“ห้าล้าน... ไม่ถึงห้าล้าน ผมก็ไม่ถือว่ามันคืองานศิลปะ แต่เป็นแค่ขยะที่รอวันถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยในถังขยะหลังร้านเท่านั้น”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องไปทั่วห้องโถงจัดงานประมูลหรูหราที่ตกแต่งด้วยโทนสีทองและกำมะหยี่สีเลือดนก ร่างสูงโปร่งในสูทอิตาลีสั่งตัดราคาแพงระยับก้าวออกมาจากเงามืดของเสาต้นใหญ่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองไปยัง ‘รินรดา’ จิตรกรสาวผู้ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่หน้าผลงานชิ้นโบแดงของเธอ
นั่นคือครั้งแรกที่รินรดาได้สบตากับ ‘คิรากร’ มาเฟียผู้กุมบังเหียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสถานบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เขาไม่ได้มองผลงานภาพวาดสีน้ำมันที่เธอทุ่มเทชีวิตสร้างสรรค์มานานแรมปีด้วยความชื่นชม แต่มันคือสายตาของนักล่าที่มองเห็น ‘สินค้า’ ที่เขาสามารถทำลายให้ย่อยยับได้เพียงแค่ปลายนิ้ว
“คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกงานของคนอื่นแบบนี้นะคะ” รินรดาสวนกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ แต่แววตายังคงแน่วแน่และเย่อหยิ่ง
คิรากรกระตุกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันคือยิ้มที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความอันตราย เขาขยับกายก้าวเข้ามาใกล้เธอจนกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นไอความเย็นของบุรุษผู้มั่งคั่งแผ่ซ่านเข้ามากระทบจมูกของเธอ
“สิทธิ์เหรอ?” เขาเอ่ยถามพลางก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ที่นี่คืออาณาจักรของผม ทุกอย่างที่ก้าวเข้ามา... ทุกอย่างที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะนี้ คือสิ่งที่ผมกำหนดได้ว่าควรจะอยู่หรือดับสูญ และภาพวาดห่วยๆ นี่... ผมสั่งให้คนของผมทำลายมันทิ้งได้เดี๋ยวนี้ ถ้าผมต้องการ”
ธันวาที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาแทรกกลางหมายจะเล่นบทฮีโร่ แต่คิรากรเพียงแค่ปรายตามองด้วยแววตาเหยียดหยันเพียงครั้งเดียว ธันวาก็ถึงกับชะงักงัน เหมือนถูกปืนจ่อที่ขมับโดยไม่มีใครเห็น
“ถอยไป ธันวา” คิรากรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ธุรกิจของคุณกับผมยังเคลียร์ไม่จบ อย่าเอาตัวเข้ามาเสี่ยงเพราะผู้หญิงคนเดียว”
รินรดาพยายามดึงมือที่ถูกคิรากรคว้าไว้แน่นกลับคืนมา แต่เขากลับออกแรงบีบข้อมือเธอแรงขึ้นจนผิวขาวนวลขึ้นรอยนิ้วมือ เขาไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่มันคือการย้ำเตือนถึงความต่างชั้นของอำนาจที่ทำให้เธอเหมือนนกปีกหักที่ไม่มีทางหนีพ้น
“คุณมันก็แค่คนไร้หัวใจที่ใช้เงินฟาดหัวคนอื่น!” รินรดาตวาด
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาจนชิดปลายจมูกของเธอ ดวงตาคมดุจน้ำแข็งของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีน้ำตาแห่งความคับแค้นคลอเบ้า เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกถูกกระตุ้นอย่างประหลาด แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันรุนแรงจนอากาศรอบกายดูเหมือนจะเบาบางลง
“หัวใจงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะ “เก็บคำพูดสวยหรูพวกนั้นไว้ใช้ตอนอยู่บนเตียงกับผมดีกว่านะ รินรดา... เพราะคืนนี้ งานประมูลจบลงแล้ว แต่งานของผมกับคุณ... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
เขาปล่อยข้อมือเธออย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปสั่งบอดี้การ์ดด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ “เอาภาพนี้ไปไว้ที่ห้องทำงานผม แล้วพาตัวผู้หญิงคนนี้ตามไป... ถ้าขัดขืน ให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดได้เลย”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอพยายามจะก้าวถอยหลังหนี แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนขวางทางไว้สนิท คิรากรเดินทิ้งห่างออกไปแล้ว แต่เขายังหยุดกึกและหันกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาที่เขามองเธอนั้นมันร้อนแรงยิ่งกว่าไฟที่พร้อมจะเผาผลาญศักดิ์ศรีของเธอจนมอดไหม้
“อย่าให้ผมต้องรอเกินห้านาที... เพราะทุกนาทีที่คุณชักช้า ผมจะทำลายภาพวาดของคุณไปทีละส่วน... เริ่มจากกรอบภาพแสนรักนั่นก่อนเลย”
ทิ้งท้ายด้วยคำสั่งที่ไม่อาจต่อรอง ร่างสูงก็เดินหายลับไปในความมืดของโถงทางเดิน ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางสายตาของเหล่าชนชั้นสูงที่ต่างก็มองเธอด้วยความสมเพชและอิจฉาในเวลาเดียวกัน
เธอรู้ดีว่าคิรากรไม่ใช่คนที่พูดเล่น และเขากำลังเล่นเกมที่เดิมพันด้วยทุกอย่างที่เธอมี... หรือแม้กระทั่งร่างกายและหัวใจที่เธอหวงแหนที่สุด
รินรดากำหมัดแน่น ในขณะที่มือถือในกระเป๋าของเธอสั่นรัว—มันคือข้อความจากศัตรูหมายเลขหนึ่งของคิรากรที่ส่งมาเตือนว่า *‘ถ้าเธอไม่อยากตายในมือมาเฟียคนนี้ จงเปิดประตูห้องทำงานเขาด้วยกุญแจที่ผมให้ไว้... แล้วจัดการสังหารเขาซะ’*
ภูริศร์หวังว่าบทเปิดตัวนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกถึงความกดดันและแรงดึงดูดที่แสนอันตรายในตอนต่อไปนะครับ
กับดักมาเฟียร้าย ขยี้หัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 1
เดิมพันในกองเพลิง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักมาเฟียร้าย ขยี้หัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
