เชฟสาวร้านบ้านไร่ กับคุณชายสายเปย์ผู้คลั่งรักสวนผัก•ตอนที่ 9

กับดักของญาติจอมแสบ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ฉันบอกพวกคุณแล้วไงคะว่าของในร้านยายลินินน่ะ... เบื้องหลังมันสกปรกสกปรก ยายเด็กนั่นมันแอบเอาสารเคมีเร่งโตมาฉีดพ่นแปลงผักหลังบ้าน ไม่งั้นผักสะระแหน่กับโหระพาจะใบใหญ่เขียวขจีผิดหูผิดตาข้ามคืนได้ยังไงล่ะคะ!" เสียงแหลมสูงของป้าสายหยุดดังแหววข้ามรั้วไม้ระแนงสีขาวเข้ามาในอาณาเขตบ้านไร่ ขณะที่ลินินกำลังใช้ปลายมีดเชฟสเตนเลสสตีลเลาะกระดูกออกจากเนื้อน่องไก่บ้านเนื้อแน่นด้วยความชำนาญ เสียง *ฉับ* คมกริบตัดผ่านอากาศเงียบเชียบในห้องครัวเย็นฉ่ำ กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศตุ๋นโชورโฉยออกทางหน้าต่าง ทว่าบรรยากาศภายนอกกลับระอุคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของคำนินทาที่จงใจปล่อยให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาได้ยิน พันตรีธนาที่กำลังงงงวยกับการตรวจสอบระบบน้ำหยดในแปลงมะเขือเทศราชินี ชะงักมือที่ถือประแจเลื่อน เขาสאบตาสีเข้มดุดันไปยังร่างท้วมของป้าสายหยุดที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าป้ายร้าน "บ้านไร่ลินิน" หญิงสูงวัยคนนี้กำลังยืนกระจายข่าวกับกลุ่มแม่ค้าตลาดสดที่ถือตะกร้าจ่ายตลาดผ่านมาพอดี สีหน้าของป้าสายหยุดฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มสะใจและแววตาริษยาที่ปิดไม่มิด ลินินวางมีดลงบนเขียงไม้ช้าๆ นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเนียนสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตาหันกลับมามองผ่านกระจกใส เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำเอาพันตรีธนาที่เดินเข้ามาสมทบถึงกับต้องยกมือขึ้นแตะไหล่หนาของภรรยาเพื่อปรามความเดือดดาลในใจ "ปล่อยให้เห่าไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมออกไปเคลียร์เอง" เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความสุภาพ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับพร้อมจะเผด็จศึกศัตรูในคราบญาติผู้ใหญ่นี้ได้ทุกเมื่อ "ไม่ต้องหรอกค่ะพี่ธนา... อ้อ ไม่ใช่สิครับคุณพี่" ลินินเปลี่ยนสรรพนามแก้เก้อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "คนประเภทนี้ ถ้าเราเดินออกไปเถียงแบบสุนัขเห่าตอบสุนัข เขาก็ยิ่งได้ใจ เราต้องใช้ 'ศิลปะ' ในการตบหน้าแบบไม่100% แต่เจ็บกระดองใจจนนอนไม่หลับต่างหากครับ" ลินินหันกลับมาสนใจวัตถุดิบในมือต่อ วันนี้เธอตั้งใจจะทำเมนู "ไก่ต้มน้ำปลาสูตรโบราณราดน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ" และ "แกงเขียวหวานไก่บ้านยอดมะพร้าวอ่อน" เพื่อต้อนรับกลุ่มลูกค้าวีไอพีและนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่จะมาเยี่ยมชมฟาร์มในช่วงบ่าย การที่ป้าสายหยุดเลือกเวลาทำมาหากินของเธอมาปล่อยข่าวลือเรื่องสารเคมีปนเปื้อน จึงเป็นการตัดทางทำมาหากินที่อุกฉกรรจ์เกินกว่าจะยอมปล่อยผ่าน ภายนอกรั้ว ป้าสายหยุดยังคงกระซิบกระซาบกับป้าออดและยายเพ็ญด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ดังพอดีหู "ดูเอาเถอะค่ะ อีกลينินมันเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน จู่ๆ ก็มีเงินมาปรับปรุงร้าน ทำฟาร์มสโลว์ไลฟ์หรูหรา... เงินพวกนั้นมาจากไหนล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะแอบขายของผิดกฎหมาย หรือไม่ก็ไปทำเสน่ห์ยาแฝดมาหลอกทหารหนุ่มคนนั้น!" พันตรีธนากำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ การที่คนพวกนี้มาลูบคมภรรยาและใส่ร้ายป้ายสีความสุจริตของครอบครัวเขา เป็นสิ่งที่ชายชาติทหารยอมไม่ได้ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจัดการ ลินินกลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้เบาๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยแผนการร้ายกาจบางอย่างที่เธอเพิ่งคิดสดๆ ร้อนๆ จากมิติลับในห้วงความคิด "พี่ธนาจำที่ผมเคยบอกเรื่อง 'น้ำหมักชีวภาพสูตรพิเศษ' จากแปลงผักออร์แกนิกของเราได้ไหมครับ?" ลินินกระซิบเสียงหวานข้างหูชายหนุ่ม "ในเมื่อป้าสายหยุดอยากให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าผักและไก่ของเราโตเร็วผิดปกติ งั้นเราก็ทำให้มัน 'พิเศษ' สมคำร่ำลือเสียเลยดีกว่าครับ" รอยยิ้มของภรรยาสาวทำให้พันตรีธนาถึงกับขนลุกเกรียว เขาคลี่ยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อเริ่มเดาแผนการของเธอออก ภรรยาตัวน้อยของเขาไม่เคยเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้เขาหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ครึ่งชั่วโมงต่อมา กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องแกงเขียวหวานที่เคี่ยวกับกะทิคั้นสดจนแตกมัน สีเขียวมรกตละมุนละไมตัดกับเนื้อไก่บ้านนุ่มละมุนและยอดมะพร้าวอ่อนกรุบกรอบ ก็ลอยล่องไปตามสายลมโชยพัดออกไปทั่วบริเวณ ยิ่งไปกว่านั้น ลินินยังยกหม้อไก่ต้มน้ำปลาสีอำพันเข้มข้นที่โรยรากผักชีและกระเทียมเจียวหอมกรุ่นมาตั้งไว้ที่โต๊ะรับรองหน้าร้าน พร้อมกับเปิดลำโพงบลูทูธบรรเลงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศร้านบ้านไร่ให้ดูอบอุ่นน่าเข้าพักผ่อน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเมื่อครู่เริ่มลังเล กลิ่นหอมตลบอบอวลนี้มันช่างยั่วน้ำลายเสียจนข่าวลือเรื่องสารเคมีเมื่อครู่เลือนหายไปจากความทรงจำครึ่งหนึ่งแล้ว ป้าสายหยุดที่ยืนเกาะรั้วอยู่คนเดียวเริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจคำนินทาของเธออีกต่อไป ทุกคนต่างมองมาที่หม้ออาหารด้วยสายตากลืนน้ำลาย ลินินเดินถือถาดไม้ที่มีถ้วยแกงเขียวหวานร้อนๆ และเนื้อไก่ต้มน้ำปลาชิ้นโตราดน้ำจิ้มรสเด็ดเดินออกมาที่ระเบียงหน้าร้าน เธอยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวทักทายลูกค้าขาประจำที่เดินผ่านด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะ และทรงพลัง "คุณป้าสายหยุดครับ!" ลินินร้องเรียกเสียงดังจนคนที่กำลังจะเดินหนีต้องสะดุ้งหันกลับมา "เนื่องในโอกาสที่แปลงผักออร์แกนิกของเราโตวันโตคืนจนป้าสายหยุดเป็นห่วงเป็นใยถึงขั้นมาช่วยประกาศให้ชาวบ้านฟัง วันนี้ผม... เอ่อ ลินินคนนี้ เลยอยากเรียนเชิญคุณป้าและเพื่อนบ้านทุกท่านมา 'พิสูจน์' ด้วยลิ้นของตัวเองเลยครับ ว่าผักและไก่บ้านของเรามีสารเคมีเจือปนอย่างที่ป้าพูดจริงหรือเปล่า!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังขึ้น ป้าสายหยุดหน้าถอดสี อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เมื่อลินินตักแกงเขียวหวานควันฉุยส่งให้ป้าออดและยายเพ็ญชิมฟรีคนละคำ ทันทีที่ช้อนตักเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศ และความหวานธรรมชาติของวัตถุดิบก็ระเบิดขึ้นในโพรงปากจนทุกคนต้องตาโตอุทานออกมาพร้อมกัน "อร่อยมาก! หวานกลมกล่อมแบบไม่มีอะไรเจือปนเลยนี่นา!" ป้าออดอุทานเสียงหลง ลินินปรายตามองป้าสายหยุดที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะเอ่ยประโยคเชือดเฉือนนิ่มๆ แต่เจ็บลึก "เชิญคุณป้าสายหยุดชิมเป็นคนแรกเลยนะครับ คนแก่พูดอะไรย่อมมีเหตุผลเสมอ... หรือว่าที่ป้าไม่กล้ากิน เพราะกลัวว่าคำโกหกของตัวเองจะติดคอหอยตายกันแน่ครับ?" บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสะใจและชื่นมื่น ทว่าในจังหวะที่ป้าสายหยุดกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกู้หน้า เสียงรถกระบะป้ายแดงคันหรูติดฟิล์มดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านไร่ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลราคาแพงระยับก้าวลงมา พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของลินินแข็งค้างไปในทันที "สวัสดีครับคุณลินิน... ผมมาตามคำสั่งของ 'เจ้าของที่ดินตัวจริง' คนใหม่ ที่เพิ่งซื้อโฉนดแปลงนี้ต่อจากธนาคารเมื่อเช้านี้ครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีสโลว์ไลฟ์อันแสนอบอุ่นและรสชาติความสะใจนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านบ้านไร่ กับคุณชายสายเปย์ผู้คลั่งรักสวนผัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%