“ถ้าหากความรู้สึกนี้สามารถแปลงเป็นตัวอักษรได้ทั้งหมด... นายคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะหนักกี่กิโลกรัมกันนะ?”
มินนาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาหวิวราวกับเกสรดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นไม้โอ๊คเก่าแก่ของมุมโปรดในห้องสมุด เธอไม่ได้ถามใครเป็นพิเศษ แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทานั้นกลับไล้ไปตามสันหนังสือเล่มหนาที่คั่นด้วยแถบผ้าสีชมพูหม่น... ชิ้นส่วนสำคัญที่เธอทิ้งไว้ให้คีย์เมื่อวันก่อน
บรรยากาศในมุมลึกของห้องสมุดยามโพล้เพล้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง มินนาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิ แต่ภาพดวงตาคมเข้มของคีย์ในตอนที่เขาพบที่คั่นหนังสือเล่มนั้นยังคงตามหลอกหลอน ความตกใจ ความสับสน และแววตาที่อ่านไม่ออก... ทุกอย่างมันบีบให้เธอต้องหนีมาซ่อนตัวอยู่ในมุมที่แม้แต่แสงไฟนีออนยังส่องไม่ค่อยถึง
“น้ำหนักของมันคงมากกว่าที่เธอจะแบกไหวคนเดียวหรอกมินนา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง มินนาสะดุ้งสุดตัว มือของเธอปัดเข้ากับสันหนังสือจนเสียงกระดาษเสียดสีดังลั่นในความเงียบ เธอหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าคีย์ยืนอยู่ตรงนั้น... เขาไม่ได้สวมเสื้อช็อปของคณะวิศวะเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่กลับขับให้เขามีเสน่ห์ในแบบที่เธอยิ่งไม่กล้าสบตา
“คีย์... นาย... นายมาที่นี่ได้ยังไง” มินนาถาม เสียงของเธอแหบพร่าเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝัน
คีย์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ในระยะที่มินนาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา สายตาของเขากวาดมองไปที่ชั้นหนังสือ ก่อนจะหยุดลงที่หนังสือเล่มเดิมที่เธอกำลังถืออยู่ “ฉันก็ตามหาร่องรอยของคนเขียนที่คั่นหนังสือสีชมพูนั่นแหละ แล้วบังเอิญว่าร่องรอยมันพามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันพอดี”
มินนาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมานานนับเดือนตีตื้นขึ้นมาในลำคอ “ที่คั่นหนังสือนั่น... ฉันแค่... ฉันแค่เผลอวางทิ้งไว้ มันไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ”
“โกหกไม่เก่งเลยนะ” คีย์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่ดูอ่อนโยนจนน่าใจหาย เขาเอื้อมมือมาหยิบหนังสือจากมือเธอไปถือไว้ แถบสีชมพูนั่นยังคงแทรกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว “ถ้าไม่มีความหมาย ทำไมต้องเขียนลงไปว่า... *‘ขอบคุณที่ทำให้ห้องสมุดแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่เก็บหนังสือ แต่เป็นที่พักพิงของหัวใจ’*”
ลมหายใจของมินนาสะดุดกึก เธอเบิกตากว้าง ความลับที่เธอคิดว่าซ่อนอยู่ในบรรทัดเล็กๆ บัดนี้ถูกเขาหยิบยกขึ้นมาอ่านต่อหน้าเจ้าของความรู้สึกโดยตรง เธออยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ขาของเธอกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้
“นาย... นายอ่านมันแล้วเหรอ” เธอถามเบาๆ
คีย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนมินนาต้องถอยหลังไปพิงชั้นหนังสือ ความร้อนจากกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามา “ฉันอ่านตั้งแต่วันแรกที่เจอ และฉันก็อ่านซ้ำทุกครั้งที่รู้สึกว่าชีวิตข้างนอกนั่นมันวุ่นวายจนเกินไป”
เขายื่นมือมาข้างหนึ่ง ขวางกั้นทางหนีของเธอไว้ด้วยการวางมือบนชั้นหนังสือข้างใบหูของเธอ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมินนาเหมือนต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ความขี้อายนั้น “เธอรู้ไหมว่า การที่เธอเขียนความรู้สึกไว้ในหนังสือ มันเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวที่สุดเลยมินนา”
“ฉัน... ฉันขอโทษ” มินนาละล่ำละลัก เธอก้มหน้าลง พยายามซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าว
“รู้ไหมว่าทำไมถึงเห็นแก่ตัว?” คีย์ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนหน้าผากของเขาเกือบจะแตะกับหน้าผากของเธอ “เพราะเธอเขียนมันลงไป แล้วปล่อยให้ฉันต้องตกอยู่ในวงล้อมของคำว่า ‘ความรู้สึก’ ที่เธอบอกใบ้ไว้แค่ครึ่งๆ กลางๆ... เธอทรมานฉันมานานแค่ไหนแล้ว เธอรู้ตัวไหม”
คำว่า ‘ทรมาน’ ดังก้องอยู่ในใจของมินนา นี่เขา... เขากำลังบอกว่าเขาก็รู้สึกแบบเดียวกันอย่างนั้นหรือ? หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความหวังเล็กๆ ในใจที่เคยถูกฝังไว้กำลังเริ่มแตกหน่อและเติบโตอย่างรวดเร็ว
“คีย์... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ...”
“อย่าพูดว่าไม่ได้ตั้งใจเลย” คีย์ตัดบทด้วยเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น “เพราะถ้าเธอไม่ได้ตั้งใจ เธอคงไม่ทิ้งที่คั่นหนังสือสีชมพูไว้ในหน้าหนังสือที่ฉันชอบอ่านที่สุดเล่มนี้”
เขาก้มลงมาใกล้จนลมหายใจของเขาปะทะกับริมฝีปากของเธอ มินนาหลับตาลงแน่น มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองจนยับยู่ยี่ เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับหยัดยืนอย่างมั่นคงขึ้นเล็กน้อย... บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันในห้องสมุดที่เงียบงัน
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของมินนากำลังจะหลอมละลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นแทรกความเงียบงัน พร้อมกับเสียงของพายที่ตะโกนก้องมาจากทางเข้าห้องสมุดด้วยความตื่นตระหนก
“มินนา! คีย์! พวกเธออยู่ที่ไหนน่ะ!” พายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในมุมลับตา เธอดูเหนื่อยหอบและมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีคนเอาบันทึกความลับที่เธอมักจะชอบเขียนไว้ในห้องสมุดไปโพสต์ลงในกลุ่มลับของมหาลัยหมดแล้วนะ!”
คีย์ผละออกจากมินนาอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาและดุดันในทันที เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันมามองมินนาด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย
“ใครเป็นคนทำ?” คีย์ถามเสียงต่ำ
มินนาตัวสั่นเทา เธอรีบคว้ามือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอที่สั่นเตือนไม่หยุด น้ำตาเริ่มคลอหน่วยเมื่อเห็นภาพบันทึกลายมือของตัวเองถูกแคปหน้าจอและแชร์ไปทั่ว... ความลับทั้งหมดของเธอไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป
“มันไม่ใช่แค่นั้นนะมินนา...” พายพูดต่อ เสียงของเธอสั่นเครือ “คนที่โพสต์... เขาทิ้งท้ายไว้ว่า *‘จะแฉความลับหน้าสุดท้าย... ในห้องสมุดเที่ยงคืนนี้’*”
ทุกบรรทัดที่เธอเคยบรรจงเขียนด้วยความรัก บัดนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอเอง มินนามองไปที่คีย์ที่กำลังกำหมัดแน่นข้างตัว ก่อนที่เขาจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เด็ดขาด
“มินนา... คืนนี้ เราต้องกลับไปที่นี่อีกครั้ง”
ความหวานที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีมลายหายไป เหลือเพียงความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ... และความลับหน้าสุดท้ายที่เธอยังไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวหนังสือไปกับมินนาและคีย์นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักและคิดถึงเสมอจาก "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" ค่ะ
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 47
ความคิดถึงผ่านตัวหนังสือ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!