ค่าความหนาแน่นของฟลักซ์แม่เหล็กในห้องปฏิบัติการย่อยระดับสามกำลังแสดงกราฟดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขบนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวไม่ได้กำลังกระพริบเตือนด้วยความผิดพลาดของเซ็นเซอร์ แต่มันกำลังฟ้องถึงความจริงทางกายภาพที่ระบบความปลอดภัยอัตโนมัติถูกตั้งโปรแกรมให้เพิกเฉย
"ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่ง... ค่าเบี่ยงเบนสะสมเกินขีดจำกัดความปลอดภัยมาสามวินาทีแล้วครับ ดร.เอเลน่า"
เสียงของเรนเรียบสนทนากับความว่างเปล่าเบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือกันความร้อนกำลังรัวปุ่มคำสั่งบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงเพื่อรีเซ็ตค่าพารามิเตอร์ของอัลกอริทึมพยากรณ์ความหนาแน่นของอนุภาค แว่นตากรอบโลหะสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอหลัก เผยให้เห็นดวงตาที่ฉายแววเคร่งเครียดและรอบคอบอย่างที่สุด ในฐานะวิศวกรระบบผู้ดูแลโครงข่ายพลังงานควอนตัมของสถาบันวิจัยแห่งนี้ เขากล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าสมการที่เขาเขียนขึ้นไม่มีทางผิดพลาด แต่วันนี้... ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามตรรกะ
ดร.เอเลน่าไม่ได้หันกลับมามองเงามืดที่ทอดยาวหลังโต๊ะทำงาน เธอสวมเสื้อกาวน์สีขาวที่ปลายแขนมีคราบหมึกและร่องรอยการใช้งานอย่างหนักหน่วง หญิงสาวกำลังจ้องมองผลึกควอตซ์สีม่วงเข้มในหลอดทดลองสูญญากาศด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเธอมันชวนให้รู้สึกอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยที่กำลังจะดังขึ้น
"เรน คุณรู้ไหมว่าทำไมมนุษย์เราถึงสร้างนาฬิกาอะตอมขึ้นมา" เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปฏิกรณ์ขนาดจิ๋ว
"เพื่อให้เราวัดเวลาได้อย่างเที่ยงตรงที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีจะเอื้ออำนวย... เพื่อไม่ให้ความจริงเชิงเส้นตรงบิดเบี้ยวไปตามความรู้สึกครับ" เรนตอบโดยไม่ละสายจากชุดคำสั่ง เขาพยายามบล็อกการเข้าถึงของซับรูทีนที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งพยายามแทรกแซงเข้ามาในระบบหลักอย่างเงียบเชียบ
"ถูกต้อง... เพื่อไม่ให้มันบิดเบี้ยว" เอเลน่าหมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมาที่เขา "แต่ถ้าหากว่า... เวลาไม่ได้เดินไปข้างหน้าอย่างที่เราถูกป้อนข้อมูลมาตั้งแต่เกิดล่ะ?"
ก่อนที่เรนจะได้ประมวลผลคำถามเชิงปรัชญาที่แฝงความหมายลึกซึ้งนั้น เสียงกริ่งโลหะโบราณจากนาฬิกาอะตอมทรงกระบอกที่ตั้งอยู่บนมุมโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น *กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง...*
มันไม่ใช่เสียงดิจิทัล แต่เป็นเสียงกลไกเฟืองเหล็กกระทบกันที่ดังก้องกังวานและบาดหู เรนขมวดคิ้วแน่น เขารู้จักนาฬิกานั้นดี มันคือเครื่องมือรุ่นบุกเบิกที่ใช้ไอโซโทปซีเซียมในการคำนวณวินาที แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวาบจนแทบหยุดเต้น คือเข็มวินาทีสีทองคำขาวของมันไม่ได้กำลังเดินไปข้างหน้า
มันกำลังกระดิกถอยหลังจากเลข 12 ไปสู่เลข 11... 10... และ 9 อย่างเป็นจังหวะที่มั่นคง
*ติก... แบะ... ติก... แบะ...*
"นั่นเป็นไปไม่ได้..." เรนพึมพำกับตัวเอง สมองส่วนการคำนวณพยายามหาค่าความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์มารองรับความผิดปกตินี้ แต่ไม่มีฟังก์ชันไหนในฟิสิกส์กระแสหลักที่ยอมรับการย้อนกลับของเอนโทรปีในระดับมหภาคเช่นนี้ "ระบบระบายความร้อนไม่ได้ขัดข้อง... แต่ทำไม..."
"เพราะเราไม่ได้กำลังเดินหน้า เรน" ดร.เอเลน่าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะควบคุม ชายผ้ากาวน์ของเธอกวาดผ่านอากาศที่เริ่มอุ่นขึ้นจนสัมผัสได้ "เรากำลังวิ่งแข่งกับเงาของตัวเองในอดีตต่างหาก และตอนนี้... วินาทีที่ศูนย์จุดศูนย์หนึ่งกำลังจะบรรจบ"
สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว แสงไฟนีออนเหนือศีรษะก็กะพริบไหวเป็นจังหวะสามครั้งติดต่อกัน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนจากสีฟ้าสดใสเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบที่ปรากฏขึ้นด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่จนแสบตา
**[WARNING: SYSTEM CORE OVERLOAD - PROBABILITY COLLAPSE IN 10 SECONDS]**
เรนไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว สัญชาตญาณของวิศวกรผู้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนสั่งให้เขาพุ่งตัวไปที่แผงตัดกระแสไฟฉุกเฉินทันที มือหนากำด้ามจับโลหะสีเหลืองสลับดำไว้แน่น แรงดันอากาศภายในห้องเริ่มลดลงจนหูอื้อ เสียงหวีดหวิวของอนุภาคที่หลุดรอดจากสนามแม่เหล็กดังแสบแก้วหู
"คุณจะทำอะไร เรน?" เอเลน่าถาม น้ำเสียงของเธอยังคงนิ่งสนิท ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงบทละครที่เธอเคยดูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"ตัดวงจรหลักครับ! ถ้าปล่อยให้ฟลักซ์พลังงานปะทะกับตัวเก็บประจุตอนนี้ แรงระเบิดจะล้างผลาญตึกนี้ทั้งตึก!" เรนตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องจักรที่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นระรัวจนแทบยืนไม่อยู่
"ถ้าคุณทำแบบนั้น..." เอเลน่าก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา เร็วกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะเคลื่อนไหวได้ มือเรียวบางคว้าข้อมือของเรนที่กำลังจะดึงคันโยกฉุกเฉินไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยพละกำลังที่ขัดกับรูปร่างบอบบางของเธออย่างสิ้นเชิง "ลูปเวลานี้จะถูกรีเซ็ต และเราจะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่จุดเริ่มต้น... จุดที่สูญเสียทุกอย่างไป"
เรนชะงัก ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับอาจารย์สาว ปลายจมูกของเขารับรู้ถึงกลิ่นโอโซนและกลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศรอบตัวเธอ ปมในใจที่เขาพยายามฝังกลบมันด้วยตัวเลขและตรรกะมาตลอดหลายปี—เหตุการณ์โศกนาฏกรรมในวันที่เขาสูญเสียเพื่อนร่วมทีมและครอบครัวไปในอุบัติเหตุระเบิดห้องทดลอง—กำลังถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว
"คุณ... หมายความว่ายังไง?" เสียงของเรนแผ่วเบาลง ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่นับถอยหลังสู่เลข 3... 2...
ดร.เอเลน่าไม่ได้ตอบคำถาม เธอเพียงแต่คลี่ยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่นบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายดึงมือของเรN ลงมาโยกคันโยกฉุกเฉินด้วยตนเอง
แสงสีขาวเจิดจ้าแผ่พุ่งออกมาจากแกนกลางของเครื่องปฏิกรณ์ กลืนกินทุกสรรพสิ่งในห้องปฏิบัติการให้หายวับไปกับตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบลึกลับที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเรนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง
**[SYSTEM ALERT: KERNEL BREACH DETECTED. ACTIVATING PROTOCOL OMEGA. WELCOME BACK TO ITERATION #4,892, REN.]**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาและตรรกะอันลึกล้ำนี้ไป1ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
อัลกอริทึมพยากรณ์กับนายวิศวกรสายคำนวณ•ตอนที่ 1
ความผิดปกติที่ 0.001
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพยากรณ์กับนายวิศวกรสายคำนวณ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
