"วางมือเสียทีรินรดา! ถ้าเธอยังขืนฝืนทำแบบนี้ต่อไป ฉันสาบานได้เลยว่าร้านนี้จะไม่มีวันได้เปิดขายจานที่สองแน่!"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกริ้วโกรธของเมฆดังก้องไปทั่วครัวที่เต็มไปด้วยคราบแป้งและกลิ่นเครื่องเทศที่เริ่มไหม้เกรียม รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือตะหลิวสั่นระริก ดวงตาของเธอพร่ามัวจนมองเห็นภาพตรงหน้าเป็นเส้นสายสีดำขดวน เธอพยายามจะก้าวถอยหลังเพื่อคว้าขอบโต๊ะเป็นที่ยึดเหนี่ยว แต่แล้วความร้อนจากเตาไฟที่ดูเหมือนจะลามเลียไปถึงหัวใจก็ทำเอาโลกทั้งใบหมุนคว้าง ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าปกคลุมประสาทสัมผัสทั้งหมด
เมฆถลาเข้าไปรับร่างบางนั้นไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นกายของรินรดายังคงหอมละมุนด้วยกลิ่นดอกมะลิและสมุนไพรจางๆ เหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เขากอดเธอไว้แนบอก สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวและแผ่วเบาจนน่าตกใจ ความโกรธแค้นในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่เกาะกินใจ
"โง่... เธอทำตัวเองจนได้นะริน" เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ มือหนาที่กร้านจากการทำสวนลูบผมเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะอุ้มร่างที่หมดสติขึ้นแนบอกแล้วรีบพาออกไปจากครัวที่ยังคงอบอวลด้วยไอของน้ำซุปที่ยายทิ้งสูตรไว้ให้
สองวันต่อมา...
อาการไข้ขึ้นสูงทำให้รินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณถูกแยกออกจากร่าง ความเจ็บปวดที่สะสมจากการหักโหมงานหนักทั้งในโลกความจริงและการจัดการ 'มิติลับ' เพื่อเก็บเกี่ยววัตถุดิบชั้นเลิศมาปรุงอาหารในร้านที่กำลังถูกหมายปองจากพวกญาติที่จ้องจะฮุบที่ดินเริ่มสำแดงฤทธิ์ เธอจำได้เลือนลางว่าเมฆคอยเช็ดตัวให้ไม่ห่าง ทุกครั้งที่เขาแตะผ้าชุบน้ำอุ่นลงบนผิว กลิ่นดินและพืชพรรณจากร่างเขาดูเหมือนจะช่วยดึงสติเธอให้กลับมา
"อย่าเพิ่งลุก... หมอบอกว่าเธอพักผ่อนน้อยเกินไปจนร่างกายประท้วง"
เสียงของเมฆดังขึ้นเมื่อเห็นรินรดาพยายามยันกายขึ้นจากเตียงไม้เก่าๆ ของยาย รินรดาหรี่ตาลง มองเห็นใบหน้าที่เคยสดใสของเขาซูบตอบลงไปไม่น้อย แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความอ่อนล้าและความห่วงใยที่ท่วมท้น
"ร้าน... เมฆคะ ร้านเป็นยังไงบ้าง? ฉันต้องเตรียมวัตถุดิบสำหรับพรุ่งนี้ พวกนั้น... พวกนั้นจะมาที่ร้านอีกไหม?" เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามจะก้าวลงจากเตียง แต่เมฆกดไหล่เธอไว้แน่น
"ไม่ต้องห่วงเรื่องร้าน ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือชีวิตของเธอ ริน... เธอไม่รู้หรือไงว่าความลับของยายที่ฝังไว้ใต้ผืนดินน่ะ มันไม่ได้มีไว้ให้เธอทำลายตัวเอง แต่มันมีไว้เพื่อให้เธอยืนหยัดอย่างมั่นคง"
คำพูดของเมฆทำให้รินรดานิ่งงัน เธอหันไปมองหน้าต่างไม้ที่เปิดแง้มไว้ แสงแดดรำไรลอดผ่านกิ่งไม้ในสวนของเมฆเข้ามา สิ่งที่ยายทิ้งไว้ให้เธอในมิตินั้นคือพลังแห่งการฟื้นฟู แต่เธอใช้มันอย่างไม่บันยะบันยังเพื่อผลิตอาหารล็อตใหญ่หวังจะเอาชนะคนในตระกูลที่กดดันเข้ามา
"ฉันแค่อยากปกป้องมัน... ทุกอย่างที่ยายสร้างมา" น้ำตาของรินรดาไหลริน
เมฆคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น "ฉันจะช่วยเธอเอง แต่ไม่ใช่ด้วยการแลกกับสุขภาพของเธอ เธอคือหัวใจของร้านนี้ ถ้าหัวใจหยุดเต้น ต่อให้เป็นสูตรอาหารจากเทวดา ก็ไม่มีความหมายหรอกนะ"
ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น จู่ๆ เสียงทุบประตูด้านหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ตามด้วยเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ที่เธอเกลียดชังที่สุด
"รินรดา! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน! ออกมาเดี๋ยวนี้! สัญญาเช่าที่ผืนนี้มันหมดอายุลงแล้ว แกไม่มีสิทธิ์อยู่ในร้านนี้อีกต่อไป!"
รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้ง แต่เมฆกลับรั้งแขนเธอไว้แล้วหันไปมองหน้าต่างด้วยสายตาคมกริบ เขาหยิบมีดพกประจำตัวที่ติดตัวมาตลอดวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง" เมฆหันมาบอกรินรดาด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ "นอนพักเสียนะ วันนี้ฉันจะแสดงให้พวกนั้นเห็นว่า 'อาหาร' ที่ถูกปรุงด้วยความรักและปัญญาของยาย... มันร้ายกาจแค่ไหน"
เขาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้รินรดานอนสั่นเทาอยู่บนเตียง เธอพยายามรวมพลังสมาธิเพื่อเปิดประตูมิติลับอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามและกลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรในมิติเริ่มพัดผ่านห้องนอน แต่มันกลับไม่ใช่กลิ่นเดิม... กลิ่นคราวนี้มันคือกลิ่นของ 'ดอกไม้แห่งความทรงจำ' ที่ยายเคยเตือนไว้ว่าหากนำมาใช้ปรุงอาหารเมื่อใด... ผลลัพธ์จะเปลี่ยนชีวิตของคนทั้งหมู่บ้านไปตลอดกาล!
รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากใต้พื้นดิน ผืนดินที่ร้านตั้งอยู่นั้นกำลังตอบสนองต่ออะไรบางอย่างที่เมฆกำลังทำอยู่ด้านนอก! เธอรีบคว้าไม้เท้าข้างเตียงแล้วพยุงกายไปที่หน้าต่างภาพที่เห็นเบื้องล่างทำเอาเธอกลั้นหายใจ... เมฆกำลังยืนอยู่กลางวงล้อมของพวกคนในตระกูลที่กำลังพังประตูร้าน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือบรรดาชาวบ้านในละแวกนั้นที่เริ่มเดินตรงมาที่ร้านราวกับถูกสะกดจิตด้วยกลิ่นหอมประหลาดที่ฟุ้งกระจายออกมาจากครัวของเธอ!
"เมฆ... เธอทำอะไรลงไป..."
เสียงนั้นยังไม่ทันขาดคำ ประตูก็พังโครมลงมา พร้อมกับร่างของแม่สามีที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาอำมหิต แต่แล้วนางกลับชะงักกึกเมื่อกลิ่นหอมนั้นปะทะเข้ากับจมูก ดวงตาของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นเมฆถือจานข้าวสีทองอร่ามในมือที่เปล่งประกายประหลาดท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง!
ความลับใต้ผืนดินไม่ได้มีแค่ตำรับอาหาร... แต่มันคือกุญแจที่ควบคุม 'ใจคน' ทั้งเมือง!
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปพร้อมกับรินรดานะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 34
บทเรียนจากความเหนื่อยล้า
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!