“ถ้าคุณต้องการอิสรภาพนัก ก็เอาไป... แต่อย่าหวังว่าชีวิตนี้คุณจะหนีพ้นเงื้อมมือของผมไปได้ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เคยเป็นดั่งโซ่ตรวนล่ามวิญญาณของฉันมาตลอดสามปีไม่ได้ทำให้ฉันหวั่นไหวอีกต่อไป ฉันกระชับกระเป๋าถือในมือแน่น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของ 'คินน์ อัครเดโช' ที่คละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมืองไม่ได้ทำให้ใจสั่นเหมือนวันวาน กลับกัน... มันทำให้อยากจะอาเจียน
ฉันมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้หน้าต่างบานยักษ์ เขายังคงเป็นชายผู้สมบูรณ์แบบในสายตาคนทั้งโลก แต่สำหรับฉัน... เขาคือปีศาจที่กัดกินทุกความรู้สึกดีๆ ที่ฉันเคยมีจนไม่เหลือชิ้นดี
“ใบหย่าอยู่บนโต๊ะแล้วค่ะคุณคินน์” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ พยายามคุมจังหวะหัวใจให้คงที่ที่สุด “รินไม่ได้ต้องการอิสรภาพหรอกค่ะ รินแค่ต้องการ ‘ชีวิตที่เหลืออยู่’ คืนเท่านั้นเอง”
เขายังคงไม่หันกลับมา ความเงียบที่โรยตัวลงในห้องทำงานหรูหราเปรียบเสมือนรอยร้าวที่ค่อยๆ ปริแตกออกในความสัมพันธ์ที่จบสิ้นลงนานแล้ว ฉันวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี—จุดเดิมที่เขาเคยโยนข้อเสนอแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจใส่หน้าฉันเมื่อหลายปีก่อน
คินน์หมุนตัวกลับมา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนมาสบตาฉัน ร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวที่มักจะปรากฏให้เห็นกลับหายไป แทนที่ด้วยแววตาว่างเปล่าที่ฉันอ่านไม่ออก... แต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
“เธอคิดว่าการจากไปพร้อมกับความแค้นจะทำให้เธอมีความสุขงั้นเหรอ?” เขาถาม น้ำเสียงเย้ยหยันยังคงความเป็นจอมบงการไม่เปลี่ยน
“ความสุขของรินไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไปค่ะ” ฉันตอบพลางเชิดหน้าขึ้น “จบเรื่องนี้เสียทีนะคะ รินไม่อยากให้ลูกต้องโตมาในบรรยากาศที่มีแต่ความเกลียดชัง”
ฉันหมุนตัวเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่รอคำตอบ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองแผ่นหลังที่เคยเป็นโลกทั้งใบของฉัน ชีวิตของรินรดาคนเก่าได้ตายไปตั้งแต่รอยร้าวครั้งแรกเกิดขึ้น และสิ่งที่กำลังก้าวเดินออกไปจากตึกนี้คือผู้หญิงที่พร้อมจะโอบกอดอนาคตเพื่อปกป้องสิ่งที่มีค่าที่สุด
***
สองชั่วโมงต่อมา...
ภายในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไม้เลื้อยริมชานเมือง เสียงหัวเราะสดใสของเด็กชายตัวน้อยดังเจื้อยแจ้วแทรกผ่านความเงียบของบ่ายวันนั้น
“หม่ามี้ครับ! ดูนี่สิ ลีโอวาดรูปครอบครัวให้หม่ามี้ด้วยนะ”
ร่างเล็กในชุดเอี๊ยมสีครีมวิ่งเข้ามาหาฉัน มือเล็กๆ ป้อมๆ ส่งกระดาษวาดเขียนที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนสีสดใสให้ ฉันทรุดตัวลงนั่งยองๆ เพื่อให้อยู่ในระดับสายตาของแก ก่อนจะดึงร่างน้อยๆ เข้ามาโอบกอดไว้แน่น กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมในวันนี้จนหมดสิ้น
“ไหนคะ คนเก่งของหม่ามี้วาดอะไรบ้าง?” ฉันถามพลางหอมแก้มยุ้ยๆ นั้นฟอดใหญ่
“นี่หม่ามี้ แล้วนี่ก็ลีโอครับ... แต่หม่ามี้ครับ ทำไมในรูปถึงไม่มีคุณพ่อเหมือนเพื่อนๆ เลยล่ะครับ?”
คำถามซื่อๆ ที่ออกมาจากปากเด็กวัยสามขวบเหมือนมีดกรีดลงบนหัวใจ ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ ลูบผมนุ่มสลวยสีเข้มที่ถอดแบบมาจากใครบางคนที่เพิ่งจากมาอย่างกับพิมพ์นิยม
“พ่อของลีโอ... เขาติดงานสำคัญมากค่ะลูก แต่เขาจะคอยดูเราจากบนฟ้าเสมอเหมือนนางฟ้านะคะ” ฉันโกหกคำโต แต่ในแววตาของเด็กน้อยกลับไม่มีความสงสัย มีเพียงความรักและความบริสุทธิ์ที่ทำให้คนเป็นแม่รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก
ลีโอพยักหน้าเข้าใจตามประสาเด็ก ก่อนจะซบหน้าลงกับอกฉัน “ถ้าคุณพ่อว่าง... ลีโออยากให้เขามาเล่นรถแข่งด้วยจังครับ ลีโออยากบอกคุณพ่อว่าลีโอเก่งเลขมากๆ เลย”
ฉันกอดลูกไว้แน่นขึ้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะร่วงหล่นลงมา ในวันที่ฉันตัดสินใจหย่าเพื่อพาเขาหนีออกมาจากนรกขุมนั้น ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ‘รอยร้าว’ ที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของฉันกับคินน์ แต่มันคือความเป็นจริงที่ฉันไม่สามารถมอบครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ลูกได้
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะความอบอุ่น ฉันชะงักไปเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ลีโอผละออกจากอ้อมกอดแล้ววิ่งเตาะแตะไปที่ประตูด้วยความไร้เดียงสา
“ลีโอ! อย่าเพิ่งเปิดลูก!” ฉันร้องเรียกและรีบลุกขึ้นเดินตามไป แต่ไม่ทันแล้ว...
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก กลิ่นน้ำหอมประจำตัวที่ฉันเพิ่งสูดดมไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนลอยเข้ามากระทบจมูกทันที คินน์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มของเขาดูซีดเผือดลงอย่างน่าประหลาดเมื่อสายตาคมกริบมองผ่านตัวฉันไปปะทะกับร่างเล็กของเด็กชายที่ยืนถือรูปวาดอยู่
“...”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ คินน์นิ่งค้างไปราวกับถูกสาป ดวงตาคู่คมของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อจ้องมองใบหน้าของเด็กน้อยวัยสามขวบตรงหน้า—ใบหน้าที่มีทุกอย่างเหมือนกับตัวเขาเองราวกับกระจกสะท้อนเงาในวัยเยาว์
มือหนาของเขาค่อยๆ ยื่นออกมาข้างหน้าสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคำถามที่ระเบิดออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
“ริน... นี่มันเรื่องอะไรกัน? เด็กคนนี้... ลูกใคร?”
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นคินน์ก้มลงหยิบรูปวาดที่ลีโอทำหล่นพื้นขึ้นมาดู มือของเขาที่ถือกระดาษสั่นแรงขึ้นจนกระดาษยับยู่ยี่ และในวินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าเกราะป้องกันที่สร้างขึ้นมาตลอดสามปี... กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเขา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวในหัวใจของรินรดาในบทแรกนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวนะคะ!
กับดักรักใต้รอยร้าว•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่รอคอย
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักใต้รอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
