"เจ้าจะทำลายรอยจารึกแห่งความแค้นด้วยเศษกิ่งไม้ที่ไร้คมงั้นหรือ กวิน?"
เสียงของชายชราในเงามืดดังก้องอยู่ในโถงหินกว้างที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของหอจดหมายเหตุโบราณ กวินไม่เงยหน้ามอง เขาเพียงแต่คุกเข่าลงบนพื้นดินที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำค้างยามค่ำคืน ปลายนิ้วของเขาสั่นไหวเล็กน้อยในขณะที่จรดปลายกิ่งไม้แห้งลงบนผืนดินสีเข้มตรงหน้า ที่ซึ่งร่องรอยของคำสาปแช่งและประวัติศาสตร์อันโหดร้ายถูกสลักไว้อย่างหนาแน่นด้วยอักขระมนต์ดำ
รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างกอดอกแน่น สายตาของเธอจับจ้องไปยังฝ่ามือที่เปื้อนดินของเขา เธอรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ออกมาจากพื้นดิน ราวกับแผ่นดินกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยความหลัง "เขากำลังทำสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ รินรดา" เสียงของกวินแหบพร่า ทว่าหนักแน่น "เขาไม่ได้ทำลายมัน แต่เขากำลังเปลี่ยนผ่านมันต่างหาก"
กวินสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของความสูญเสียในอดีตที่เคยฝังรากลึกในจิตใจของเขา บัดนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานบางอย่างที่รุนแรงและเยือกเย็น เขาไม่ได้เขียนเพื่อแก้แค้น แต่เขาเขียนเพื่อ ‘ให้อภัย’ ในทุกหยดหมึกที่เป็นตัวอักษรที่เขาสลักลงบนดิน แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มเรืองแสงสีทองสลัว ใบไม้แห้งสีทองร่วงหล่นลงมาจากความว่างเปล่าราวกับบทเพลงที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์
"เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าคนเหล่านั้นทำอะไรกับครอบครัวเจ้าไว้?" เสียงนั้นยังคงหลอกหลอน "หยดน้ำค้างบนพื้นดินนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อชะล้างบาป แต่มันมีไว้เพื่อตอกย้ำว่าเลือดที่หลั่งรินในวันนั้นไม่มีวันจางหาย"
กวินหยุดมือเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด แต่เขาก็เพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความสุข แต่มาพร้อมกับการปลดปล่อย "ถ้าผมกอดความแค้นไว้ ผมก็เป็นเพียงเงาที่เดินตามหลังพวกเขาไปตลอดกาล แต่ถ้าผมเขียนความหมายใหม่ลงไปบนแผ่นดินนี้ ความเจ็บปวดจะเป็นเพียงบทกวีที่อ่านจบแล้วก็ต้องปิดเล่มลง"
เขาตวัดกิ่งไม้ในมือด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยและรุนแรงในคราวเดียวกัน ทุกจังหวะที่ขีดเขียน ผืนดินสีเข้มกลับกลายเป็นสีทองสุกสกาว อักขระโบราณที่เคยบ่งบอกถึงคำสาปแช่งเริ่มเลือนหายไป แทนที่ด้วยกวีนิพนธ์แห่งการให้อภัยและความเข้าใจ รินรดาเดินเข้ามาใกล้ มือของเธอกุมมือเขาไว้ในจังหวะที่เขาสลักตัวอักษรสุดท้าย
"เจ้าเลือกที่จะเป็นผู้สร้าง มากกว่าผู้ทำลายเสมอมาสินะ กวิน" เธอพึมพำ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง
ทันใดนั้น แผ่นดินที่เคยสั่นสะเทือนด้วยอาฆาตพยาบาทก็เงียบสงบลง กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่สาบสูญไปนานนับร้อยปีโชยขึ้นมาแทนที่กลิ่นคาวเลือดที่เคยฝังแน่นในดิน ทว่าท่ามกลางความเงียบงันที่แสนประหลาดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาในโถงหิน กวินและรินรดาหันกลับไปมองพร้อมกัน
ที่ปลายทางของโถงหิน ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเทาเข้มยืนเด่นเป็นสง่า มือข้างหนึ่งของเขาถือดาบที่เคยเปื้อนเลือดของครอบครัวกวินเอาไว้ แสงสว่างจากแผ่นดินสีทองสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่กวินไม่เคยลืมเลือน แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ชายคนนั้นคือเงาที่เคยผลักเขาให้ตกสู่หุบเหวแห่งความแค้น
"เจ้าคิดว่ารอยจารึกบนดินจะลบเลือนสิ่งที่ข้าสร้างมากับมือได้จริงๆ หรือ?" ชายคนนั้นกล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากคบเพลิงที่มอดดับไปนานกลับถูกจุดติดขึ้นด้วยพลังบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ
กวินยืนขึ้นอย่างช้าๆ มือของเขายังคงเปื้อนดินสีทอง แต่สายตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับมหาสมุทรที่ไร้คลื่น "ผมไม่ได้ลบมันออกหรอกครับ แต่ผมเพิ่งจะพบว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เขียนประวัติศาสตร์ในที่แห่งนี้"
กวินแบมือออก กิ่งไม้ในมือหายไป กลายเป็นหยดน้ำค้างสีทองที่ส่องประกายสว่างวาบไปทั่วทั้งโถงหิน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาของสมาชิกในครอบครัวของเขาที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากผืนดินที่เขาเพิ่งจารึกเสร็จสิ้น ชายผู้ถือดาบชะงักงัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่กวินเรียกออกมาจากรอยจารึกนั้น
"เตรียมตัวให้พร้อมรินรดา..." กวินกระซิบเสียงเบาขณะก้าวเดินไปหาชายผู้นั้น "บทสรุปที่เราเขียนไว้ ไม่ได้มีไว้ให้จบลงด้วยความตาย แต่มีไว้เพื่อพิพากษาด้วยถ้อยคำ"
ทันใดนั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เปิดแยกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ กลืนกินร่างของทุกคนลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างที่ไร้ก้นบึ้ง พร้อมกับเสียงกระซิบจากบรรพบุรุษที่ก้องกังวานว่า ‘รอยจารึกนี้ มิได้มีไว้เพื่อคนเป็น... แต่มันมีไว้เพื่อปลดปล่อยคนตายให้เป็นอิสระ’ กวินหันไปมองรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่แสงสีทองจะดับวูบลง และความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมไปทั่วทั้งหอสมุดแห่งความทรงจำอีกครั้ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงถ้อยคำมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 24
บันทึกในใบไม้สีทอง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!