ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 9

มุ่งสู่หุบเขาแห่งความเงียบ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เศษซากเวทมนตร์สีม่วงเข้มกรีดร้องผ่านอากาศ เสียงหวีดหวิวของพายุใบมีดนับพันเล่มสะท้อนก้องไปทั่วผนังหินอัคนีของถ้ำมรณะ ราวกับเสียงคำรามของปีศาจที่ถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน "เอลิน่า!" คาร์ลคำรามลั่น แรงกดดันจากอัศวินไร้ศีรษะที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วระดับเสียง ทำให้ม่านตาของเขาหดแคบลง สมองของช่างตีดาบประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักรกลเวทมนตร์ ในสถานการณ์ที่ค่าสเตตัสทางกายภาพของพวกเขาด้อยกว่าศัตรูระดับบอสเกือบสามเท่าตัว การปะทะตรงๆ มีแต่ความตายเป็นเดิมพัน ทว่า ในสายตาของคาร์ล โลกไม่ได้ถูกมองเป็นตัวเลขดาเมจหรือเลือดที่ลดลง เขามองเห็น "โครงสร้าง" และ "จุดเชื่อมต่อ" ของพลังงาน ฉับพลันนั้น ร่างของเอลิน่าก็เคลื่อนไหวอย่างสอดประสาน เธอไม่ได้ถอยหนี แต่ก้าวเท้าขวากr1เหลื่อมไปข้างหน้า มือเรียวบางตวัดคถาไม้เนื้อหอมในมือสร้างวงแหวนเวทมนตร์สีครามซ้อนทับกันสามชั้น "วิเคราะห์เสร็จสิ้น... จุดอับสัญญาณเวทอยู่ทางมุมสิบเอ็ดนาฬิกาของมัน!" เสียงหวานใสกังวานท่ามกลางเสียงระเบิดของพายุใบมีดเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความหวาดกลัวในแววตาสสีนิลคู่นั้น มีเพียงประกายความฉลาดเฉลียวที่ทำให้น่าหลงใหล คาร์ลพยักหน้ารับอย่างไร้คำพูด เขาทิ้งน้ำหนักตัวลงต่ำ ดาบยาวในมือซ้ายที่ผ่านการตีขึ้นรูปด้วยมือของเขาเองเปล่งแสงสีส้มเรืองรอง ความร้อนระอุจากเตาหลอมถูกอัดแน่นไว้ในคมดาบจนเหล็กกล้าส่งเสียงคำรามเบาๆ *‘วิชาลับตระกูลช่างตีดาบ - เพลิงทลายศิลา’* *ฉัวะ! ตูม!* ประกายไฟจากการปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง คาร์ลใช้คมดาบรับแรงกระแทกมหาศาลจากดาบใหญ่ของอัศวินไร้ศีรษะ แรงสะท้อนทำให้กล้ามเนื้อแขนของเขาชาดิ่งไปจนถึงหัวไหล่ เลือดในHPลดฮวบลงจนแถบเตือนภัยสีแดงกะพริบถี่ แต่เขากลับอาศัยแรงเหวี่ยงนั้นหมุนตัว ปลดปล่อยพลังเวทที่กักเก็บไว้ในดาบพุ่งเข้าใส่รอยต่อบริเวณเกราะอกของบอสตามคำบอกของเอลิน่าทันที ร่างสูงใหญ่ของอัศวินไร้ศีรษะชะงักงัน พายุใบมีดสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวในพริบตา เมื่อแกนกลางพลังงานถูกทำลายอย่างแม่นยำ "เยี่ยมมาก..." คาร์ลพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางปาก ยันร่างตัวเองด้วยดาบเล่มโปรด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย แต่แววตาของเขากลับเป็นประกายด้วยความเร้าใจของการต่อสู้ที่ต้องใช้ทั้งมันสมองและฝีมือ ไม่ใช่แค่การกดปุ่มสกิลตามระบบเกมทั่วไป เอลิน่าทรุดตัวลงเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการประมวลผลข้อมูลเวทมนตร์ปริมาณมหาศาลทำให้ใบหน้าเนียนใสซีดเผือดลงถนัดตา คาร์ลเหลือบมองหญิงสาวผู้มีความลับดำมืดเบื้องหลัง ก่อนจะยื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับค้อนตีเหล็กออกไปเงียบๆ "ไหวไหมครับ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม แม้จะยังคงความเรียบเฉยตามนิสัย แต่แววตากลับเจือด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ เอลิน่าเงยหน้าขึ้นมองมือนั้น ริมฝีปากบางแย้มยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง เธอวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาแล้วดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน "ฉันยังไหวค่ะ... เอ๊ย... ฉันยังไหวครับ... เอ๊ะ?" จู่ๆ หญิงสาวก็ขมวดคิ้วมุ่น ทำหน้าประหลาดใจกับสรรพนามที่หลุดปากออกมาเมื่อครู่ คาร์ลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้ซักไซ้ "อย่าใส่ใจเลยครับ รีบเก็บไอเทมดรอปแล้วออกไปจากที่นี่กันเถอะ เป้าหมายของเราไม่ใช่การติดพันกับบอสเฝ้าถ้ำ แต่เป็นหุบเขาแห่งความเงียบที่อยู่เบื้องหน้าต่างหาก" สิ้นคำพูด ทั้งสองก็ก้าวพ้นปากถ้ำมรณะออกสู่เบื้องหน้า พื้นที่ภายนอกเปลี่ยนผ่านจากความอับชื้นสู่ความหนתเหน็บที่เสียดแทงผิวเนื้อทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบย่าง เบื้องหน้าของพวกเขาคือ **"หุบเขาแห่งความเงียบ" (Valley of Silence)** แผนที่ระดับสูงในตำนานที่เหล่านักผจญภัยเลเวลสูงต่างขนานนามว่าเป็นสุสานไร้เสียง อาณาเขตที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบสีเทาอมม่วง ต้นไม้โบราณไร้ใบแผ่กิ่งก้านสาขาราวกับซากโครงกระดูกยักษ์ ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วทุกอณูอากาศ ราวกับเสียงทั้งหมดบนโลกใบนี้ถูกดูดกลืนหายไปสิ้น ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าจอวิชวลของทั้งคู่ทันที *[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นเข้าสู่เขตพื้นที่อันตรายระดับสูง "หุบเขาแห่งความเงียบ" - ค่าความต้านทานสถานะผิดปกติจะลดลง 50% - ไม่สามารถใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายฉุกเฉินได้จนกว่าจะถึงจุดเซฟโซน]* คาร์ลหรี่ตามองสายหมอกหนาเบื้องหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจตัวเองและเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเอลิน่าที่ยืนอยู่เคียงข้าง "ระวังตัวด้วยนะครับ บรรยากาศแบบนี้... ไม่ใช่แค่พวกมอนสเตอร์ธรรมดาแน่ๆ" คาร์ลเอ่ยเตือน พร้อมกระชับดาบในมือแน่นขึ้น เอลิน่าพยักหน้ารับช้าๆ ดวงตาสสีนิลกวาดมองไปในความมืดสลัวของหมอกหนา "คาร์ล... คุณสังเกตอะไรไหมคะ... เอ่อ... สังเกตอะไรไหมครับ" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อครู่พลางอมยิ้มเล็กน้อย "พื้นดินตรงนั้น... รอยเท้าพวกนั้น ไม่ใช่รอยเท้าของมอนสเตอร์ในแผนที่นี้" คาร์ลเพ่งมองตามนิ้วเรียวที่ชี้ไปบนพื้นดินโคลนตมเบื้องล่าง รอยเท้าขนาดใหญ่ลึกกกว่ปกติ ราวกับมีบางสิ่งที่มีน้ำหนักมหาศาลเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อไม่กี่นาที ทว่า สิ่งที่ทำให้คาร์ลต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่รอยเท้านั้น... แต่เป็น "รอยขูดขีด" บนต้นไม้โบราณข้างทาง รอยแผลที่เกิดจากคมดาบอันคุ้นเคย—คมดาบที่สร้างจากโรงตีเหล็กของเขาเอง! "นี่มัน... ดาบที่ฉันเพิ่งส่งมอบให้กับกิลด์อัศวินพเนจรเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่ใช่หรือครับ" คาร์ลพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง ในจังหวะที่ความสงสัยกำลังกัดกินจิตใจนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากในม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้า—*ตึง... ตึง... ตึง...* ไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ป่า ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมอนสเตอร์ แต่เป็นเสียงเกราะเหล็กกระทบกันเป็นจังหวะ ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินลาดตระเวนรอต้อนรับพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว หมอกหนาค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งสวมชุดเกราะสีดำสนิท ไร้ซึ่งใบหน้าภายใต้หมวกเหล็ก ทว่าสิ่งที่ทำให้คาร์ลและเอลิน่าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือในมือของเงาร่างนั้นกำลังถือ... ศีรษะของนักผจญภัยเลเวล 90 คนหนึ่ง ที่ดวงตายังคงเบิกค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และส่งยิ้มเยาะเย้ยมาทางพวกเขา! "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกแก... ช่างตีดาบแห่งตำนาน" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นจากศัตรูตัวใหม่ที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับแรงกดดันระดับบอสลับที่ทำให้ระบบเกมถึงกับส่งเสียงเตือนภัยดังลั่นสนั่นจอ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้คาร์ลและเอลิน่าก้าวข้ามขีดจำกัดไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%