กลิ่นของกระดาษเก่าและร่องรอยของคราบน้ำมันที่แห้งกรังบนบันทึกเล่มหนาภายในกล่องพัสดุ ส่งกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นกะทิเคี่ยวข้นจางๆ มันไม่ใช่แค่สมุดสูตรอาหาร แต่มันคือจดหมายลาตายที่บันทึกรอยร้าวในหัวใจของยายไว้ทุกตัวอักษร
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงกิ่งไม้กระทบหน้าต่างร้านดัง "แกรก" ราวกับมีใครกำลังยืนจ้องมองเธอจากมุมมืดของสวนหลังบ้าน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ในมือของเธอคือภาพถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งมีรอยไหม้ และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือโย้เย้ของยายที่เพิ่งจากไป...จดหมายที่เผยความจริงว่าเหตุใด ‘แกงมัสมั่นตำรับโบราณ’ ของร้านเราจึงห้ามใช้เครื่องเทศจากสวนข้างบ้านเด็ดขาด
"คุณยาย... นี่คุณยายยอมแลกหัวใจตัวเองกับรสชาติที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้นเลยหรือคะ?" รินรดาพึมพำ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นคลอเบ้า มือที่สั่นเทาหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมา เนื้อหาในนั้นไม่ได้พูดถึงสูตรอาหาร แต่มันพูดถึงชายคนหนึ่ง—ชายที่รินรดารู้จักดีในชื่อ ‘เมฆ’
ขณะที่เธอกำลังจมดิ่งอยู่กับความสับสน ประตูร้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีเสียงสัญญาณเตือนใดๆ
"ริน! ผมเห็นไฟในร้านเปิดอยู่... เป็นอะไรไป หน้าซีดเชียว?" เมฆก้าวเข้ามาพร้อมไอเย็นจากยามค่ำคืน เขาวางตะกร้าผักออร์แกนิกที่เพิ่งเก็บสดๆ ลงบนเคาน์เตอร์ไม้ เสียงทุ้มของเขามีความห่วงใยเจืออยู่เสมอ แต่วันนี้รินรดากลับรู้สึกเหมือนกำลังฟังเสียงของคนแปลกหน้า
รินรดาไม่ตอบ เธอค่อยๆ วางภาพถ่ายใบนั้นลงบนโต๊ะ ใบหน้าที่ปรากฏในรูปคือชายหนุ่มที่สวมเสื้อคอจีนสีขาวสะอาดตา แววตาของเขาในภาพถ่ายเมื่อห้าสิบปีก่อน ช่างเหมือนกับเมฆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ผิดเพี้ยน
"นี่มันอะไรกันคะ เมฆ... คุณช่วยอธิบายทีว่าทำไมคุณถึงมีหน้าตาเหมือนกับคนในรูปนี้ และทำไมยายถึงเขียนไว้ว่า ‘อย่าไว้ใจผู้ชายที่สืบทอดกลิ่นหอมจากต้นไม้ต้นนี้’" รินรดาถาม เสียงของเธอแหบพร่าแต่แฝงด้วยความกดดัน
เมฆชะงักไปครู่หนึ่ง เงาจากแสงไฟสลัวทอดทับใบหน้าของเขาให้ดูมืดมนลงอย่างประหลาด เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ที่วางกล่องพัสดุไว้นั้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เขามักจะพกติดตัวบัดนี้กลับให้ความรู้สึกฉุนกึกจนน่าอึดอัด
"คนเรามีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันได้ไม่ใช่หรือครับริน" เขาตอบพลางยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา "ยายคุณเลือกเส้นทางของเธอเอง เลือกที่จะทิ้งความรักเพื่อรักษา ‘รสชาติ’ ที่เธอเชื่อว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำได้ แต่ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมสูตรอาหารนี้ถึงต้องมีเลือดของคนในตระกูลเป็นส่วนประกอบในความทรงจำ?"
"คุณพูดเรื่องอะไร!" รินรดาถอยหลังจนชนกับชั้นวางเครื่องเทศ กระปุกแก้วสั่นระริกกระทบกันดั่งเสียงกระดิ่งเตือนภัย
"การทำอาหารไม่ได้มีแค่ความรักหรอกนะริน แต่มันคือการแลกเปลี่ยน" เมฆก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นเครื่องเทศที่เขาคุ้นเคยบัดนี้กลับหอมอบอวลจนรินรดารู้สึกวิงเวียนศีรษะ "ยายของคุณไม่ได้แค่ทิ้งความรัก แต่เธอขโมยบางอย่างไปจากสวนของผม และวันนี้... ผมมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เธอติดค้างไว้"
เขาหยิบขวดโหลเล็กๆ ที่มีน้ำสีแดงเข้มข้นข้างในออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่ซอสปรุงรส ไม่ใช่สมุนไพร แต่มันคือสิ่งเดียวกับที่จดหมายของยายระบุว่าเป็น ‘รอยร้าว’ ที่ไม่มีวันประสาน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากชั้นบนของร้าน ฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะที่คุ้นเคย—จังหวะการเดินของคนที่มีชีวิตอยู่มานานเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งค่อยๆ เดินลงบันไดมาในความมืด ร่างนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘ยาย’ ที่เพิ่งจากไปเมื่อวานนี้ พร้อมกับใบหน้าที่ปราศจากความเมตตาเหมือนที่เธอเคยได้รับ
ยายถือจวักเหล็กในมือแน่น ปลายจวักเปื้อนคราบสีแดงเข้มที่ยังไม่แห้งสนิท ยายหันมามองเมฆแล้วแสยะยิ้มที่ทำให้รินรดาใจสลาย
"แกมาช้าไปหน่อยนะเมฆ... แต่ในเมื่อแกมาถึงนี่แล้ว ก็ไม่ต้องกลับไปที่สวนนั่นอีกเลย"
รินรดาตัวแข็งทื่อ สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นรอยร้าวในใจของยาย บัดนี้มันกลายเป็นหุบเหวที่พร้อมจะกลืนกินชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรินรดาในรสชาติชีวิตที่คาดไม่ถึงนี้นะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 29
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!