เงาล่าแต้มกับมาสเตอร์คีย์มรณะ•ตอนที่ 1

กุญแจดอกแรกในที่เกิดเหตุ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายความอับชื้นของคราบเลือดแห้งกรังและน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูก ลอยอบอวลอยู่เต็มห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ บนชั้นเจ็ดของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ย่านฝั่งธนบุรี ร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อชายวัยกลางคนถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ไม้กลางห้อง สภาพศพน่าเวทนาจนต่อให้เป็นตำรวจมือฉมังก็ยังต้องเบือนหน้าหนี แต่สำหรับรินรดาแล้ว สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมกลับกวาดมองทุกรายละเอียดด้วยความเยือกเย็น ราวกับเธียเตอร์แห่งความตายนี่คือกระดานหมากรุกที่เธอต้องอ่านเกมให้ขาด "อย่าจ้องนานนักเลยคุณริน เดี๋ยวติดตาแล้วคืนนี้จะฝันร้ายเอา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาพูดขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เจือจางด้วยความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ รินรดาไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอย่อตัวลงใช้แหนบสแตนเลสคีบวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่ใต้ซอกขาเก้าอี้ขึ้นมาพิจารณา "ถ้าฉันกลัวศพ คงไม่มายืนอยู่ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมห้องปิดตายที่มีกลิ่นเน่าโชยคลุ้งนี่หรอกค่ะ... อ้อ หวังว่าสารวัตรปกรณ์จะจำได้นะว่าพื้นที่ตรงนี้ อยู่ในเขตรับผิดชอบการเก็บหลักฐานของฉัน ไม่ใช่ที่สูบบุหรี่แก้เซ็งของคุณ" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนพอกลืนกินคนฟังได้ทั้งตัว สารวัตรปกรณ์หัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ร่องรอย ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับความตึงเครียดของบรรยากาศรอบตัว ปกรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ "ปากเก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... แต่ระวังตัวหน่อยเถอะครับคุณนักวิเคราะห์ ทางหนีทีไล่ตรงหน้าต่างถูกล็อคตายจากด้านใน กลอนประตูลงกลอนสองชั้น ไม่มีทางที่ฆาตกรจะออกไปได้ถ้าไม่ใช่ผี... หรือว่าคุณกำลังสนใจคดีนี้เป็นพิเศษจนลืมมองว่า ตัวเองกำลังเดินเข้าสู่วังวนอะไรอยู่กันแน่" รินรดาชะงัก นิ้วมือที่ถือถุงซิปล็อคบรรจุหลักฐานกระชับแน่นขึ้นทันที คำพูดของปกรณ์จี้ใจดำเธอนัก เพราะสิ่งที่เธอเพิ่งคีบขึ้นมาเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่เศษกระดาษธรรมดา แต่มันคือ "สัญลักษณ์รูปดวงตาที่มีกุญแจเสียบทะลุผ่านม่านตา" สัญลักษณ์เดียวกับที่เคยสลักอยู่บนเตียงนอนของพี่สาวเธอในคืนที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน อดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ในหลุมศพอย่างไร้ก้นบึ้ง กำลังถูกขุดขึ้นมาเยาะเย้ยเธออีกครั้งผ่านคดีนี้ "สารวัตร... รู้จักสัญลักษณ์นี้หรือเปล่าคะ" รินรดาหันขวับกลับมาถาม ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างค้นหา ปกรณ์หุบยิ้มกวนๆ ทันที แววตาของนายตำรวจหนุ่มสายลุยเปลี่ยนเป็นความจริงจังและคมปลาบขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขายื่นมือมาหมายจะคว้าถุงหลักฐานในมือเธอ แต่รินรดากลับชักมือหลบอย่างรวดเร็ว "อย่าแตะ มันอาจจะมีลายนิ้วมือแฝง..." "ผมไม่ได้สนใจหลักฐานในถุงนั้นหรอกครับ..." ปกรณ์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ร่างสูงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานเก่าๆ ของผู้ตาย ปิดตายทางหนีโดยสมบูรณ์ "แต่ผมสนใจว่า... ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ตอนที่เห็นมันต่างหากล่ะ ริน" บรรยากาศในห้องอับทึบพลันทิ้งความน่ากลัวของศพไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งสองที่ระอุขึ้นท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเกลียดความจริงที่ว่าผู้ชายคนนี้มักจะอ่านทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเอกสารทางคดีเสียอีก "ถอยไปค่ะสารวัตร เรากำลังอยู่ในที่เกิดเหตุ..." "แล้วไงครับ? ตำรวจกับนักวิเคราะห์ปรึกษากันเรื่องคดี มันผิดกฎตรงไหน" ปกรณ์ยื่นมือหนาขึ้นมาวางทาบบนขอบโต๊ะด้านหลังรินรดา กักร่างเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดานึกอยากจะยกมือขึ้นมาผลักไสแต่ร่างกายกลับแข็งค้างด้วยความรู้สึกประหลาดที่ต้านทานยาก ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากพ่นคำด่าทอคมๆ ใส่ความถือวิสาสะของเขา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระแทกผนังก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "สารวัตรครับ! หมอธนารายณ์มาถึงแล้วครับ แกบอกว่ามีเรื่องด่วนที่สุดที่ต้องรายงานเกี่ยวกับสภาพศพ..." ผู้กองหนุ่มลูกน้องคนสนิทของปกรณ์ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วหมุนตัวกลับหลังหันแทบไม่ทัน "โอ้... ขอโทษครับ! ผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลัง... เอえ... ตรวจสอบที่เกิดเหตุในระยะประชิดแบบนี้ เชิญตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมไปยืนเฝ้าหน้าห้องให้นะครับ!" ปกรณ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย เขายอมผละตัวออก2-3ก้าว แต่สายตายังคงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเรียบตึงที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อของรินรดาด้วยรอยยิ้มมุมปาก "รอดตัวไปนะฃรับคุณนักวิเคราะห์ ไว้เราค่อยไปเคลียร์เรื่อง 'สัญลักษณ์' นี่กันต่อสองต่อสองทีหลัง" ปกรณ์กระซิบเสียงพร่าทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปสั่งการลูกน้องให้เชิญ ดร.ธนา เข้ามาในห้อง ไม่ถึงนาที ร่างสูงโปร่างในชุดกราวน์สีขาวสะอาดของ ดร.ธนา ศาตราจารย์นิติเวชผู้กุมความลับของห้องผ่าชันสูตรก็ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสวาวโรจน์ด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด "สารวัตร... คุณรินรดา" ดร.ธนารีบเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่ สีหน้าของแพทย์นิติเวชมือหนึ่งทำให้บรรยากาศในห้องกลับมาดิ่งลงเหวอีกครั้ง "ผมเพิ่งตรวจเช็คช่องปากของเหยื่อโดยละเอียด... และสิ่งที่ผมพบ มันไม่ใช่ร่องรอยของการวางยาพิษธรรมดาอย่างที่พวกเราคิด" รินรดาขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไงคะ ดร.ธนา" ดร.ธนาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะแบมือออก เผยให้เห็นวัตถุโลหะสีเงินวาววับชิ้นเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ลิ้นของศพ "ฆาตกรไม่ได้แค่ฆ่าเขา... แต่มันส่ง 'ข้อความ' มาถึงพวกเราผ่านสิ่งนี้" ดวงตาสองคู่จ้องมองวัตถุในมือของแพทย์นิติเวช มันคือลูกกุญแจขนาดเล็กจิ๋ว รูปร่างแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนกุญแจห้องทั่วไป หัวกุญแจสลักเป็นรูปตัวเลขโรมันเลข 'แปด' ที่บิดเบี้ยวคล้ายเครื่องหมายอินฟินิตี้ รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อเธอนึกถึงคำพูดสุดท้ายที่พี่สาวเคยกระซิบใส่หูก่อนสิ้นใจเมื่อสิบปีก่อน *“ริน... ถ้าเจอประตูมิติที่แปด... อย่าไขมันเด็ดขาด...”* ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากท้วงอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของปกรณ์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยขี้เล่นก็แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนสนิท เขาเงยหน้าขึ้นสบตากรินรดาด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "สายจากกองบัญชาการ..." ปกรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นผิดปกติ "ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของกรมตำรวจถูกเจาะ... และข้อความเดียวที่มันส่งทิ้งไว้บนหน้าจอประธานคือพิกัดคอนโดมิเนียมส่วนตัว... ของคุณ รินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักในมิติที่แปดด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาล่าแต้มกับมาสเตอร์คีย์มรณะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%