไฟ ความร้อนจากเปลวไฟลุกโชนช่วยกลบเกลื่อนอาการมือสั่นของเธอได้ดีนัก เธอเริ่มหยิบจับอุปกรณ์ด้วยความคล่องแคล่ว มือของเธอสับเครื่องแกงด้วยจังหวะที่หนักแน่นและแม่นยำ ทุกจังหวะของมีดกระทบเขียงเหมือนเป็นการระบายความอัดอั้นที่ฝังอยู่ในอก กลิ่นหอมของกะปิอย่างดีที่ผ่านการเผาไฟจนหอมกรุ่น ผสมกับกลิ่นสมุนไพรสดจากสวนของคุณเมฆ อบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวจนน่าหลงใหล
เมฆยืนพิงขอบประตูครัว มองดูหญิงสาวที่กำลังสาละวนอยู่หน้าเตา แววตาของเขามีความซับซ้อนที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติในท่าทางของรินรดา เขาเห็นมือที่สั่นเทาขณะจับตะหลิว และเห็นรอยหมองหม่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะถาม เขาเลือกที่จะประคองบรรยากาศนี้ไว้ด้วยความเงียบ
“เมนูวันนี้คืออะไรหรือครับ?” เมฆถามขึ้นเบาๆ
“แกงรัญจวนค่ะ” รินรดาตอบโดยไม่หันกลับไป “รินจำได้ว่ายายบอกว่าแกงนี้คือแกงแห่งความทรงจำ ยายชอบเล่าว่าเวลาที่ชีวิตเราเจอพายุเข้าจู่โจม ความหอมของกะปิและสมุนไพรในแกงนี้จะช่วยให้จิตใจเราสงบลง... รินคิดว่าตอนนี้รินต้องการมันค่ะ”
น้ำซุปใสในหม้อเริ่มเดือดปุดๆ กลิ่นหอมหวนของเนื้อวัวตุ๋นจนนุ่มละลายในปากถูกเติมเต็มด้วยรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมสมุนไพรไทย รินรดาบรรจงปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำปลาดีตามสูตรลับของยาย เธอปรุงไปชิมไป ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มกดทับ เมฆขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเตาไฟ
“รินครับ... บางครั้งของบางอย่างที่เราถือไว้แล้วมันหนักเกินไป เราอาจไม่จำเป็นต้องแบกมันไว้คนเดียวนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น
รินรดาชะงักตะหลิวในมือ หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอหันกลับมาสบตากับชายหนุ่ม แววตาของเธอสั่นระริกราวกับจะร้องไห้ แต่เธอก็พยายามกลั้นมันไว้ “คุณเมฆ... ถ้าวันหนึ่งรินไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว หรือร้านนี้ต้องเปลี่ยนไป คุณเมฆจะยัง... จะยังมองรินเป็นเพื่อนบ้านที่ดีอยู่ไหมคะ?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางน้ำนิ่ง เมฆมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ นานเนิ่นจนรินรู้สึกประหม่า ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ข้างๆ มาช่วยผูกให้เธอ “ไม่ว่าร้านนี้จะเป็นอย่างไร หรือรินจะตัดสินใจทำอะไร ผมก็จะอยู่ที่นี่... ที่สวนเดิม ของผมเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ไม่ใช่ตัวร้าน แต่มันคือ ‘รินรดา’ คนที่ยืนอยู่ตรงนี้”
ประโยคนั้นทำให้รินรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เธอรีบหันกลับไปตักแกงใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวควันบุหรี่อย่างรวดเร็วเพื่อปิดบังรอยแดงที่เริ่มขึ้นบนใบหน้า มือของเธอสั่นจนทำน้ำแกงหกเล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนดูเป็นธรรมชาติและใกล้ชิดขึ้นอย่างประหลาด
พวกเขานั่งลงทานอาหารด้วยกันท่ามกลางแสงไฟสลัวในร้าน กลิ่นของแกงรัญจวนอบอวลไปทั่วห้อง รสชาติที่กลมกล่อมเผ็ดร้อนซ่านไปตามปลายลิ้น ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจรินได้ชั่วขณะ หนึ่งคำ สองคำ... ความเงียบงันเริ่มถูกทำลายด้วยรอยยิ้มบางๆ ของเมฆ
“แกงอร่อยมากครับ เหมือนรสชาติที่ผมเคยฝันถึงในวัยเด็กเลย” เขาเอ่ยชมด้วยความจริงใจ
แต่ในขณะที่รินกำลังจะเอ่ยขอบคุณ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากหน้าร้านก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน รินรดาหน้าถอดสี มือที่ถือช้อนอยู่แข็งค้างทันที เธอจำจังหวะการเคาะนี้ได้แม่นยำ... จังหวะของคนที่ไม่ได้มาดี และจังหวะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความลับที่ถูกเปิดเผยในจดหมายฉบับนั้น
“ริน... ใครมาครับ?” เมฆถามขึ้นพร้อมกับวางช้อนลง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที
รินรดาหันไปมองประตูหน้าร้านที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เขาถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินในมือ แววตาที่เขามองรินนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและชัยชนะที่เหนือกว่า
“สวัสดีครับคุณรินรดา... ผมหวังว่าคุณคงได้รับจดหมายจากทนายความของผมแล้วนะครับ และคงทราบดีแล้วว่า... ร้าน ‘ครัวคุณยาย’ แห่งนี้ กำลังจะกลายเป็นของผม ตั้งแต่เช้าวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและครัวคุณยายผ่านมื้ออาหารแห่งความทรงจำนะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 31
สูตรอาหารมื้อพิเศษ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!