“ถ้าขืนเธอยังจ้องหน้ากระดาษนั่นด้วยสายตาว่างเปล่าแบบนี้จนถึงเย็น วิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ได้กลายเป็นฝันร้ายของเธอจริงๆ แน่ มินนา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ ฉุดให้มินนาสะดุ้งสุดตัวจนปลายปากกาหมึกซึมเลอะลงบนสมุดโน้ตเล่มโปรด เธอเงยหน้าขึ้นมองคีย์ที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย ดวงตาคมคู่นั้นไม่ได้ดุร้าย แต่มันมีความขบขันจางๆ ฉายชัดอยู่ข้างใน
“คีย์... คือมัน... มันยากเกินไปสำหรับฉันน่ะค่ะ” มินนาพึมพำ แก้ตัวเสียงอ่อยพลางรีบหาทิชชู่มาซับหมึกที่เปื้อน
“เก็บของซะ” เขาออกคำสั่งสั้นๆ แต่แฝงด้วยความหวังดี ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “ร้านนี้กาแฟดีกว่าในห้องสมุดเยอะ และที่สำคัญ... ตรงนี้ไม่มีบรรณารักษ์หน้าดุคอยจ้องจะไล่เราออกถ้าเผลอทำเสียงดัง”
มินนามองเขาอย่างลังเล มือบางจัดแจงเก็บสมุดบันทึกเล่มหนาที่เธอมักจะใช้จดความรู้สึกส่วนตัวลงในกระเป๋าเป้ใบเก่งอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ตั้งตัวเลยว่าหลังจากที่เขากระชากมือเธอวิ่งออกมาจากห้องสมุดเมื่อวาน เรื่องราวจะกลายเป็นว่าคีย์อาสามาช่วยติววิชาทั่วไปให้เธอถึงที่นี่ ความเงียบระหว่างเราก่อตัวขึ้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟและการพูดคุยจอแจรอบข้างที่เป็นฉากหลัง
“ทำไมถึงอยากช่วยล่ะคะ?” มินนาถามเบาๆ จ้องมองเขาผ่านไออุ่นจากแก้วโกโก้ร้อน “คีย์เรียนวิศวะฯ วิชาพวกนี้มันคนละเรื่องกับสิ่งที่เธอทำเลยนะ”
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาวางปากกาในมือลง สบตาเธอตรงๆ สายตาคู่นั้นเหมือนจะอ่านทะลุไปถึงความคิดที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีขี้อายของเธอ “เพราะฉันเบื่อการอยู่ในห้องสมุดคนเดียวไง บางที... การมองดูใครสักคนพยายามทำความเข้าใจโลกผ่านตัวอักษร มันก็ทำให้ฉันมีสมาธิขึ้น”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของมินนาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่คลุมเครือ ละมุนละไม แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวตนเล็กๆ ของเธอมีความหมายในสายตาของเขา
สองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงอธิบายเนื้อหาที่แสนเข้าใจง่ายของคีย์ มินนาพบว่าการติวกับเขามันต่างจากการอ่านหนังสือคนเดียวอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้แค่สอนเนื้อหา แต่เขาสอนให้เธอเห็นภาพรวม เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับศิลปะจนทุกอย่างดูมีชีวิต
“เข้าใจแล้วใช่ไหม?” คีย์โน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขาลอยมาแตะจมูก ทำให้มินนาต้องขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
“ค่ะ... เริ่มเข้าใจแล้ว ขอบคุณนะคีย์ ถ้าไม่ได้เธอฉันคงแย่แน่ๆ” เธอยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกของวัน
“งั้นเพื่อเป็นการตอบแทน...” คีย์ยิ้มมุมปาก เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเลื่อนหน้าจอไปที่รูปภาพหนึ่ง “ช่วยอธิบายหน่อยว่าทำไมรูปนี้ถึงอยู่ในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มที่เธอหวงนักหวงหนานั่น”
มินนาตัวแข็งทื่อ สมุดบันทึก! เธอทำมันหล่นตอนที่คีย์ช่วยเธอดึงกระเป๋าขึ้นมาจากเก้าอี้เมื่อครู่นี้หรือเปล่า? หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อเห็นภาพถ่ายโพลารอยด์ของ 'เขา' ตอนที่กำลังเผลอหลับในห้องสมุดเมื่อเดือนก่อน ซึ่งเธอแอบถ่ายเก็บไว้ในฐานะของที่ระลึกทางใจ
หน้าของมินนาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เธอรีบคว้าสมุดเล่มนั้นคืนมา แต่คีย์กลับรั้งข้อมือเธอไว้เบาๆ สายตาของเขามีประกายบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตระหนกที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาก็เพิ่งจะค้นพบ
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าในบันทึกของเธอจะมีฉันอยู่ด้วย...” เสียงของคีย์แผ่วลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูกระจกของร้านกาแฟ “...และฉันก็ไม่เคยคิดว่าพายจะมาเห็นเรื่องนี้พร้อมกับเราด้วย”
มินนาหันขวับไปมองตามสายตาเขา หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นพาย เพื่อนสนิทสายลุยของเธอยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าประตูร้าน พร้อมกับสายตาของคนทั้งร้านที่กำลังหันมามองที่โต๊ะของเธอเป็นตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความรักใสๆ ของมินนาและคีย์มาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครของเราในตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 12
ติวหนังสือที่ร้านกาแฟ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!