"รสชาติมันแบนสนิท... เหมือนคนทำกำลังปรุงอาหารให้หุ่นยนต์กิน ไม่ใช่ปรุงให้คนที่มีหัวใจและหยาดเหงื่อได้ลิ้มรส"
เสียงทุ้มต่ำของเมฆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในครัวร้าน 'สูตรลับตำรับยาย' รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังถือทัพพีสแตนเลสสั่นน้อยๆ จนน้ำแกงในหม้อกระฉอกออกมาเล็กน้อย เธอวางทัพพีลงกระทบขอบหม้อเสียงดังเคร้ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูครัวอยู่เงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"เมฆ... คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วที่พูดน่ะ หมายความว่ายังไง" รินรดาถามเสียงสั่น ความมั่นใจที่เธอสั่งสมมาตลอดสัปดาห์พังทลายลงในประโยคเดียว
เมฆไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเดินช้าๆ เข้ามาในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของครัว นิ้วหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมหยิบถ้วยแกงใบเล็กที่รินเพิ่งปรุงเสร็จขึ้นมาจิบ เขาหลับตาลงนิ่งนาน ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนจะวางถ้วยลงอย่างแผ่วเบา
"คุณทำแกงส้มสูตรคุณยายได้เป๊ะทุกอัตราส่วน ตามตำราที่จดไว้ไม่มีผิดเพี้ยนค่ะ" เมฆกล่าว พลางใช้สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่เศร้าของหญิงสาว "แต่นี่แหละคือปัญหา... คุณกำลังทำตาม 'ตำรา' ไม่ใช่ทำตาม 'หัวใจ' คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าทุกครั้งที่คุณยายปรุงอาหารให้เราทาน ท่านไม่ได้กางสมุดบันทึก แต่ท่านดูว่ามะขามเปียกปีนี้เปรี้ยวจัดแค่ไหน ดูว่าคนกินกำลังเหนื่อยล้าหรือต้องการความอบอุ่นเพียงใด"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานานเริ่มเอ่อล้น "แล้วจะให้ฉันทำยังไงคะ? ในเมื่อตอนนี้ไม่มีคุณยายคอยบอกรสชาติให้แล้ว ฉันกลัว... กลัวว่าถ้าฉันใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไป รสชาติที่ทุกคนโหยหาจะหายไป ฉันกลัวว่าฉันจะทำลายร้านของท่าน"
เมฆเดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอดินและใบกะเพราสดที่ติดตัวเขามาเป็นประจำ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของรินรดาที่เย็นเฉียบขึ้นมาวางบนหม้อแกงที่กำลังเดือดปุดๆ
"ฟังเสียงเดือดของมันสิคะริน อย่าฟังเสียงในหัวที่คอยแต่จะตำหนิตัวเอง ความทรงจำไม่ใช่สิ่งที่ต้องเก็บไว้ในโหลแก้วให้มันตายซาก แต่มันคือสิ่งที่มีชีวิตและเติบโตไปพร้อมกับเรา รสชาติที่คุณยายทำไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของท่าน แต่เป็นความรักที่ท่านส่งต่อมาให้คุณ เพื่อให้คุณนำไปปรุงเป็นรสชาติใหม่ในแบบฉบับของคุณเอง... รินรดาที่ไม่ใช่เงาของใคร"
คำพูดของเมฆราวกับค้อนที่ทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งในใจของรินรดา เธอหลับตาลง กลิ่นหอมของพริกแกงที่โขลกเองกับมือเริ่มเด่นชัดขึ้นในโสตประสาท ไม่ใช่แค่กลิ่นของเครื่องเทศ แต่เป็นกลิ่นของความรักที่ยายเคยลูบหัวเธอในวันที่เธอร้องไห้กอดขวดพริกแกงในวันที่ท่านจากไป
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่เคยสั่นเทากลับมานิ่งสงบ เธอหยิบถ้วยพริกแกงที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยกล้าทำ เธอเติมน้ำตาลมะพร้าวลงไปอีกเล็กน้อย ตัดรสด้วยน้ำปลาดีที่หมักนานกว่าสามปี และสำคัญที่สุด... เธอใส่มือที่เปี่ยมด้วยความตั้งใจที่จะเยียวยาคนกินลงไปในหม้อนั้น
"ลองอีกครั้งค่ะ" เธอส่งทัพพีให้เมฆ
เมฆชิมแล้วคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน "นี่ล่ะค่ะ... รสชาติที่มี 'ลมหายใจ'"
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากขอบคุณ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างกระหึ่มผิดวิสัยคนเข้าออกร้านในยามวิกาลแบบนี้ ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันที่หน้าประตูไม้เก่าแก่ ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มภูมิฐานเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางร้าน เขาถือซองจดหมายสีเหลืองนวลที่ดูคุ้นตาเสียยิ่งกว่าอะไร
"ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าของร้านนะแม่หนู" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้รินรดาขนลุกชัน "ฉันคือทนายความของตระกูล... ที่มาวันนี้ เพราะมีคำสั่งศาลฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินผืนนี้ ที่คุณยายของเธอพยายามปกปิดเอาไว้มาตลอดสิบปี"
รินรดาหน้าซีดเผือด ซองจดหมายในมือชายชราดูเหมือนมีน้ำหนักมหาศาลกดทับหัวใจของเธอจนแทบหยุดเต้น
ครัวคุณยายขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเรื่องราวของรินรดาและร่วมเดินทางไปพร้อมกับกลิ่นหอมของรสชาติแห่งความทรงจำนะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 24
คำแนะนำจากเมฆ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!