“นี่มันหมายความว่ายังไง... คีย์?”
เสียงของเพื่อนชายคนหนึ่งในกลุ่มวิศวะดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เกาะกุมไปทั่วโซนอ่านหนังสือเงียบของห้องสมุด สมุดบันทึกเล่มสีครีมที่มีรอยยับตรงมุมสันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้ขัดเงา ราวกับระเบิดเวลาที่รอจังหวะทำงาน มินนารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอหายวับไปกับอากาศ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตากับใคร โดยเฉพาะกับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างๆ เธอ
คีย์ไม่ได้ตอบในทันที เขายืนนิ่ง ใบหน้าคมคายที่ปกติจะดูผ่อนคลายเวลาอยู่ที่นี่ บัดนี้กลับเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่หน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้—หน้าที่มีลายมือหวัดๆ ของมินนาเขียนถ้อยคำสารภาพความรู้สึกที่เธอไม่เคยคิดจะให้ใครอ่าน
“ก็แค่สมุดลืมทิ้งไว้” คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันบางอย่าง เขาเบนสายตามาทางมินนาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ล้อมโต๊ะของพวกเขาไว้
“ลืม? นายเนี่ยนะจะหยิบสมุดส่วนตัวของคนอื่นมาเปิดอ่านแบบนี้ แล้วดูสิ… ‘แด่… คีย์’ อย่างนั้นเหรอวะ?” เพื่อนอีกคนหัวเราะหึๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดูขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่น่าอึดอัด “หรือว่าที่นายบอกว่ามาห้องสมุดทุกวันเพื่ออ่านหนังสือสอบ มันเป็นแค่ข้ออ้าง?”
พายที่นั่งอยู่ข้างมินนาขยับตัวเข้าใกล้เพื่อนรัก เธอคว้ามือนุ่มที่เย็นเฉียบของมินนามาบีบไว้แน่น สายตาของพายจ้องมองไปที่คีย์อย่างไม่ลดละ เธอรู้ดีว่ามินนาต้องการให้เรื่องนี้จบลงอย่างไร แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าที่พวกเธอจะควบคุมได้
“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน” คีย์ตอบกลับเสียงเข้ม เขาเลื่อนมือไปวางทับลงบนสมุดบันทึกเล่มนั้น เหมือนต้องการปกป้องมันจากการสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ “พวกนายควรจะไปทำงานกลุ่มที่โรงอาหารได้แล้ว ไม่ใช่มาจ้องจับผิดคนอื่นในที่ที่เขาต้องการความเงียบ”
“โอ้โห ดูปกป้องจังเลยนะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มดังแทรกขึ้นมา เธอคือดาวคณะที่มักจะตามติดกลุ่มของคีย์อยู่เสมอ สายตาของเธอตวัดมองมินนาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกไม่พอใจ “เด็กอักษรฯ คนนี้น่ะเหรอที่ทำให้นายเปลี่ยนไป? ปกติคีย์ไม่เคยให้ใครเข้ามาใกล้พื้นที่ส่วนตัวของนายเลยนะ แต่นี่... ถึงขั้นเขียนถึงกันแบบหวานหยดขนาดนี้เลยเหรอ?”
มินนาเม้มปากแน่นจนเจ็บ เธอรู้สึกเหมือนตัวหดเล็กลงเรื่อยๆ ในสายตาของคนกลุ่มนี้ เธอเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่งที่แอบรักรุ่นพี่วิศวะที่แสนห่างไกล การถูกกระชากความลับออกมาประจานต่อหน้าคนมากมายแบบนี้ มันคือฝันร้ายที่สุดในชีวิตในมหาวิทยาลัยของเธอ
“ขอโทษนะคะ...” มินนาเค้นเสียงออกมาแทบไม่เป็นภาษา เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดคืน “นั่น... สมุดของมินนาเองค่ะ รบกวน... ขอคืนด้วยนะคะ”
คีย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือของเธอ เขาหันกลับมามองมินนา ดวงตาของเขาอ่อนแสงลงจากความดุดันเมื่อครู่ เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่มินนาอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่ดูเหมือนจะเป็นความโกรธที่พุ่งเป้าไปที่ความเปราะบางของเธอ
“เงียบก่อน” คีย์สั่งสั้นๆ แต่ทว่ากังวานหนักแน่น
“ทำไมฉันต้องเงียบ?” เพื่อนคนเดิมถามต่ออย่างไม่เกรงใจ “ถ้านี่เป็นแค่ความสัมพันธ์ผ่านตัวอักษรก็ดีไป แต่ถ้ามันมากกว่านั้น ฉันว่าพวกเราทุกคนในกลุ่มก็อยากรู้เหมือนกันนะ ว่าเพื่อนของพวกเราไปทำอีท่าไหนถึงได้มีสาวอักษรฯ มาแอบปลื้มแบบลับๆ ในสมุดบันทึกแบบนี้”
บรรยากาศในห้องสมุดเริ่มอึดอัดขึ้นเมื่อบรรณารักษ์เริ่มมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาตำหนิ คีย์สูดหายใจเข้าลึก เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาคว้าสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา แล้วดึงข้อมือของมินนาให้ลุกขึ้นยืนตามเขาไปทันที
“คีย์! นายจะไปไหน!” เสียงเพื่อนร้องเรียกไล่หลัง แต่คีย์ไม่สนใจ เขาก้าวฉับๆ พาตัวมินนาเดินผ่านชั้นหนังสือสูงท่วมหัว ผ่านโต๊ะอ่านหนังสือที่เหล่านักศึกษาต่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสนใจ เขาไม่ยอมปล่อยมือจากข้อมือของเธอจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงมุมที่มืดและเงียบที่สุดของห้องสมุด มุมที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าเก็บที่ไม่มีใครเดินมาถึง
เขาดันตัวเธอเข้าไปจนแผ่นหลังชิดกับชั้นหนังสือไม้เก่าๆ ก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งกั้นทางออกไว้ ความเงียบในมุมนี้ช่างบีบคั้นหัวใจมินนาเหลือเกิน เธอทำได้เพียงก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง
“เธอเขียนอะไรลงไปบ้าง?” คีย์ถามเสียงต่ำ
“มินนา... มินนาขอโทษค่ะ มินนาไม่ได้ตั้งใจให้ใครเห็น มินนาไม่รู้ว่ามันหลุดไปอยู่ในมือคุณได้ยังไง...” เสียงของเธอสั่นพร่า ห้ามน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่นได้ยากเต็มที
คีย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะยื่นสมุดบันทึกเล่มนั้นคืนให้เธอ แต่นิ้วของเขายังคงแตะอยู่บนขอบปกสมุด “ฉันไม่ได้โกรธที่เธอเขียน แต่ฉันโกรธที่เธอปล่อยให้มันกลายเป็นประเด็นสนุกปากของคนพวกนั้น... มินนา เธอก็รู้ว่าคนในกลุ่มฉันมันนิสัยยังไง”
มินนาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อ “แล้วมินนาจะทำยังไงคะ? ในเมื่อตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่ามินนา... มินนารู้สึกยังไงกับคุณ”
คีย์เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของมินนา ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างในนั้น ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ เขากระซิบเสียงแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นลม “ถ้างั้น... ก็พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นสิ ว่าสิ่งที่เธอเขียนน่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันของเด็กอักษรฯ คนหนึ่ง”
ก่อนที่มินนาจะได้ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก พร้อมกับเสียงเรียกที่ทำให้ทั้งสองต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
“คีย์! อยู่ตรงนี้เองเหรอ นายต้องมาเคลียร์เรื่องนี้ให้จบนะ... เฮ้ย!”
ร่างของเพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นว่าในมุมมืดนั้น คีย์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่แค่การยืนคุยกันธรรมดา แต่มันคือภาพที่คีย์กำลังโน้มตัวลงมาใกล้หญิงสาวจนแทบจะเรียกได้ว่าชิดจนไม่มีช่องว่าง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของมินนาหล่นวูบ ไม่ใช่การถูกจับได้ แต่มันคือแววตาของคีย์ที่เปลี่ยนไปทันทีเมื่อหันไปมองเพื่อนของเขา
“มีอะไร?” คีย์ถามเสียงเย็นชา ราวกับจะตัดขาดความสัมพันธ์กับมินนาทันทีที่ถูกรบกวน
“ทางคณะน่ะสิ... พี่รหัสของเธอมาที่นี่” เพื่อนคนนั้นชี้ไปทางหน้าห้องสมุดด้วยสีหน้าลำบากใจ “และดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ที่เห็นคีย์อยู่กับเธอในสภาพนี้”
มินนาใจหายวาบ เธอหันไปมองตามทิศทางนั้น แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างของ ‘รุ่นพี่’ ที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดกาล ยืนกอดอกมองมาทางพวกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่นและเย็นเยียบกว่าใครๆ ที่เธอเคยเจอมา!
ด้วยความรักที่มีต่อรี้ดเดอร์ทุกท่าน หวังว่าหัวใจของทุกคนจะเต้นไปพร้อมกับมินนาในตอนหน้านะคะ
ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 14
เพื่อนกลุ่มใหม่
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!