บรรทัดบนจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้กำลังขยับด้วยฝีมือของมนุษย์—มันคือสงคราม
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานห้องประชุมไร้หน้าต่างของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ สะท้อนลงบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเรย์ริน นิ้วมือเรียวบางที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายสำหรับโปรแกรมเมอร์โดยเฉพาะกำลังรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงก๊อกแก๊กประสานกันราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก หน้าจอโมเดลจำลองสามมิติตing code แสนซับซ้อนกำลังวิ่งผ่านลูกตาของเธอด้วยอัตราความเร็วที่คนทั่วไปคงจะตาลายภายในสามวินาทีแรก แต่สำหรับเรย์รินแล้ว ทุกตัวอักษรและโค้ดบล็อกคือจังหวะชีวิตที่เธอควบคุมได้
ทว่า…ไม่ใช่ในตอนนี้
"สเตตัสของระบบหลักกำลังร่วงลงร้อยละสิบห้าต่อวินาที คินกำลังเจาะเข้ามาทางพอร์ตแบ็คดอร์ที่เราอุดไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว" เสียงของเจ้าหน้าที่เทคนิคฝ่ายสนับสนุนดังขึ้นจากปลายสายผ่านหูฟังไร้สาย น้ำเสียงนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เรย์รินกัดริมฝีปากล่างเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอไม่ได้ตอบรับคำตื่นตูมนั้น สมองอันเฉียบคมกำลังคำนวณอัลกอริทึมแก้เกมในหัวอย่างรวดเร็ว ในฐานะโปรแกรมเมอร์สาวสายเนิร์ดผู้เชื่อมั่นในเหตุผลและตรรกะทางคณิตศาสตร์มากกว่าคำพูดสวยหรูของมนุษย์ เธอย่อมรู้ดีว่าการสูญเสียข้อมูลโปรเจกต์ 'Aegis' ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ความปลอดภัยระดับชาติในมือถือและโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้ชื่อเสียงที่เธอสะสมมาพังทลายลงในพริบตา และที่สำคัญไปกว่านั้น... มันคือแผลเป็นจากอดีตที่คอยตอกย้ำว่า "ความเชื่อใจ" คือข้อบกพร่องที่ร้ายแรงที่สุดของระบบ
"ปล่อยให้มันเข้ามา" เรย์รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดเสียงโวยวายทั้งหมดในห้องควบคุมได้
"คุณเรย์ริน! บ้าไปแล้วหรือคะ ถ้าปล่อยให้โค้ดของคินเข้ามาถึงเคอร์เนลหลัก..."
"ฉันไม่ได้ปล่อยให้มันเข้ามาทำลาย แต่ฉันกำลังเปิดประตูต้อนรับมันเข้ามาติดกับดักต่างหากค่ะ" เรย์รินขยับกรอบแว่นเล็กน้อย นัยน์ตาสสีเข้มภายใต้เลนส์แว่นฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย นิ้วกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยแรงที่มากพอจะแสดงถึงความเด็ดขาด "Trap function คลื่นความถี่ที่สองทำงาน... ปิดล้อมไอพีแอดเดรสของมันซะ!"
หน้าจอหลักกะพริบวาบเป็นสีแดงฉาน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนตัวโต *[Access Denied: Intruder Isolated]*
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นรอบห้อง แต่เรย์รินกลับไม่ได้รู้สึกชนะอย่างแท้จริงเลยสักนิด เพราะเธอนั้นรู้ดีว่า แฮกเกอร์สายมืดอย่างคินไม่มีทางเก่งกาจพอที่จะเจาะระบบป้องกันระดับนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว... มันมีเบื้องหลัง มีช่องโหว่บางอย่างที่เธอจงใจมองข้าม หรือบางที... อาจจะมีหนอนกระทำการณ์อยู่ภายในองค์กรนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังห้องเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามา
กลิ่นอายความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลผู้มาใหม่ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ธันวา วิศวกรซอฟต์แวร์ผู้เป็นดั่งเงาลึกลับเบื้องหลังโครงการลับทั้งหมดนี้ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาปานรูปวาดกวาดมองหน้าจอที่ยังคงแสดงผลลัพธ์ของการต่อสู้เมื่อครู่ด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงแค่การดูฝนตกนอกหน้าต่าง ไม่ใช่สงครามไซเบอร์ที่เกือบทำลายบริษัทพินาศ
"คุณเล่นกับไฟแรงเกินไปหน่อยแล้วนะ เรย์ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทาย รอยยิ้มหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกของเขา "ถ้าเมื่อกี้คุณคำนวณการสะท้อนของพอร์ตผิดไปแค่ศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ โค้ดทั้งหมดของโปรเจกต์นี้คงกลายเป็นขี้เถ้าในมือของคินไปแล้ว"
เรย์รินหันขวับไปมองหน้าผู้ชายคนนี้ เธอเกลียดความเย็นชาและท่าทีราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกอย่างของเขาที่สุด "ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ระบบของเราก็จะถูกสูบข้อมูลออกไปทีละน้อยจนหมดตัวโดยที่พวกคุณมัวแต่ประชุมอนุมัติเอกสารกันอยู่แบบนี้น่ะค่ะ คุณธันวา"
เธอจงใจเน้นเสียงที่คำว่า 'คุณธันวา' เพื่อเตือนให้เขารู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจกับการแทรกแซงที่ล่าช้าของเขา แต่ธันวาไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง กลับก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเธอนิ่วหน้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศ
"คุณคิดว่าคินเข้ามาได้เพราะความบังเอิญอย่างนั้นหรือ?" ธันวาโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอ น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งขรึมขึ้นจนเรย์รินต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ "ตื่นจากความฝันได้แล้ว เรย์ริน... ช่องโหว่ที่คุณเพิ่งปิดไปเมื่อกี้ มันถูกฝังไว้ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเข้ามาทำงานที่นี่เสียอีก และคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงสถาปัตยกรรมชุดนั้นได้..."
ธันวาเว้นจังหวะ ปรายตามองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ก็คือคนที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อทีมพัฒนาลับชุดเดียวกันกับเรานี่แหละ"
หัวใจของเรย์รินกระตุกวูบ ความระแวงที่เธอมีต่อโลกใบนี้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เธอมองหน้าวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับมากมายผู้นี้อย่างพิจารณา ขณะที่มือขวายังคงวางอยู่บนคีย์บอร์ดพร้อมที่จะรันคำสั่งฉุกเฉินได้ทุกเมื่อ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักทั้งหมดในห้องประชุมก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ
ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นแทนที่ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่ดังขึ้นก้องกังวานด้วยเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบ
*[Warning: System Override detected. Initiating Protocol Omega...]*
*[New Assignment for Team Aegis: Find the traitor before the countdown hits zero]*
และบนหน้าจอดำสนิทนั้น ปรากฏตัวอักษรสีเลือดวิ่งขึ้นมาทีละตัวอย่างช้าๆ—*ยินดีต้อนรับสู่เกมที่คุณไม่มีทางชนะ, เรย์ริน*
ธันวาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่งในความมืด แรงบีบนั้นอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาดสวนทางกับสถานการณ์รอบตัว "อย่าขยับ... ตอนนี้เราเหลือเวลาอีกแค่สามสิบวินาทีในการตัดสินใจว่าจะเชื่อใจใคร"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแรกแห่งความโกลาหลนี้ไปกับลูกกวาดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดวุ่นวายกับนายวิศวกรสายลับ•ตอนที่ 1
บรรทัดแรกของความโกลาหล
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดวุ่นวายกับนายวิศวกรสายลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
